แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กราฟ set แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กราฟ set แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์กราฟ Set index ของวันที่ 20 พย 2556

กราฟเซ็ท เริ่มระยะสั้น กราฟช่องทางขวาก่อน ตรงนี้ตั้งสมมุติฐานว่าจะเป็นการขึ้นระยะสั้น เวฟแรก และทุกอย่างจะยังได้ลุ้นถ้ามันไม่หลุด 1400 หรือถ้าหลุดแล้วลงไปไม่ถึง 1380 แต่ถ้าหลุดก็ดูภาพรวมทางซ้ายมือ

   
ทางซ้ายมือนี้จะเป็นเป้าเก่าตั้งแต่ที่บอกว่า ลงมาอีกสัก 70-80 ก็ยังไม่ใช่เรื่องแปลก รับแรก 1377 หรือแถวๆ 1380 แบบในระยะสั้น

รับต่อมาที่สำคัญคือ 1350 ถ้าหลุดตรงนี้ มีสิทธิ์ถึง low เดิม ฝรั่งขายๆๆๆ แต่หุ้นไม่ลง แล้วเริ่มมีการพูดถึงว่า qe อาจจะยังไม่มีกำหนดลดที่แน่นอน

ตรงนี้ฟังดูเหมือนข่าวดี แต่จากที่สังเกตุข่าวเรื่อง qe มา บอกตามตรง มันสังหรใจ มันตะหงิดๆ มันยังไงๆ ไม่รู้ สิ่งที่ลุงเบนพูดว่าจะ ว่าจะ เนี้ย พฤติการณ์มันสวนทางกับการกระทำของฝรั่งวุ้ย

ทั้งนี้ทั้งนั้น เหมือนเดิมว่าอย่าไปเสียเวลาเดา เขาทำยังไงเราก็ทำอย่างนั้น จับตาค่าเงินไว้ ถ้าผ่าน31.8 มีสิทธิ์ไป 32.xx ซึ่งถ้าไปถึง ดูว่ามันจะมีแรงไหม แต่ถ้าย่อลงมา และถ้าไปถึงที่ราคา 30 บาท(หรือก่อนถึงแล้วเด้ง) จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าเงินบาทจะแข็งจริง หรือแค่ปรับทิศเตรียมกำลังเพื่ออ่อนต่อ

สุดท้ายถ้าอ่อนต่อ ไอ้ที่ตะหงิดๆนั้นจะเฉลยตัวของมันเองว่าลุงเบนหักมุมอีกแล้วหรือเปล่าครับ


วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้นกราฟหุ้น กราฟเซท ประจำวันที่ 15 ตค 2013

กราฟเซท แนวต้านแรกคือเทรนด์ไลน์สีขาวนั้น ต้านต่อไปคือที่ยอดเวฟ 3 ของรอบนี้ 1494 ถ้าเบรกตรงนี้ได้ ทุกๆตำแหน่งต้องระวังมากๆ

   
แนวรับแรก1432 แต่ถ้าทำเวฟ5 ได้จบ ให้ใช้ fibo วัดรวบทั้งรอบนี้ ตั้งแต่1260 แถวๆจุดเริ่มต้นเวฟ1 ไปจนถึงเวฟ5 แล้วให้ตั้งสมมุติฐานว่า ทั้งชุดนี้คือเวฟที่ 1 ของขาขึ้นไว้ก่อน

โดยที่หลังจากจบเวฟ 5 ถ้าย่อลงแล้วไม่หลุดลงต่ำกว่า 61.8% หรือลงน้อยกว่านั้น ถือว่าสวย พันจ่งพันเจ็ดอย่าเพิ่งมั่นใจ ตาบใดที่เวฟ2 ใหญ่ยังไม่แสดงตัวออกมาชัดๆ นั้นหมายถึง มันยังไม่มีอะไรคอนเฟิร์มว่าจะไม่ลงไปต่ำกว่านั้นอีก

เมื่อเวฟ2 ยังไม่แสดงตัวโวลุ่มก็เนือยๆแบบนี้แหละครับ แต่เมื่อมันแสดงให้เห็นชัดแล้ว โวลุ่มจะเพิ่มขึ้น และจะโวลุ่มพุ่งสุดขีดเมื่อราคาเบรกยอดของเวฟ 1 ใหญ่(เพราะว่า มันได้คอนเฟิร์มจากเวฟ2 ว่าจะไม่ลงต่ำกว่านั้น และการเบรกยอดเวฟ1คือคอนเฟิร์มความมั่นใจว่าจะไปเวฟ 3ถ้าเห็นภาพแบบนี้ก่อน ค่อยพูดถึงพันเจ็ดนะ)


วิเคราะห์หุ้น ADVANC มาดูกันว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

ADVANC เหมือน JAS เลย หุ้นกลุ่มใกล้เคียงกันคอนเฟิร์ม กันเอง เป็นแนวคิดหนึ่งของ Dow Theory
สังเกตุโครงสร้างราคานะครับ (แน่นอนมันบอกถึงว่าคนในตลาดคิดยังไงกับภาพรวมตอนนี้) แล้วก็สังเกตุที่ลูกศรชี้แก็บ คอนเฟิร์มกับ #JAS และบทความที่ผมเขียนข้างล่างเรื่อง เปิดแก็บ-ปิดแก็บ ส่วนราคาแนวรับแนวต้านสำคัญ และเงื่อไขว่ายอดตรงนั้นจะมีเด้งขึ้นมาอีกครั้งในรอบต่อไปนี้ไหม ใช้คอนเซปเดียวกับ JAS เลย

