แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาดหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตลาดหุ้น แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ค่าเงินบาทกับการกลับตัวทิศทางของตลาดหุ้นไทย


เราคงได้ยินได้เห็นเหตุผลที่ทำให้หุ้นตกจากหลายๆที่ไม่ว่าจะมาจากตัวเลขเศรษฐกิจ หรือ เรื่องแผ่นเสียงตกร่องอย่าง QE จะเลิกไรพวกนั้น ผมจินตนาการไม่ถึงเรื่องพวกนั้น อันนี้เลยหยิบมาให้ดูเหตุผลเป็ดๆไก่ๆ เหตุผลบ้านๆ สไตล์ Thai Traderบ้าง

เมื่อนานมาแล้วหลายเดือนก่อนผมเคยโพสเรื่องค่าเงินบาทกับเงินฝรั่ง ยกตัวอย่างตาริชาร์ด แล้วผมก็เอาไปเก็บไว้ที่บล๊อกเป็นโพสนี้ ความสำพันธุ์ระหว่างหุ้น เงิน ทอง ฝรั่งเข้าแล้วทำไมถึงออก ออกแล้วฝรั่งจะไปไหนมาดูกัน
   


ในโพสนั้นผมพยายามพูดในเชิงเปรียบเทียบแบบบ้านๆ โดยอุปมาอุปไมย ตาริชาร์ด เจ็งที่บ้านตัวเองหอบเงินช่วยเหลือหนีมาเที่ยวพัทยา เมื่อไหร่ตาริชาร์ด จะกลับ อันนั้นไปอ่านเอาเอง

ประเด็นคือ การแลกเงินมาลงทุน ค่าเงินของเขาต่อค่าเงินของบ้านเรา มันเป็นเหตุเป็นผลกันกับกำไรที่จะได้รับ เมื่อเห็นฝรั่งเป็นคนทุบ เราก็ต้องมาดูที่ค่าเงินนะครับ

ยิ่งหุ้นขึ้น == ยิ่งได้กำไร
ยิ่งเงินบาทอ่อน == ยิ่งกำไรลดลง

2 อันนี้มีความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผลกัน

การขายการทุบหุ้น เพื่อไปซื้อ เงินดอล ก็เพื่อ ปกป้องกำไรของเขา ตรงๆ ง่ายๆ แค่นี้แหละ สองเดือนที่ผ่านมา วัดใจกันระหว่าง เงินกับหุ้น ไม่มีใครชักดาบฟันจะๆ ทั้งสองฝั่ง ทั้งเงิน ทั้งหุ้น เลยออกไปเป็นไซด์เวย์ ที่ทำ pattern ก่อนที่จะเบรก
เพราะเรามีฝรั่งอยู่ด้วย ความสำพันธ์เลยเป็นแบบนี้

เงินเบรกขึ้น == หุ้นต้องเบรกลง
เงินเบรกลง == หุ้นต้องเบรกขึ้น

2 อันนี้มีความสัมพันธ์เป็นเหตุเป็นผลกัน

เริ่มกันเลยจากรูปกราฟ ดูกราฟฝั่งขวา ก่อน เป็นระดับ week เส้นสีแดงแนวนอน เป็นแนวต้าน สำคัญ ที่ 32 บาท ต้านก่อนหน้านี้เป็นเส้น ema 200 วัน ซึ่งหลายๆคนให้ตรงนี้เป็นจุดวัดขาขึ้น ถ้าเบรกยืนเหนือได้ก็ ตีว่ามีโอกาสเป็นขาขึ้นสูง แล้วมันก็เบรกมายืนเหนือแล้ว นั้นเป็นเฟตุให้ คนที่ต้องถือเงินบาทตอนนี้เป็นกังวล ว่ามูลค่าเงินของเรากำลังจะลด ณ ตอนนี้ ดังนั้น เหลืออีกที่เดียว 32 บาทต่อ 1 $ ตรงนี้ถ้าเบรกได้อีก อาจจะบรรลัย กับตลาดหุ้น

ข้ามมาดูกราฟ day ทางฝั่งซ้าย จะเห็นว่าถ้า ลากเทรนด์ไลน์ ของ pattern ที่เป็น side way up ต้านก็จะอยู่ 32 บาท พอดี macd พอได้ลุ้นว่าจะไม่ผ่าน(แต่ก็แค่ได้ลุ้นนะ พลังอ่อนไม่ได้หมายถึงราคาต้องหยุด)

ตรงเส้น fibo 161.8% นั้นเป็นแนวรับ แนวต้านแถวๆ 200% หรือ32 บาท ต้านเดียวกันทั้งสอง TIMEFRAME มันก็คอนเฟิร์มกันว่าเป็นแนวต้านชี้ขาดครับ เบรกยากหน่อยแต่เบรกได้ก็แสดงถึงความแรง

สิ่งที่คนซื้อดอลล่าต้องทำตอนนี้

ทุบหุ้นให้ต่ำเตี้ยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะสุดท้ายแล้ว

