แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาหุ้น แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ทางเทคนิคหุ้น SST

SST ส่วนของเวฟ ไปดูที่ maybe c ตรงนี้ มีเงื่อนไข ว่าอาจจะเป็นการจบเวฟ c ไปแล้ว หรืออาจจะเป็น เวฟ a ของc เฉยๆ
โดยที่ถ้าจบไปแล้ว ถ้าย่อต้องไม่ต่ำกว่า maybe c นะครับถ้าลงต่ำกว่าก็คือนับว่าที่ขึ่นมานั้นเป็น b ของ c และจะลงเพื่อจบ c ใหญ่อีกที

   
แนวต้าน 16-16.1 แถวๆนั้น ส่วนแนวรับแรกคือ 15 เป็นจุดแรก 13.6 เป็นจุดต่อไป ถ้ามันลงถึงหรือต่ำกว่ารับให้สังเกตุการไล่ราคา ถ้าโมเมนตั้มไม่ลงด้วยแสดงว่าจุดจบของ c ก็จะอยู่ไม่ไกลจากแถวๆนั้นครับ

สองวันล่าสุดโวลุ่มกระฉูด


วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น HMPRO และ ADVANC จากกราฟ เทคนิค ครับ

‪HMPRO‬ ที่ ต้านแรกคือ 13.5 ต้านต่อไปคือ ที่สำคัญคือ 14.1-14.3 ตามลำดับ ถ้าเบรก ได้ต้านต่อไปคือ ไฮเดิม แต่ถ้าไม่ผ่าน ก็คือลงทำเวฟ C ครับ

   
ADVANC‬ ถ้านับแต่ต้นหลายปีผ่านมาช่วงกรอบสีเหลืองนั้นคือช่วงของเวฟ 5 ใหญ่ซึ่งเป็นรอบที่มีขนาดใหญ่ เกือบ 5 ปีแล้ว น่าจะเป็นครั้งแรกที่ นิวไฮแล้ว MACD ไม่ไปด้วย ซึ่งเกิดขึ้นในกราฟ WEEK ด้วยครับ ถ้าย่อแล้วเด้งไม่ทำนิวไฮ ต่อไป อาจจะต้องระวังมากที่สุด


วิเคราะห์หุ้น AIM จากสัญญาเทคนิค ต้องเริ่มระวังตัวกันแล้วหรือยัง มาดูพร้อมๆกันครับ


AIM‬ ก่อนอื่นไปดูที่ กราฟเดิมซึ่งเป็นส่วนที่นับเวฟไว้นะครับ คืออันนี้ กราฟ AIM เดิม

ทีนี้ ตอนนี้มันย่อลงตรงจุดที่ตีว่าน่าจะเป็นเวฟ 3 พอดี และรีบาวด์ขึ้นมาแต่ยังไม่ทำนิวไฮ แบบนี้ให้เราตั้งสมมุติฐานว่าเป็นขาลงไว้ก่อน โดยไอ้ยอดที่วิ่งลงมานั้นคือ ให้เป็นเวฟ 1 ของขาลง

   
สมมุติฐานขาลงนี้จะถูกทำลายลงตอนไหนก็ตอนที่ราคามันสามารถทะลุทำ NEW HI ได้นั้นเอง สมมุติฐานจะเปลี่ยนไปว่า นิวไฮต่อไปนั้นอาจจะคือยอดเวฟ 3 จริงๆ หรืออาจจะเป็นช่วงของเวฟ 5 ที่จบรอบนี้ครับ

ส่วนถ้าราคาไปไม่ผ่านไฮเดิมที่ 0.96 แล้วย่อลงมาต่ำกว่า 0.79 นั้นให้ระวังดีๆแสดงว่าจะไปเวฟ 4 ถ้าหลุดตรงนี้แนวรับสำคัญจะอยู่ที่ 0.69 และ 0.56 ตามลำดับ