   

กราฟหุ้น set update รายวัน 30 กย 2013

กราฟเซท เวลาหุ้นลงจับตาจังหวะกลับตัวขึ้น เวลาหุ้นขึ้น มองดูจังหว่ะกลับตัวลง วิธีนี้แหละคือวิธีที่ผมโพสในเพจๆนี้ ดังนั้น มันเหมือนหุ้นขึ้นผมแช่ง(ไม่ได้แช่งหุ้นขึ้น ก็ต้องจับตาดิว่ามันจะหมดแรงตอนไหน) หลายคนดันมองผมว่าปัญญาอ่อน หุ้นขึ้นมาแช่ง หุ้นลงๆอยู่ให้เตรียมเข้า เหอๆ(อันนี้บ่นหน่อย เคยมีค่อนแคะในนี้จริง และจนป่านนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจลอจิค ของเขา)

   
พอแรงตก ในขาขึ้น ผมก็พิมว่าต้องเริ่มระวังแล้วนะ ต้องเริ่มวางกฏเพื่อเก็บกำไรแล้ว อะไรประมานนั้น ซึ่งหลายๆคนที่ตามมาก็ดูเองเป็นอยู่แล้ว ถ้าหุ้นลง กำลังการขายเริ่มน้อยลง ก็มาเตือนกันว่า เริ่มจับตาเข้าได้แล้วน้า ต้องเริ่มวางกฏแล้วว่าถ้าเบรกตรงนี้หรือไม่หลุดตรงนั้น จะเข้าซื้อ

กลับเข้าที่กราฟ รอบนี้สั้นๆ ระยะสั้นนี้ ถ้าลงมาไม่เกิน 1350 แล้วเด้ง จะสวย สังเกต macdo นะ ว่าจะทำไดเวอร์เจนซ์หรือเปล่า ถ้าเด้ง หรือยืนอยู่ ก็หาหุ้นเข้า ถ้าหลุด ก็จ้องมองหาเด้งอีกที ดูแรง macd ประกอบด้วยเช่นเคย

ส่วนหุ้นที่แนะนำถามไถ่มาเย็นๆ จะมาดูให้อีกทีนะครับผม


วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

วิเคราห์หุ้น set index วันนี้

แนวรับตอนนี้คือ 1450 1420 ตามลำดับ การซื้อขายไม่ออกแนวไล่ราคานะ ออกข่าวมากระตุ้นเปิดแก็พ แล้วนิ่ง กระตุ้นแล้วนิ่ง macdo นั้นเลยไม่พุ่งไปตาม

   
อาการแบบนี้เรียกว่าไม่ใช่ความอยากของตลาดโดยรวม ช่วงที่แรเงาเป็นช่วงเสตียรอยด์ที่ว่า สังเกตุกันดูว่า มันอยู่ช่วงไหนกำลังเป็นยังไงเอานะครับ อาการแบบนี้ไม่อยากปากเสีย

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น กราฟ set ระหว่างโวลุ่มกับ Elliott wave กันครับ

สรุปการซื้อขายหุ้น ณ วันที่ 9 ก.ค. 2556 หลุด 1400 ยังไม่น่าตกใจ หลุด 1390 น่าตกใจกว่าเยอะ เพราะถ้าหลุดตรงนั้นมีสิทธิ์ลงถึงโลวเดิมหรือ new low ครับ

ความเห็นส่วนตัว ช่วงที่ลงมาจาก 1475 ซึ่งสมมุตติฐานของเราคือ เวฟ 2(ขาขึ้น) โวลุ่มไม่มากเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา อย่างวันนี้ก็ประมานสี่หมื่นกว่าล้าน ซึ่งเป็นวิสัยของเวฟ 1-2 คนยังกล้าๆกลัวๆ ส่วนมากก็ขายจากขาลงหลักก่อนหน้าไปเยอะแล้ว ถ้าจะซื้อแห่ซื้อ ก็ต้องให้ ชัวร์ว่าสมมุตติฐานที่ว่าตรงนี้คือเวฟ 2 เป็นจริงก่อน
   

ตอนนี้ ถ้าโวลุ่มจะพุ่งอีกครั้ง ก็ต้องหลังจากเบรก 1475 หรือหลุด 1390 (ส่วนของการหลุด 1390 ก็ยังถือว่าสมมุติฐานเวฟ 2 ยังจริงอยู่ ตราบใดที่ยังไม่ทำ new low )ถ้าราคาอยู่ในช่วงรับต้านนี้ยังไม่เบรกหรือหลุด โวลุ่มก็ยังไม่มา เพราะยังไม่แน่ใจกันนั้นเองครับ

หลักการอย่างหนึ่งของตลาดก็คือ ถ้าอะไรยังไม่ได้รับการพิสูจน์ คนก็จะยึกยัก ถ้าได้รับการคอนเฟิร์มแล้วก็จะมั่นใจ ไม่ว่าขาขึ้นหรือลง ถ้าความสงสัยหมดไป ก็พุ่ง