1 ถ้าเงินบาทไม่เบรก 32 ขึ้นไป ก็จะได้แลกเป็นเงินไทยกลับ(กำไรดอกที่ 1เพราะได้เงินบาทเพิ่มจากเดิม) เพื่อจะมาซื้อหุ้นที่ทุบ ไว้ถูกๆ (กำไรดอกที่ 2เอาเงินบาทที่ได้มาซื้อหุ้นที่ถูกกว่าตอนขาย)

2 แต่ถ้าเบรก 32 ไปได้ สงสัยจะยาว

ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่า สถาบันจะมาแบ่งเบาภาระ ช่วยกันกับเม่า ให้มากๆ ถ้าสถาบันพยายามซื้อช่วย หุ้นจะได้ไม่ลงไปต่ำมาก ฝรั่งจะได้เริ่มเห็นว่ากำไรดอกที่ 2 ของเมิง ไม่ง่ายอย่างที่คิดนะโว้ยยย

ซึ่งคิดว่า สภาบันเขาก็มีหุ้นในมือพอตัว ขอแค่ไม่ขาย ซื้อบ้างนิดๆหน่อยๆ ก็อาจจะ ช่วยได้ครับ


ค่าเงินเป็นตลาดที่มักจะมีการแข่งขันแบบเต็มที่คือโดยทั่วไปมักไม่มีเจ้าลาก แต่ค่าเงินบ้านเรามันไม่ใหญ่เหมือนของประเทศผู้นำโลก ฝรั่งกลุ่มใหญ่ๆเข้ามาก็มีผลมากได้ วันดีคืนดี รัฐ นึกคึกเข้าไปแทรกแซง ก็มีผลกับราคามากเช่นกัน

ดังนั้น เมื่อเลือกทิศทางที่เป็นไปได้มาแล้ว อย่าไปเชื่อหรือหวังว่าจะเกิดขึ้นจริง กับทิศทางใดทิศทางหนึ่งมากเกินไป เตรียมรับมือให้มากๆ



วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์กราฟ set วิเคราะหุ้นประจำวันที่ 24-7-2013

‪#‎กราฟset‬ พอราคามาเหนือ 1500 เย้วๆว่าขาขึ้นแล้ว นี่ต้องระวังหน่อย 

ตอนนี้สมมุติฐานที่สมเหตุสมผลที่สุดและอยู่ใกล้ข้อพิสูจน์ที่สุดตอนนี้คือ มันเป็นการเด้ง เพื่อทำเวฟ c โดยมีเวฟ ย่อยเป็น iii ของเวฟ 3 ของเวฟ b 

และโซนที่จะพิสูจน์สมมุติฐานนี้ โซนแรกก็ช่วงกรอบสีเหลือง ในกราฟนี้แหละ แถวๆนี้เหมาะนักถ้าจะลงเวฟ c 

แต่ถ้าผ่านไปได้ก็จะเป็นที่ไฮเดิมเป็นต้านสำคัญต่อไป เบรกไฮเดิมถือว่ามั่นใจพอจะพูดได้ว่าขาขึ้น

Thai Trader นิสัยไม่ดีชอบเบรก ตั้งแต่ขาขึ้นรอบก่อนละ แต่เบรกๆเตือนๆกันไว้นั้นแหละถือว่าเป็นเพื่อนแท้




‪#‎กราฟset‬ ทางขวาเป็นกราฟสั้น ในส่วนของเวฟที่ 3 ขึ้นไป 61.8% ของเวฟย่อยของมันแล้วลงพอดี แนวรับแรกคือ 1494

ทางซ้ายเป็นกราฟเดย์ ชนต้านที่ 32.8% ของเวฟ 1 ใหญ่พอดี แนวรับของกราฟเดย์คือยอดเวฟ 1 1475
ลุ้นกันต่อปายย

   


วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ภาพรวม Set Index ด้วย กราฟ

วันนี้ไล่เวฟเซท โดยเริ่มตั้งแต่การเริ่มขึ้นหลังจากแฮมเบอร์เกอร์นะครับในรอบแรกเวฟ 5 จบที่100 เปอเซนต์ของเวฟ 1ช่วงสิงหาปี2011 หลังจากนั้นเริ่มรอบใหม่แถวๆเดือนตุลาปีเดียวกันที่เซท860จุด 

จากนั้นเซท ไปจบทำเวฟ 1 ของรอบปัจจุบันนี้ที่ 1248 จุด ช่วงเดือนเมษา ปี 2012 ดังนั้นเวฟ 1 ของรอบนี้มีขนาด 388 จุด 
   

หลังจากปรับฐานเซทก็เริมเดินทางต่อด้วย เม็ดเงินที่แรงกว่ารอบที่แล้วมาก 388 จุดต่อมา หรือ 100% ของการขึ้นมาของเวฟแรกทำได้เร็วกว่ารอบที่แล้วมาก 