ทีนี้มาดูกำลังกันบ้าง กำลังตกลงมาเรื่อยๆนะครับ จากยอด ที่ขึ้นไปเทสไฮเดิม นั้นทั้ง MACD RSI และ VOLUME ตกลงทั้งคู่ เพราะงั้นก็ระวังกันหน่อย

เวฟ 3 ยาวๆแบบนี้ถ้าเบรก ไฮไปได้ ก็มักจะไปอีกไม่ไกลมาก อาจจะมีขนาด ของเวฟ 5 แค่พอๆกับเวฟ 1 ถ้าเบรกไฮแล้วถือต่อไปก็ต้องไม่ละสายตาครับ จับตาไว้ให้ดี ตั้งเงื่อนไขถ้าหลุดตรงนั้นตรงนี้หาจุดปิดไว้ก็ดี

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Elliott Wave ตอนที่ 3 ฝึกนับเวฟจากกราฟจริงกันเลยที่นี่

เราผ่านการทำความรู้จัก พื้นฐาน Elliott Wave ซึ่งเป็นการพูดถึงคอนเซปคร่าวๆของ Elliott Wave และนอกจากนี้ เรายังได้รู้จักตัวเลช Fibonacci มากันแล้วจากโพส ใช้ Fibonacci Retracement ถ้าใครยังไม่ได้อ่านก็ย้อนกลับไปอ่านกันได้ครับ เพราะตอนนี้ เราจะเริ่มนับเวฟจริงกันแล้ว

ก่อนอื่นคงต้องบอกก่อนว่าหุ้นที่จะเอาเป็นตัวอย่างผมคงไม่เซนเซอร์ ตัวหุ้นอะไรให้ยุ่งยาก เพื่อนๆจะได้เปิดดูไปและทำไปด้วยกันได้ เพราะการนับเวฟนี้ต้องฝึกต้องทำบ่อยๆ ถึงจะเข้าใจและชำนาญนะครับ และสิ่งที่ผมมักเน้นตลอดคือ การวิเคราะห์กราฟราคาหุ้นไม่ใช่เป็นการดูเพื่อฟันธงว่า ราคาจะขึ้นหรือลง ดูจากบทความนี้แล้วห้ามเอาไปเป็นหลักในการซื้อขายเด็ดขาด มันคือข้อมูลของกราฟ ที่ช่วยให้เราวางแผนการเทรด และเรียนรู้ เท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้ ต้องเอาไปผ่านกระบวนการ ของระบบการเทรด ของตัวเอง ก่อนแล้วถึง ค่อยเคาะซื้อ หรือขาย นะครับ จำไว้ กราฟไม่เคยบอกว่าราคาจะขึ้น ลง แบบชัวร์ๆ มันแค่บอกทิศทางที่เป็นไปได้ เมื่อเราได้ทิศทางเหล่านั้นแล้ว ก็จับข้อมูลที่ได้โยนเข้าระบบที่เราออกแบบไว้ ถึงซื้อขาย อย่ามองหาสิ่งที่ไม่มี ในกราฟครับ

   
เมื่อเข้าใจข้อตกลงกันแล้วเราก็มาว่ากัน ผมลองเลือกหุ้นที่มันดูเห็นภาพง่ายๆก่อนนะครับ ลองเปิดกราฟของ GRAMMY ขึ้นมาเลย เลือก TIME FRAME 120 นาที เจาะดูราคาช่วงตั้งแต่วันที่ 1 กพ 2555 ถึง 28 กพ 2555  จะได้ดังรูป

เราจะเห็นว่าราคาเริ่มขึ้นมาตั้งแต่วันสิ้้นเดือนของเดือน มค จากราคา 17.8 มาเป็น 20.5 ก่อนปิดตลาด วันที่ 5 แล้วหลังจากนั้นราคาก็ย่อลงมาเรื่อยๆตามลำดับ จนลงไปต่ำสุดแถวๆ 19.4 บาท ในช่วงจังหวะที่หุ้นเริ่มขึ้น รอบแรกนี้แหละ เป็นจังหวะสังเกตุเวฟแรก เมื่อเราลองสังเกตุ INDICATOR ที่เราใช้ ดูด้วยก็จะเห็นว่ามันเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคา

เรื่องของ INDICATOR ผมคงพูดละเอียดในโอกาสหน้า ส่วนนี้ใครจะใช้อะไรก็ได้ตามแต่ถนัด บางคนใช้สองสามอัน ก็สุดแล้วแต่ ส่วนผม ผมชอบ RSI ที่สุด มันไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เข้าใจง่าย ดู overbought และ oversold ได้ง่ายๆ ผมจึงใช้แต่อันนี้อันเดียว ตัวอื่นๆ ไม่ค่อยได้ใช้ บางคนอาจจะใช้ MACD เพิ่ม แต่ผมว่าผมมีวิธี มองเทรนด์ ได้ง่ายๆและได้ผล ด้วยการลากเส้น TRENDS LINE แล้ว ส่วนนี้เคยพูดไปบ้างแล้วในบทความ  ใช้เทคนิควิเคราะห์ทำยังไงลองมาดูกัน รายละเอียดมากกว่านั้นมีโอกาสจะเขียนอธิบายอีกรอบ หรือใครไม่อยากรอ ลองไปดูกราฟที่ผมเคยตีผ่านๆมาแล้วก็ได้ครับ

เมื่อเราจับจุดที่สันนิษฐานว่าจะเป็น WAVE 1 ได้แล้ว ทีนี้เราก็มาใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement วัดหาเป้าหมายของเวฟ 2 3 4 5 กันเลยครับ หลักการมีง่ายๆคือ ลากจากราคาต่ำสุด หรือจุดเริ่มต้นของ WAVE 1 ไปยังจุดสูงสุด หรือยอดคลื่น ของ WAVE 1 ตามรูปเลยครับ


หลังจากลากแล้วเราจะได้เส้น FIBO ที่ลากจากจุดต่ำสุดคือ 100 สูงสุดคือ 0 เส้นที่เกินจากนั้นไปข้างบน จะเป็นจุดที่เราคาดคะเน ราคาของ WAVE ต่อๆไปนะครับ

จากโพสโน้น ตรง กฏพื้นฐานของ Elliott Wave ผมจะมี ขนาดของ WAVE ต่างๆ ในอุดมคติ ของ  Elliott Wave ไว้ให้ ลอง กลับไปดู ต้องบอกว่าอุดมคติ เพราะในชีวิตจริงมันมักจะไม่ตายตัว เราต้องอาศัยประสพการณ์ของเราเองกับหุ้นตัวนั้นๆ ช่วยบอก แต่โดยส่วนมาก ในสถาณการณ์ปกติจะเป็นดังนี้
  1. เมื่อจบเวฟ 1 เวฟ 2 มักจะลง เป็นขนาด 32.8% 50% หรือ 61.8% ของขนาดของเวฟ 1 ขนาดหากันยังไง ก็ให้เอาราคาที่จบเวฟ 1 ลบด้วยราคาที่เริ่มต้นเวฟ นั้นแหละครับ อันนี้ไม่ต้องจำ เดี๋ยวพอถึง ห้วข้อการใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ในการวัดขนาดเวฟ ก็จะง่ายๆเอง 
  2. เวฟ 3 มักจะมีขนาด 61.8% หรือ 161.8% ของขนาดเวฟ 1 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ว่าตลาดขึ้นแรงแค่ไหน โดยเอาเป้าราคาเวฟ 3 ที่ได้เริ่มนับตรงจุดที่เวฟ 2
  3. เวฟ 4 มักจะย่อลงมาไม่เกินยอดของเวฟ 1 ยกเว้นใน future มักจะให้ลงเยอะกว่าได้ครับ
  4. เวฟ 5 มักมีขนาด 323.6% ของเวฟ 1โดยให้เริ่มนับที่จุดสิ้นสุดเวฟ 1 หรือจุดเริ่มต้นของเวฟ 1 ก็ได้แล้วแต่สภาพความร้อนแรกงของตลาด
  5. เวฟ c มักสิ้นสุดแถวๆเวฟ 4 เวฟ a หลายๆครั้งมักใช้เวฟ 3 เป็นแนวรับ(กรณี เกิดเวฟ 5 ที่แรงน้อย double top เป็นต้น) เวฟ b อาจจะมีขนาดเท่ากับ wave a หรือ น้อยกว่าก็ได้
  6. เวฟ a b c อาจจะมีลักษณะเป็น Flats หรือ zig-zag ก็ได้ ความแตกต่างของสองตัวนี้หลักๆคือ flat มีเวฟ c ขนาดเท่าๆกับเวฟ b ส่วน zig-zag เวฟ c ยาวกว่า รายละเอียดลึกกว่านี้เดี๋ยวว่ากันโอกาสหน้าครับ
 ทีนี้จากกราฟ GRAMMY เราจะได้สิ่งที่เกิดขึ้นจริงเป็นดังนี้