กราฟเซท30 ยังอาจชนต้านแล้วลงอีกรอบ แนวรับที่สำคัญตอนนี้อยู่ที่ 1390 ซุึ่งเป็นจุดคาดการณ์เวฟ 2 ที่สวย ที่ 61.8% ของเวฟ 1 ถ้าลงถึง 1390 แล้วเกิด bullish divergenceได้ก็สวยงามครับ

ติดค้างบทความเกี่ยวกับเครื่องมือ วันสองวันนี้ยุ่งไปหน่อย เดี๋ยวเย็นๆกลับมาว่ากันต่อครับ



วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

แนวรับแนวต้านของกราฟราคามีแรงดึงดูดกันนะครับลองมาดูกันเลย

เมื่อเราสังเกตุพฤติกรรมของราคาหุ้นบนกราฟหุ้น เราจะพบว่า ไม่ว่าจะเป็น Uptrend Downtrend หรือ Side way  ราคาหุ้นมักจะวิ่งเข้าหาจุดใดจุดหนึ่งเสมอ ถึงแม้ว่าราคาจะเลยจุดนั้นไปแล้ว ก็มักจะวกกลับมาที่จุดนั้นอีกในภาย หลัง

จุดที่ว่านี้เองคือสิ่งที่เราเรียกว่า แนวต้าน แนวรับ และพฤติกรรมของราคาหุ้นที่มักจะวิ่งเข้าหาแนวต้าน แนวรับนี้เอง ที่ทำให้ Thai Trader คิดว่า มันมีแรงดึงดูดต่อกัน

การได้มาซึ่งแนวรับแนวต้านนั้น มีหลายวิธีและ Thai Trader เขียนให้ดูเสมอๆว่าเราได้มาอย่างไร ทั้งจากบทความ หรือเพื่อนๆสามารถแกะจากกราฟที่ผมตีด้วยเช่นกัน ตอนนี้เราคงจะไม่พูดถึงการหาแนวรับแนวต้าน เพื่อนๆสามารถหาอ่านได้ในบล๊อกนี้เลย

   

ในส่วนของราคาจะมีลักษณะดังนี้

  • ถ้าราคาเป็นขาขึ้นราคานี้จะมีประจุเป็น +
  • ถ้าราคาเป็นขาลงราคานี้ก็จะมีประจุเป็น -

ในส่วนของแนวรับแนวต้านจะมีลักษณะประจุแบบนี้ครับ

  • แนวรับจะมีประจุเป็น -
  • แนวต้านจะมีประจุเป็น +
เมื่อเราตีกราฟแล้วได้แนวรับแนวต้านเรียบร้อย สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างราคาปัจจุบันและแนวรับแนวต้านจะเป็นแบบนี้ครับ

แนวรับอยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน และแน่นอนแนวต้านอยู่สูงกว่าราคาปัจจุบัน โดยที่พฤติกรรมของแนวรับแนวต้าน ที่เกิดกับราคาจะขึ้นกับเทรนด์ของราคาโดยที่จะแยกดังนี้

เมื่อเทรนด์ของราคาหุ้นเป็นขาขึ้น(มีประจุ+) แนวรับจะดูดราคาลงมา ให้ยืนอยู่ที่แนวรับ (แนวรับมีประจุ-) ประจุต่างกันจะดึงดูดกัน

ในส่วนของแนวต้าน(มีประจุเป็น +) ในขาขึ้นนี้จะเป็น + เจอ + ดังนั้นแนวต้านจะคอยดันราคาไม่ให้ผ่านไปง่ายๆ

และในส่วนของขาลงก็จะเป็นคล้ายๆกันโดยที่ แนวรับจะคอยดันราคาในขาลงไว้ไม่ให้หลุดไปง่ายๆ (เป็น - เจอ -) ส่วนแนวต้านจะคอยดึงดูดราคาให้กลับขึ้นไปเทสเสมอๆ

ราคามักจะไม่ลอยอยู่ระหว่าง แนวรับแนวต้าน นานๆ มันจะวิ่งไปหาแนวรับแนวต้านที่ใกล้ที่สุดก่อนเป็นอันดับแรกครับ

แล้วแนวรับแนวต้านที่เราตีไว้มีพลังในการดูดหรือผลักราคาหุ้นแค่ไหนเราจะดูยังไง จะอธิบายให้ในตอนนี้แหละครับ

พลังของแนวรับแนวต้านมีมากน้อยแค่ไหนให้ใช้วิชาที่เราได้ศึกษามาก่อนหน้านี้มาวิเคราะห์ครับ หลักๆจะเป็นดังนี้