รอบที่แล้วใช้เวลา 22 เดือน รอบปัจจุบันใช้เวลาแค่ 10 เดือนเซท ก็เกือบถึง 100%ที่ว่าแล้ว ด้วยอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นมากนี่ทำให้ ราคา 1636 ดูท่าจะมาเร็วกว่าเดิมมาก 

เรื่องฟองสบู่เลยเป็นที่พูดถึงกันมาก ที่ดูแปลกกว่านั้นคือ ที่ราคา 1636 ไม่ได้มีลักษณะชัดเจน ว่าจะเป็นเวฟ 5 ของรอบนี้ด้วย จะมองว่าเป็นแค่เวฟ 3 ก็ได้เหมือนกัน ตรงจุดนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะต้องมาตัดสินว่าจะเป็นเวฟ ไหน เรารับรู้ถึงความคลุมเครือนี้ สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือ ระวัง และหาจุดแนวรับ ของรอบนี้ เมื่อเวลาในอนาคตมาถึง มันจะแสดงออกมาเองว่าเป็นเวฟ ไหน

ทีนี้ว่ากันถึงแนวรับ ถ้าเซทย่อลงตอนนี้ แบบจริงจังเพื่อคอลเล็คชั่นเวฟหลัก(ที่ยังคลุมเครือว่าเวฟ 3 หรือ 5) 

1 จุดรับสำคัญรอบนี้คือจุดที่เส้นเทรนด์ไลน์สีส้ม ตัดกับสีฟ้า แถวๆ fibo 61.8% ถ้าลงมาชนตรงนั้นแล้วเด้งได้ ความคลุมเครือว่าตรงนี้เป็นเวฟ 5 หรือไม่ก็ถูกตัดไป ยิ่งลงมาไม่ถึงตรงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง แสดงว่าเวฟ 3 ของรอบนี้ยังไปเรื่อยๆ หรือจะเป็นแค่การเริ่มต้นของเวฟ 5

2 แต่ถ้าหลุด 61.8% สิ่งที่เราต้องทำคือ รอเช็คการเด้งที่ fibo เส้นต่อไป โดยที่ ที่ fibo 0%จากในกราฟ จะเป็นจุดสำคัญ ที่จะบอกว่าจะลงไปอีกไกลไหม ถ้าลงตรงfibo 0%นี้ แล้วเด้ง นั้นพอจะบอกได้ว่าเป็นการจบของเวฟ 4 เวฟ4 จะไม่มีทางลงไม่ต่ำกว่านั้น สิ่งที่เราต้องทำคือรอเข้าในรอบเวฟ 5 ต่อไป

3 แต่ถ้าหลุุดที่fibo 0% มันก็เป็นการคอนเฟิร์ม ว่าจบเวฟ 5 และอาจจะลงมาถึงเส้นเทรนด์ไลน์สีส้มเส้นข้างล่าง

ทั้ง 3 สเต็ป นี้ไม่ได้บอกให้รอจนกว่าจะถึงข้อนั้นๆ แล้วค่อยทำอะไรสักอย่าง เมื่อนำต้นทุนของพอร์ทเรามาปรับใช้ด้วย เราจะเห็นว่าเมื่อถึงแต่ละจุด ถือหรือขาย จะคุ้มค่ากว่ากัน นำไปประกอบกับความคิดของตัวเองที่มีต่อสภาพตลาดตอนนี้น่าจะทำประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย

ถ้าเรามองตลาดในรอบสี่ห้าปีย้อนหลังไป จะเห็นว่าตอนนี้มันแค่กลางทาง โอเคมันอาจจะไม่ได้ใช้เวลาเท่าเดิมเพื่อไปถึงปลายทาง(เวฟ5 ใหญ่ ตอนนี้คือเวฟ 3 ใหญ่) แต่ถ้าเรามองจากตรงนี้ไปจนถึงเปิด aec น่าจะพอเห็นภาพว่าเราอยู่ตรงไหนก่อนถึงเวฟ 5 สุดท้าย

ในรอบใหญ่แบบตอนนี้ครั้งที่แล้ว ใช้เวลารวมทั้งหมด 10 ปี ขึ้นจาก 200 เป็น 900 ก่อนโดนแฮมเบอร์เกอร์ล้างโลก รอบนั้นขึ้นแบบอืดๆ จะพูดว่าเป็นแค่การฟื้นตัวหลังจากต้มยำกุ้งก็ว่าได้ หลายๆปัจจัย ทำให้รอบนี้มันต่างกันแน่นอน

สุดท้าย ถึงจะคิดว่ามันยังจะมีทางเดินอีกยาวไกล ถ้าคุณไม่ใช่วีไอแบบที่ถือแล้วลืมได้จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องถือให้เครียดเล่นๆเมื่อเวลาคอลเล็คชั่นใหญ่ๆมาถึงครับ
19-3-13