แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ chart patterns แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ chart patterns แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น CPF รายวัน รวมทั้งมาดูวิธีการและความหมายของ chart patterns แบบเข้าใจได้

CPF ทรงเข้าสู่เวฟ 4 ที่มีสมมุติฐานว่าอาจจะเป็นการจบการลงด้วย อะไรชี้ให้เห็นแบบนั้น pattern บีบเข้ามุม สามเหลี่ยมแบบนี้เกิดจากความไม่แน่ใจว่ามันเป็นเวฟ1 หรือ 4 นั้นเอง ต่อไปนี้คือความหมายของ pattern triangle แบบไม่ใช่แค่รูปสามเหลี่ยม
   

แนวรับของ ความคาดหวัง ว่าจะเป็น เวฟ 2 ของขาขึ้น ทำให้ราคาตอนที่มันย่อลง ไม่ทำ new low (คนส่วนหนึ่งเชื่อว่ามันกำลังก่อตัวขาขึ้น เมื่อราคาลงต่ำลงเลยเก็บ)

แนวต้านของคนที่กลัวว่าจะเป็นเวฟ 4 (ซึ่งถ้าเป็นจริง ก็น่าจะมีลงเวฟ 5 ) จึงกดลงทำให้เมื่อ มันเด้ง มันไม่ทำ new hi (คนอีกส่วนเชื่อว่ามันจะลงทำเวฟ 5 เมื่อราคาวิ่งไปใกล้ จุดสงสัยว่าเป็นเวฟ 4 เขาเลยขายราคาจึงไม่เพิ่ม)

ราคาจึงวิ่งเข้ามุมและบีบลงเรื่อยๆ

เมื่อเห็นอะไรแบบนี้ หลายคนมักจำ pattern แล้วลงเงินเลย ว่าแบบนี้ ขึ้นนะ หรือ ลงแน่ คำแนะนำผมสำหรับคนที่อยากศึกษา pattern คิดว่าลงเงิน ตามหลังเบรกดีที่สุด เสี่ยงน้อยกว่าเข้าตอนนี้มาก แน่นอนดูจากเวฟ มีสิทธิ์ลงเพื่อจบเวฟ 5 อีกทีนะ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเข้าไปแช่รอ ไอ้ตรงจุดที่มันย่อลงมา ทางขวามือของเวฟเลข 3 นั้นอาจจะเป็นเวฟ 5 ไปแล้วก็ได้ (ตรงนี้เขามีชื่อเรียกนะการที่เวฟ 5 ไม่ทำ new low-hi ผมจำชื่อไม่ได้หรอกเด้อ)

จำไว้เราไม่ใช่คนตัดสินว่ามันจะขึ้นหรือลงครับ คนจำนวนมากต้องเชื่อด้วยกัน มันถึงจะไปได้ เพราะงั้นจังหว่ะเข้าpattern มันจะไม่มีแรงหรอกเพราะคนดูจับตาเฉยๆ
รอเบรก ดูดิ แรงที่ยันกันจะหมดแล้ว มันจะมารวมกันเป็นแรงเดียว เช่นถ้าเบรกลง ไอ้คนที่เชื่อว่าเป็นเวฟ 4 ก็เออกูคิดถูก ขายตาม ไอ้คนที่เชื่อว่าเป็นเวฟ 2 ก็ต้องบอกว่าเห้ยเวนละกูคิดผิด ขายตาม ทีนี้แรงไปทางเดียวกัน โวลุ่มจะพุ่งหลังเบรก pattern ทุกครั้ง

ดังนั้น จับตาเอาไว้ก่อน

วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เทคนิคคอลหุ้น Patterns หลอก breakout จริง หรือไม่ ลองมาอ่านที่นี้ครับ

ผมคิดว่าเวลาเราศึกษาเทคนิคคอลของหุ้น เรื่อง patterns ยังค่อนข้างมั่วอยู่ เลยมักถูก patterns หลอกประจำ เลยขอเล่าเรื่องนี้ให้อ่านกันเล่นๆนะครับ