  • Elliott Wave เมื่อเวฟถึงจุดกลับตัวแล้วแนวรับเป็นเวฟอื่นแล้ว แนวรับหรือแนวต้านตอนนั้นจะมีแรงค่อนข้างมาก เช่น เมื่อนับเวฟขาขึ้นมาเจอเวฟ ที่ 3 แนวรับที่มีแรงมากที่สุดจะอยู่ที่ปลายยอดเวฟ 1  ตรงนี้มักไม่ค่อยหลุด จะถูกดูดมาตั้งหลักที่นี่เสมอ(ยกเว้นพลัง + ของขาขึ้นมีมากจริงๆ) 
  • การจับสัญญานของ เครื่องมือ oscillator ในส่วนนี้จะเป็นการจับสัญญาน convergence divergence ผมจะให้ความสำคัญกับส่วนนี้ที่สุด เพราะมันจะเป็น วิเคราะห์ อารมณ์ของคนในตลาดตอนนี้ได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็น อุปสงค์ อุปทาน มากขึ้นหรือน้อยลงแล้วหรือยัง คนเริ่มซื้อน้อยลง แสดงว่าแนวต้านนี้ จะมีแรงสูง คนขายมากขึ้น แนวรับใกล้ๆนี้ก็จะมีแรงน้อยลงเป็นต้น ตรงส่วนนี้ เมื่อใช้ร่วมกับ Elliott wave จะยิ่งทำให้เราวิเคราะห์ความแข็งอ่อนของแนวรับแนวต้านได้แม่นยำที่สุดครับ อันนี้ให้ ขีดเส้นใต้ไว้เลยว่า ถ้าคุณจะเป็นนักวิเคราะห์เทคนิค อย่ามองข้ามส่วนนี้เด็ดขาด จังหว่ะเข้าออกที่ถูกต้อง เกิดมาจาก หัวข้อนี้แหละ
  • แนวรับซ้อนรับ แนวต้านซ้อนต้าน เหตุการณ์นี้จะเกิดเมื่อมีแนวรับแนวต้านที่มีนัยสำคัญสองอันขึ้นไป วางไว้ใกล้เคียงหรือเป็นจุดเดียวกัน เช่น แนวต้านจากเทรนด์ไลน์ ที่วางทับกันกับ เวฟ 5 จาก Elliot wave พอดี หรือ แนวรับจาก ema200 ที่วางทับกันกับ trend line และ Oscillator เกิดสัญญาน bullish divergence ร่วมด้วยอีก แบบนี้ก็แสดงว่าแนวรับนั้นโคตรแข็ง โคตรมีแรงผลักราคาสำหรับขาลงครับ

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อแรงผลักแรงดูด จากแนวรับแนวต้านนั้นถูกเบรก คำตอบก็คือ เมื่อแนวรับหรือแนวต้านนั้นถูกเบรก ประจุของมันก็จะเปลี่ยนขั้วทันที เช่น ทีแรกแนวต้าน มีประจุเป็น + ในขาขึ้น เพราะงั้น แนวต้านนี้จะพยายามผลัก ราคาให้ลงไปหาแนวรับใช่ไหมครับ แต่เมื่อแนวต้านนี้ถูก เบรก มันก็จะกลับขั้ว จาก + เป็น - จากแนวต้านกลายเป็นแนวรับทันที

ถ้าก่อนนี้มันเป็นแนวต้านที่แข็งแกร่ง มันก็จะกลายเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน เช่น ราคาลงทำเวฟ 2 และมาเจอแนวต้านที่เป็นเวฟ 1 ซึ่งมี ema200 วางทับอยู่อีกชั้น แถมยังมีเทรนด์ไลน์ ของขาลงพาดเอาไว้อีกด้วย เราจะถือว่าตรงนี้เป็นต้านที่แข็ง เป็นต้านปลายเทรนด์ก่อนวิ่งเข้าสู่เวฟ 3 การเบรก ต้านนี้ ก็จะเป็นการ confirm ถึงการเปลี่ยนเทรนด์ ที่สำคัญ โดยปกติ Volume จะพุ่ง ทันที่ที่เบรกช่วยเป็นการ confirm ถึงการเปลี่ยนเทรนด์ และconfirm ว่า แนวต้านที่ถูกเบรกนี้ จะกลายเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งด้วยครับ(ช่วงนี้มีแนวนี้ตรึมลองไปหาดูกันในกราฟของหุ้นรายตัวไปครับ)

หลักการสำคัญในการวิเคราะห์แนวรับแนวต้านหุ้นคือ

  1. เราต้องหาเทรนด์ของราคาหุ้นบนกราฟว่าเป็นขาขึ้นหรือขาลง (ส่วน side way เดี๋ยวจะว่าอีกที)
  2. แนวรับแนวต้านจะทำ action กับลักษณะของตลาดจากข้อแรก
  3. ดูแรงของแนวรับแนวต้านนั้นๆว่าแรงแค่ไหน
  4. ถ้าถูกเบรกไม่ว่ารับหรือต้านมันจะกลับขั้วทันที
  5. โวลุ่มจะช่วยบอกว่าแนวรับแนวต้านอันไหนมีแรงมากกว่ากัน
รูปนี้จะเป็นตัวอย่างการวิเคราะห์แนวรับแนวต้านของตลาดหุ้นไทยเรา set index ครับ




ตอนนี้เบรกต้าน1440 จึงกลายเป็นแนวรับ

แนวรับแถวๆ1340-1350 เป็นเวฟ3 เก่าเป็นแนวรับสำคัญมากเพราะเมื่อนับเวฟ ย่อยมันจะเป็นเวฟ 5 พอดี macdส่ง bullish divergence โวลุ่มก็เข้าถ้ามีการลงมาในช่วงเวฟc อีกรอบ ตรงนี้จุถือว่าเป็นแนวรับสำคัญครับ

1490 เป็นต้านต่อไปเป็นต้านซ้ำซ้อนนะมียอดเดิม 2 อันวางอยู่แถมใกล้ๆกันมีema200 พาดอยู่ เป็นเวฟ 4 เดิมด้วย ตรงนี้จึงเป็นต้านสำคัญของช่วงใกล้ๆนี้