จะเห็นได้ว่า จุดมันไม่เป๊ะ ตาม กฏในอุดมคติเท่าไหร่ แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะเป๊ะ คือ จุดจบเวฟ 2 และ จุดจบเวฟ 4 เฉพาะ ในตลาดหุ้นค่อนข้างจะเป็นไปตามนั้นครับ ส่วนถ้าใน FUTURE มันค่อนข้างที่จะแกว่งแรง อาจจะเลยกว่าที่พูดไว้ก็เป็นได้

ส่วนในWAVE 3 5 ตรงนี้ถ้าเป็น ตลาดหุ้น มักจะมีส่วนของพื้นฐานเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้ามีข่าวดีเกิดขึ้น เวฟ 3 หรือ 5 อาจจะยาวมากกว่าปกติ  ซึ่งโดยปกติ ถ้าเวฟ 3 ยาวเกิน 100% ขึ้นไป เวฟ 5 มักจะไม่ยาวมาก หรือบางที กลายเป็น จุดเดียวกับเวฟ 3 เลยก็มี อันนี้เราต้องดูสถานการณ์อื่นๆประกอบไปด้วย

ในการเอาไปใช้นั้น เราก็จะเอาไปใช้ในการคาดคะเนราคา ของเวฟ ถัดไปนั้นเอง เช่น ถ้าเวฟ 1 จบเราคาดคะเนหาเวฟ 2 เมื่อเวฟ 2 จบแล้วเริ่มเวฟ 3 อาจจะเป็นจุดที่เราต้องเข้าไปซื้อ  เมื่อไปถึงเป้าหมายที่คิดไว้ในส่วนของเวฟ 3 เราก็อาจจะขาย หรือไม่ก็ได้ (ถ้าเวฟ 4 ลงไม่ลึกก็ไม่จำเป็นต้องขายให้เสียโอกาส)  และก็ทำแบบเดิมกับเวฟ 5 ต่อไปครับ

วันนี้ผมจะขอจบเรื่องนับเวฟนี้เท่านี้ก่อน
แต่ว่า มันมีเรื่องที่ค้างต้องพูดถึงเพิ่มเติมไปอีกหลายบทความแน่นอนสำหรับ เรื่องนี้
คิดว่าจะต้องมี ตอน 3.1 3.2 3.3 แน่ๆ เรายังไม่ได้พูดถึง เวฟย่อย ของเวฟ ใหญ่ และ เวฟพักตัว หลังจากจบเวฟ 5 และยังรวมไปถึงส่วนที่ไม่มีใครพูดถึงเลย Elliott Wave กับอารมณ์ของตลาด ส่วนนั้น คงต้องแยกออกไปอีกตอนเพื่อไม่ให้งง

สุดท้าย ฝากไว้ ตัวเลข มหัศจรรย์ 0.618 1.618 2.618 ... จำมันไว้ มันจะมีประโยชน์กับเราอีกมาก






วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น RML

RML แนวรับ 2.28 แนวต้าน 2.38 ถ้าเบรกได้ต้านต่อไป 2.5 2.58 ตามลำดับ ไม่ควรเบรกเส้นสีเขียวประ ลง ถ้าเบรกลงถือว่ายังลงไม่จบครับรอบ 20-2-13
   
RML แนวต้าน 2.3 แนวรับแรกคือเส้นเหลืองล่าง รับต่อไป 2.2 ถ้าเบรกต้านได้ต้านต่อไปคื เส้นเหลืองบน และ 2.4 ตามลำดับเบรกตรงนี้ได้เข้าขาขึ้นอีกรอบ เบรก 2.2 ลง ก็แย่เลยครับ 17-2-13
RML ว่ากันตามกราฟก่อนนะครับส่วนข่าวขายหุ้นเปลี่ยน ผบห คงต้องพิจรณากันเอาเองครับ แนวรับ 2.22 แนวต้าน 2.43 2.61 2.77 อันหลังเป็นจุดขอบของเทรนด์พอดี ส่วนถ้าเบรกแนวรับตอนนี้ลงรับต่อมาคือ 2 บาท ถ้าหลุดตรงนี้ไม่ค่อยดี 3-2-13
RML แนวรับ 2.32 ถ้าเด้งก็ได้ไปเทส 2.57 อีกรอบแต่ถ้าเบรกลง EMA 50 ไปรับแถวๆ 2.07บาท 17-1-13
RML ตัวนี้ ผมปรับเทรนด์ไลน์ตามหลายรอบแล้ว ถ้าเบรกตอนนี้อีกรอบ ก็เลิกใช้เทรนด์ไลน์อิง Fibo ไปเลย ตัวนี้ขึ้นมาโหด จนโดนคำเตือนว่า "หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายผิดไปจากสภาพปกติของตลาด"ต้องวางเงินสดนั้นเอง เอาเป็นว่าต้านต่อไป 2.57 2.81 ตามลำดับ แนวรับ 2.32 ครับ 9-1-13
 RML แนวต้านแรกคือแถวๆเส้นประสีเหลืองนะครับถ้าเบรกไปได้ไป
ต้านที่ 2.3-2.4 แถวๆเส้นเหลืองปลายศรเขียว ส่วนแนวรับแรกเส้นเหลือปลายศรเหลืองตามลำดับ 2-1-13
RML ใกล้มุมๆลุ้นๆเบรกขึ้นสักทีรอมานานไปละแนวต้านหลังจากเบรกขึ้น 2 บาท แนวรับถ้าเบรกลง 1.82 บาทครับ 26-12-12
RML ใกล้แนวรับแล้วครับ 1.87-1.9 ราคาหปัจจุบัน คือแนวรับ ถ้าเด้งได้ตามศรเขียว แล้วออกไปจากกรอบขาลงสีฟ้าได้ ก็จะเยี่ยมเลย แนวต้านแรกจะเป็น 1.97 ต้านต่อไป 2.05 ตามลำดับ ส่วนกรณีเบรก แนวรับกรอบขาขึ้นลงมาตามศรสีแดง แนวรับแรก 1.8 ครับ 14-12-12
RML เบรกแนวต้านจากที่ตีไปก่อนหน้านี้ขึ้นไป เป้าหมายต้านต่อไปเส้นเหลืองอย่างที่บอกกราฟที่แล้ว แนวรับ เส้นชมภู 1.94-2 บาท 6-11-2555
RML ทำนิวไฮเช้านี้แนวต้านต่อไปเส้นเหลืองบนแนวรับเป็นไฮเดิมต้องดูว่าจะยืนได้ไหม RSI เริ่มตันแล้วอาจย่อเพื่อหาช่องบ้าง แต่ถ้ายืนไม่อยู่ก็เส้นรับที่เหลืองล่างเลย 24-10-2555
 







วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น ASP


ASP เคลื่อนออกข้างไล่เส้น 38.2 ที่ราคา 2.3 ไปเรื่อยๆเมื่อถึงปลายธงคงต้องมีจุดแตกหัก แต่อีกพักใหญ่เลยกว่าจะถึงครับ 28-9-2555