เวลาเราใช้ patterns จับทิศทางราคา ถ้าใช้โดดๆโอกาสทายถูกแทบจะถือว่าต้องใช้โชคดีอย่างเดียว ถ้าจะให้ใชัได้ดี ควรใช้ร่วมกับสิ่งอื่น

   
1 ใช้ร่วมกับ Elliott wave ในจุดสิ้นสุดของเวฟ เช่นเวฟ 2 4 เมื่อเกิด patterns ต่างๆมันจะทำให้เรายิ่งคาดได้ว่าหลังจาก breakout แล้วมันจะไปตามเวฟต่อไปทางไหน

2 ใช้ร่วมกับสัญญานทางเทคนิคอื่นๆเช่น MacD เมื่อสงสัยว่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของ เวฟ กราฟได้สร้าง patterns และสัญญานทางเทคนิคนี้คอนเฟิร์มการเบรก Divergence กลับตัว Convergence เบรกลงต่อ เราจะจับทิศได้มากกว่า

3 เมื่อ patterns breakout แล้ว ตัวโวลุ่มจะคอนเฟิร์มอีกทีว่าเบรกจริงหรือเบรกหลอก

chart patterns มันไม่ได้ไรเหตุผล มันเป็นการดูอารมณ์และอุปสงค์กับอุปทาน ของตลาดจริง ดังนั้นมันต่างกับการจดจำชื่อหรือรูปแบบของ patterns นะครับ จำได้ก็ดี แต่ผมว่าวิเคราะห์ให้ออกว่ามันทำไมถึงเป็นแบบนั้นจะดีกว่า

chart patterns จะมีอยู่หลักๆ 3 แบบ


1 ไปชนแนวต้าน/รับแล้วเทสแนวต้าน/รับนั้น แล้วถึงกลับตัว มักเกิดเมื่อจบเวฟ
2 ไปชนแนวต้าน/รับแล้วเทสแนวต้าน/รับนั้น แล้วถึงไปต่อ มักเกิดเมื่อจะเบรกแนวต้านเก่าเพื่อไปสู่เวฟถัดไป
3 patterns ที่แสดงถึงความยังไม่แน่ใจ ราคาบีบบเข้าสุดท้ายเบรกไปทางไหนทางหนึ่ง เกิดเมื่อใกล้จบเวฟพักตัว

ทั้ง 3 ข้อเป็นได้ทั้งขาขึ้นขาลง
ดังนั้นเมื่อเพื่อนๆถามผมว่า ราคาตอนนี้เป็น patterns นั้นหรือนี่หรือเปล่า ผมตอบรวบเลยไม่รู้จริงๆครับ แต่ถ้าถามว่าคนในตลาดคิดยังไงกับราคาที่ออกมาในกราฟทรงนี้ แบบนี้ถึงพอจะกล้อมแกล้มบอกได้ว่าคนคิดกันแบบไหน

ขนาด patterns ยังไม่รู้เรื่อง การอ่านแท่งเที่ยนนี่ยิ่งไม่รู้เลย(สำหรับผมนะ ผมว่ามันสั้นมาก มากเกินที่โชคดีของผมจะทำงานกับมันได้ผลน่ะ)

หลักสำคัญ เลยใช้สิ่งที่บอกข้างบนมาดูว่าตอนนี้ราคามันอยู่ช่วงไหนของรอบ ช่วงที่เกิด patterns คือช่วงที่กำลังวัดใจ ราคาจะเบรกไปทาง ที่สัญญานกับ คลื่นที่เหลือบอก (ทั้งนี้ถ้าไม่มีข่าวรุนแรงมากระทบนะครับ)

กำลังซุ่มเขียน ebook ที่จะรวมทั้ง สามหัวข้อหลักคือ chart patterns , elliott wave ,แล้วก็การจับสัญญาน มาไว้อยู่ คงอีกพักใหญ่เพราะทำเรื่อยช้าจัง 555

picture from www.investopedia.com