1530 เป็นต้านสำคัญสุดของการกลับตัวนี้ราคาตรงนี้อาจจะเป็นจุดเวฟ b ที่อาจจะกลับตัวเป็นเวฟ cตรงนี้ต้องจับตามากๆ 61.8% เป็นจุดต้องระวัง ถ้าไม่ผ่านตรงนี้ อาจจะลงไปถึง แนวรับแถวๆ1340-1350 ซึ่งก็คือส่วนที่เราถือว่าเป็นรับที่ดีจากรอบที่แล้วนั้นเอง

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น หุ้นไทย SET INDEX ใกล้กลับตัวหรือยัง ต่อ

จากโพสที่แล้ว วิเคราะห์กราฟ SET จังหวะกลับตัวใกล้เข้ามาแล้ว เรามาต่อกันด้วยกราฟของวันนี้ ว่าราคาหุ้นตอนนี้ และสัญญานทางเทคนิคต่างๆมีสภาพเป็นยังไง แล้วพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่รอบต่อไปกันครับ
   

   จากราคาแถวๆ 1650 ตลาดหุ้นของไทยเรา เริ่มตกลงมา ตรงหมายเลข 1 จัดเป็น WAVE 1 สำหรับการนับ Elliott wave ของ set

หลังจากรีบาวทำเวฟ 2 และลงทำเวฟ 3 และที่ราคา new low ที่ 1340 ก่อนหน้านี้ ถือเป็นจุดที่เราสงสัยว่าจะเป็นจุดจบ wave 5 ของขาลงรอบนี้ ดังนั้นการตีกราฟครั้งนี้ ตั้งสมมุติฐานว่าตรงนั้นเป็นจุดจบนะครับ เราจะมาดูว่ากรณีที่ตรงนั้นเป็นจุดจบ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปบ้าง

ดูหัวข้อก่อนหน้านี้เกี่ยวกับกราฟเซทได้ที่

มาว่ากันต่อว่าถ้าตรง 1340 นั้นเป็นจุดกลับตัวจะเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าก่อนอื่นมาดูช่วงราคาของวันนี้กันก่อน

1. จากในรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "5 หรือเปล่า ถ้าใช่ให้เริ่มนับตรงนี้เป็นเวฟ A" ตรงจุดนี้เมื่อไปวัดสัญญานกับ WAVE 3 เราจะเห็นว่ามันเกิด Bullish Divergence นะ นั้นหมายความว่า ความแรงในการลงเริ่มน้อยลงแล้ว คนที่อยากขายก็ได้ขายออกไปมากแล้วเหมือนกัน เรียกได้ว่าฝรั่งขายเป็นมูลค่าจะเท่ากับที่ซื้อมาเมื่อปีที่แล้วแล้ว (แต่ฝรั่งยังมีหุ้นเหลืออีกเยอะ อย่าลืมว่าเขาซื้อถูกมาขายแพง จำนวนที่ขายออกจึงน้อยกว่าตอนที่ซื้อ) 

นั่นหมายความว่าตั้งแต่ เลข 1 มาถึงจุดที่เราคาดหมายว่าจะเป็นเลข 5 นี้มีโอกาสกลับตัวสูง เมื่อจบเวฟ 5 นี้แล้วจะเริ่มเด้งระยะกลางกันสักครั้ง โดยที่เราไม่ได้ตีว่าตลาดหุ้น set ของเราจบขาลงนะ ให้ถือว่าตรงนี้เป็นเวฟ A ไว้ก่อน เด้งขึ้นมามีจุดสังเกตุอีกทีว่าจะจบขาลงจริง หรือ จะเป็นแค่เด้งขึ้นทำเวฟ B ก่อนลงทำเวฟ C อีกครั้งครับ ตรงนี้จับใจความดีๆว่า มันอาจจะมีเหตุการณ์ที่ลงได้หนักพอๆกับช่วงจากเลข 1-5 อีก

ก่อนจบจุดนี้มาดูที่เลข 5 เราจะเห็นว่ามันมีเวฟย่อยที่เราคาดไว้ว่าเป็น wave 1-wave 5  เราจะเห็นได้ว่า รูปแบบของราคา มันทำให้เห็นว่าจบเวฟ 5 จริง แต่ว่า ไปดูช่องทางขวาจากรูป ที่ Macd ตรงที่ผมขีดเทรนด์ไลน์สีเหลืองไว้ ระหว่างยอดที่เราคาดว่าจะเป็น wave 3 กับ wave 5 มันยัง convergence นะ ถ้างั้นเราอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าเวฟย่อยนี้ อาจจะยังไม่ใช่ wave 5 จริงๆ มันอาจจะเป็นแค่ wave 3 ที่รีบาวน์ไปทำ wave 4 เพื่อที่จะย่อลงมาทำ wave 5 ที่จบ เลข5 ของขาลงหลักอีกที