   

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น ASIAN

ASIAN แนวรับคือ 3.76 แนวต้านคือ 3.82 ซึ่งถ้าเบรกได้ต้านต่อไปคือเส้นเทรนด์ไลน์ประ เส้นบน และ 3.92 9ามลำดับ
   

ASIAN หุ้นห้องเย็น ลงมาแตะเส้นแนวรับสีส้มแล้ว จะเด้งหรือไม่ก็มีช่องให้กำ

ไรไม่มากเพราะเข้าปลายธง ทางที่ดีรอเบรกที่ปลายธงแล้วค่อยเล่นตามเทรน ตามข่าวกันให้ดีจ้า 28-9-2555

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น CPALL

CPALL เอาแบบสั้นนะครับ แนวรับคือ 49.24 แนวต้านแรก 49.9 ตรงนี้ลุ้นว่าไม่หลุดเทรนด์ไลน์นะคระบ เวฟ 5 ระยะสั้นนี้จบแน่นอน รอเริ่มต้นใหม่ 21-2-13



   
CPALL ตอนนี้พักตัวนะครับ แนวรับ 46แนวต้านแรกเป็นเส้นสีฟ้าบน ต้านต่อไป 49 บาทครับ 12-2-13

CPALL แบ่งกรอบเทรนด์เป็นสามเทรนด์นะครับ อันแรกกรอบพักตัวสีเหลือง แค่พักแล้ววิ่งออกข้าง รอจังหวะเช็คที่กรอบล่างของเทรนด์ขาขึ้น ซึ่งอันแรกคือกรอบเทรนด์ไลน์ขาขึ้นสีเขียว ถ้าไม่หลุดกรอบนี้คือแตะเส้นเขียวล่างแล้วเด้งได้ ก็มีสิทธิ์ขึ้นไปอีกเยอะ อีกอันคือกรอบขาขึ้นสีฟ้า คือถ้าเลยเส้นเขียวล่างออกมามาวัดที่กรอบสีฟ้านี้ ถ้าชนเส้นฟ้าล่างแล้วเด้ง ก็ไปต่อ รวมแล้วแนวรับแรก แถวๆ 44 บาท แนวต้านคือที่ราคาปัจจุบันไล่ตามเส้นเหลืองบน ถ้าเบรกตรงนี้ได้ค่อยมาดูกันอีกทีว่ามีสิทธิ์ไปได้ถึงกรอบไหน 19-1-13





CPALL แนวรับคือที่ 45.75 นี่แหละครับถ้าราคายังไม่ไปไหนรอดูตอนไปชนเส้นสีเหลือง

เส้นกลางนะครับ ตรงนั้น ถ้าเด้งก็ตาม ถ้าย่อลงมาก็ปล่อย ถ้าย่อลงมาแนวรับคือที่ 44 บาท ถ้าเด้งขึ้นแนวต้านอยู่ที่ 47.25บาท 2-1-13 






CPALL ขึ้นเอาๆ แปลกมากไม่มีคนถามถึงหุ้นตัวนี้ เบรกกรอบขาขึ้นขึ้นไปอีกที แต่สัญญาน RSI ก็ซื้อเยอะมากแล้วเข้าตอนนี

้อาจจะต้องระวังหน่อยนะครับ 18-12-12





CPALL วิ่งเก็บพลังออกข้างไปเรื่อยๆMACD ยังดำน้ำแต่ราคาไหลขึ้นเรื่

อยๆตามเทรนด์ไลน์ถ้าเบรกขึ้น แนวต้านอยู่ที่ 45.4 บาทแถวเส้น Fibonacci Retracement -361.8 เบรกลง 38.35 เส้น FIBO 261.8 ส่วนกรณีในเทรนด์ไลน์ เส้น EMA 50 จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ระยะสั้นๆอาศัยเป็นแนวรับได้ครับ 5-12-2555