ตรงนี้เราจะวัดได้ยังไงว่ามันจบwave 5 ย่อยแล้ว เราก็มาดูที่ข้อต่อไปกันเลย

2. จากรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "เส้นเหลืองชี้ชะตาว่าเป็นเวฟ 3 ย่อยหรือว่าจบเวฟ 5" ตรงนี้เป็นจุดเดียวกับ wave 1 ย่อย ซึ่งปกติจะเป็นจุดต้านของwave 4 คือจะขึ้นหรือลงก็จะไม่ overlap กับ wave 1  นั้นหมายความว่า ถ้าราคาเบรกที่ wave 1 จะถือว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้านั้นคือ wave 5 ที่เป็นจุดจบของขาลงหลักนี้  เหตุการณ์แบบนี้ จะเกิดได้เมื่อราคามันใกล้จุดกลับตัวมากๆ คนในตลาดว่าจะกลับตัวมันเลยเกิดสัญญาน false ได้ครับ

แต่ว่าถ้าไปชนตรงนั้นแล้วย่อลง ก็มีสิทธิ์ที่จะลงทำเวฟ 5 ให้สมบูรณ์ โดยอาจจะลงต่ำกว่าหรือเท่ากับ Low ที่ผ่านมาก็ได้ ดูลักษณะของ Macd แล้วลงต่ำกว่าก็ยัง Bullish convergence อยู่ดีครับ 

3. จากรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "จุดทดสอบเวฟBในอนาคต" ที่ราคาแถวๆ 1530 นั้น มันจะเป็นจุดที่จะวัดว่า ไอ้การลงรอบที่ผ่านมานี้ จบบริบูรณ์ แล้วหรือยัง หรือจะเป็นแค่เวฟ A (ABC)  ถ้าไปชนแล้วย่อลง ก็จะเป็นการเริ่มต้นขาลงสู้ WAVE C ถ้าเบรกตรงนี้ได้ก็จะไปวัดลักษณะเดิมที่จุดต่อไปในข้อ 4

4. ที่ "จุดทดสอบขาขึ้นอีกครั้งในอนาคต" ตรงนี้ที่ราคา 1650 ซึ่งเป็น hi เดิม จะเป็นการเทสครั้งสุดท้ายของ WAVE B ถ้าเบรกได้ ก็จะถือเป็นขาขึ้นสมบูรณ์ แต่ถ้าเบรกไม่ได้ จะเป็นการลงทำ WAVE C ครับ

สุดท้าย ให้ลองเอาไว้ใช้เป็นกรณีศึกษา ถ้าตั้งใจอ่านดีๆ จะได้ความรู้เรื่อง การจับสัญญาน รูปแบบของกราฟราคา และลักษณะโดยทั่วไปของ Elliott wave ครับ อ่านดีๆจะได้ความรู้ต่อไปแน่นอน


วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น intuch กันแบบละเอียดชัดๆกันเลยครับ

INTUCH หุ้นที่เพื่อนในเพจเราแนะนำมาเมื่อวาน ตัวนี้ในส่วนของเวฟขาลงมัน ให้สงสัยได้ว่ากำลังเป็นเวฟ 5 แต่ยังไม่สมบูรณ์ ราคาอาจจะไปเจอกับตรงเทรนด์ไลน์แล้วย่อลงอีก ก็ได้ ถ้าย่อ แนวรับแรกเป้น75.5 นั้น หรือถ้ามันลงต่ำกว่านั้นนี่ยิ่งดี จะได้จับสัญญาน divergence ชัดๆ

   
ตัวนี้ลองสังเกตุนะครับจากโพสที่ผมโพสเรื่อง pattern ไปก่อนหน้า ตรงเลข 3 ที่กราฟ ราคา จะเห็น wave 3 , wave 5 ซึ่งเวฟ 5 ทำ new low ใช่ไหมครับ

ทีนี้ไปดูที่ส่วนของ rsi จะเห็น ว่าช่วงนั้นทำ divergence ใช่ไหมครับ  การเกิดแบบนี้ จะทำให้เราสงสัยได้ว่ามันกำลังจะจบเวฟ 3 ใหญ่(เลข3) ดังนั้นอาจจะมีการเด้งไปทำเวฟ 4 เป็นต้น

ทำไมเราถึงคิดว่ามันเป็นเวฟ 3 ไม่ใช่เวฟ 5 ใหญ่ที่จะกลับตัวเป็นขาขึ้นเลย ก็เพราะว่า  จากเลข 1-3 สัญญานใหญ่มันยังบอกว่าเป็น convergence นั้นหมายถึง มันมาทางไหนก็จะยังไปทางนั้นอยู่ มาทางลงก็จะเด้งแล้วมีสิทธิ์ลงต่อ ตรงนี้เป็นอาการปกติของเวฟ 3 สิ่งที่จะแสดง divergence จะไปเกิดที่เวฟสุดท้าย

ทีนี้มาดูจุดที่เราสงสัยว่าจะเป็นเวฟ 5 จะเห็นว่า จากเลข 3,5 ลองดูที่ macd นะครับ ตรงนั้นจะเห็นว่า macd ลงต่ำน้อยลง

เสียดายอย่างเดียวตรงส่วนกราฟราคาที่ลงคราวก่อนตรงเลข 5 น่าจะลงต่ำกว่าเลข 3 ไปเลย จะได้รู้แล้วรู้รอด

จากที่มันไม่ลงต่ำกว่า3 นี้เราตั้งข้อสงสัยอะไรได้บ้าง คำตอบก็คือ
1 อาจจะมีการลงต่ำกว่า 3 อีก
2 ถ้ามันเบรกเส้นเทรนด์ไลน์สีฟ้าขึ้น เวฟ 5 อาจจะจบที่ตรงนั้นแหละถือเป็นเวฟ 5 แบบ ไม่สมบูรณ์ ผมจำที่เขาเรียกว่าอะไรไม่ได้ละที่เวฟ5 อาจจะไม่ถึงเวฟ 3

ทีนี้ลองมาคิดกันว่าตลาดคิดยังไงกับราคารูปแบบนี้
- ราคาแถวๆ72 เป็นจุดที่เป็นเวฟ 4 ขาขึ้นรอบที่แล้ว มันเป็นแนวรับที่คนส่วนใหญ่ลุ้นกันไม่ให้หลุด(ขึ้นกับสถานการณ์รวมของตลาดด้วย)

- ตรงเลข 3 ตอนที่ราคามาถึงตรงนั้น จากสัญญาน divergence เล็ก ที่บอกข้างบน คนสงสัยว่ามันอาจจะเป็นเวฟ 5 นะ และถึงยังไงอย่างน้อยมันต้องเป็นเวฟ 3 ที่มีเด้งเป็นเวฟ 4 แน่ จะเห็นว่าตอนที่เด้ง ในช่องโวลุ่มก็เพิ่มขึ้นไปจนถึงเลข 4 เลย แต่มากไหมก็ยังไม่มากเมื่อเทียบกับช่วงอื่น เพราะอะไร ก็วนกลับไปที่บอกว่าภาพใหญ่ยัง convergence มัน divergence เฉพาะภาพเล็ก คนยังกลัวว่าจะมีลงอีกรอบ ดังนั้นคนจะขายก็ยังไม่อยากขายเท่าไหร่เพราะกลัวว่าถ้ามันเป็นเวฟ 5 จะไปขายที่ต่ำสุด แต่คนจะซื้อ ก็ไม่อยากซื้อ หรือซื้อก็ซื้อแบบระวังๆเพราะมันมีสิทธิ์มีเวฟ 5 ตามมา ทำให้ราคาขึ้นไปขนาดนั้น แต่โวลุ่มไม่ได้เยอะมากสมราคาเลย เพราะคนยังกล้าๆกลัวๆ

-จากเลข 4 ลงมาแถวๆ เลข 5 ดู macd มันลงมาไม่มาก เพราะอะไร เพราะคนที่จะขายในตลาดขายไปเยอะแล้ว ในส่วนของโวลุ่ม เพิ่มขึ้นมากกว่าตอนที่ขึ้นไปที่เวฟ 4 เพราะอะไร เพราะว่าคนที่คิดว่ามันอาจจะเป็นเวฟ4 และกำลังจะลงทำเวฟ 5 มั่นใจแล้วว่ามันลงเวฟ 5 แน่ก็ต้องขายออก โวลุ่มเลยเยอะกว่าตอนมันขึ้นทำเวฟ4

- ทีนี้ลองดูตรงที่ชิดๆเทรนด์ไลน์ราคาปัจจุบันนะครับ ราคาเด้งจากเลข 5 ไปชิดเทรนด์ไลน์นั้น แต่ว่าโวลุ่ม กลับลดลง เพราะอะไร เพราะคนในตลาดเห็นว่าที่ราคาเลข 5 ก่อนหน้านี้ มันยังไม่คอนเฟิร์มมาต่ำกว่า 3 มันจึงไม่เรียกได้เต็มปากว่า bullish divergence แล้วโว้ย นั้นก็คือมีสิทธิ์ที่จะลงไปต่ำกว่านั้นอีก คนเลยยังไม่กล้าเข้า แถมยังไปชิดแนวต้านที่เทรนด์ไลน์นั้นอีก ตอนนี้ส่วนมากเลยนั่งดูรอความมั่นใจ ถ้าลงรอบต่อไปแล้วdivergence ของ3 กับ 5 ยังอยู่ไม่หาย อาจจะเป็นจุดซื้อที่ดีกว่า

- แต่ถ้าเบรก เทรนด์ไลน์นั้นไปได้ ผมคิดว่าคนจะมั่นใจขึ้น โวลุ่มก็จะตามมาแน่ๆ แต่จะไปชะลอที่เลข 4  และถ้าเบรก4 ได้ คราวนี้กระโดดขึ้นรถให้ทันเขา




วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จับตาelliot wave เวฟ5 ของขาลงของ set index รอบนี้

#กราฟsetday
   
 วันนี้วุ่นทั้งวันไม่ได้โพสไรเลย เริ่มว่างเลยเอาตัวขยายจากกราฟที่ตีก่อนหน้านี้มาฝาก จาก วิเคราะห์กราฟ Set Index

ตรงส่วนที่บอกว่าเป็นส่วนของเวฟ 5 จะเห็นว่าตอนนี้เกาะๆแถว 61.8% ถ้าเบรกตรงนั้นไปต้านที่เวฟ 4 ตรงนี้ถ้าเบรกได้จะดูดีอย่างที่บอกในกราฟก่อนนั้นแต่ถ้าย่อลง อาจจะไปเทสที่ 1350 อีกรอบ รายละเอียดหลักๆ คลิกเข้าไปดู ใน tag ที่เป็นลิ้งค์ นั้นนะครับ



วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิเคราาะหุ้น กราฟsetday มาจับแนวรับแนวต้านของอาทิตย์นี้กัน

#กราฟsetday มาว่าเรื่องกราฟเซทแบบรายวันก่อนเปิดตลาดพรุ่งนี้กันบ้างนะครับกราฟสั้น 10 นาทีเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อ
---------------------------------------------------
เมื่อวิเคราะห์จากเวฟ 1 ซึ่งเริ่มที่ 1650 ที่ลงมาถึง 1580 จุดต่ำสุดที่อาจจะคาดหมายเป็นปลายเวฟ 5 คือที่1350 มีขนาดประมาน 361.8% ของเวฟ 1 ถามว่าตรงนี้ควรกลับตัวไหม บอกตรงๆราคาที่ผมคิดในใจตอนแรก คือแถวๆ 1450 แค่นั้น หุหุ แต่สัญญาน macd กลับชี้ลงต่อ
   


สังเกตุเมื่อราคาหลุด 1450 ลงมามันหลุดเส้น ema200 (เส้นสีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นแนวรับระยะค่อนยาวด้วย ราคาเลยดิ่งหนักตามมาเพราะเป็นแนวรับที่มีนัยสำคัญ

หลังจากหลุดได้ 2 วันไปแตะจุดต่ำสุด(เมื่อนับเวลาถึงตอนนี้นะ) ที่ 361.8% ก็เกิดการเด้งพร้อมกันแทบจะทั่วภูมิภาค กับ ฝรั่งขายน้อยลง (อันนี้ไม่ได้ประกันว่าจะกลับตัวนะแต่น่าจะเป็นการดูท่าทีมากกว่า) และตอนนี้ราคากลับมาอยู่เหนือเส้น ema200 อีกครับ 

ในส่วนนี้บอกอะไรเราบ้าง ณ ตอนนี้แนวรับที่ลงไปจิ้มแล้วเด้งขึ้นทันทีคือที่ 1350 เราถือว่าเป็นแนวรับที่เป็นรับหลัก ถ้าเกิดราคาย่อมาอีกรอบ ที่ราคา 1350 หรือต่ำกว่านั้นประมาน 1300 จะกลับเป็นจุดสังเกตุสัญญานกลับตัวอีกรอบ ถ้าสัญญานคอนเฟิร์มก็จะสบายใจได้มากกว่าที่จะพูดว่ากลับตัวในตอนนั้นครับ

แล้วถ้าไม่ย่อลงมาละ ก็มาดูต่อที่เวฟ 5 ตัวปัจจุบันเลย

---------------------------------------------------

เวฟ 5 ขาลงปัจจุบันให้เริ่มที่ 1540 ลงไปต่ำสุดที่ 1350 (เลขกลมๆนะ) ก่อนที่ระรีบาวด์ ขึ้นมาติดแนวต้านแถวๆ 1468-1470 ซึ่งมีขนาด 61.8% ของเวฟ 5 นี้นี่เอง 

ตรงนี้บอกอะไรเรา ตัวเลข 61.8% ที่รีบาวด์มานี้ ปกติถ้าจะลงต่อแรงก็ควรจะไม่ผ่านคือรีบาวด์ขึ้นมาติดตรงนี้แล้วลงต่อ นั้นถือให้ว่า1468-1470 เป็นแนวต้านที่ 1 ได้เลย ถ้าลงต่อไปไปวัดกันที่แนวรับที่ ว่าข้างบน 

แต่ถ้าผ่านต้านนี้ไปได้ นั้นหมายความว่า คนสงสัยว่าตรงนี้จะเป็นการกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ไหมความสงสัยตรงนี้จะไปถูกตัดสินที่ 1540 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเวฟ 5 นี้ ตรง 1540 จึงเป็นต้านที่สำคัญซึ่งถ้าเบรกได้มีความเป็นไปได้สูงที่จะตีว่าเริ่มเข้าสูขาขึ้นอีกครับ 

ในส่วนของสัญญานการกลับตัวระยะสั้นลงมา มีเพียง rsi ที่ให้สัญญาน divergence แบบอ่อน ให้ครับ ในส่วนของระยะกลางคือตั้งแต่กราฟวันไป ยัง convergence

------------------------------------------------------------------

สรุปแนวรับแนวต้าน 

1 แนวรับ 1300-1350 ถ้าราคาลงไปอีกรอบแล้วเด้งได้ ให้จับตาสัญญานกลับตัว ถ้า convergence ตั้งแต่กราฟ 60 ขึ้นไปจาก macd เตรียมหาหุ้นที่ชอบกัน
2 แนวต้าน 1468-1470 ถ้าไม่ผ่านมีสิทธิ์เป็นไปได้สูงที่จะลงไปเทสอย่างน้อยก็โลวเดิมคือ 1350 แต่ถ้าผ่านจะไปที่ต้านต่อไปและตรง 1468-1470 จะกลายเป็นแนวรับ
3 แนวต้าน 1540 ถ้าเบรกได้มีสิทธิ์สูงที่จะนับขาขึ้นใหม่เริ่มจับตาเวฟ 1 แต่ถ้าย่อ 1468-1470 เป็นแนวรับ (เป็นจุดต่อสู้ระหว่างขาขึ้นกับขาลงจริง)ถ้าหลุด 1468-1470 ก็ กลับไปเริ่มพิจรณาข้อ 1 อีกรอบ