แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นับเวฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นับเวฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น aim สำรวจทิศทางแนวรับแนวต้านทางเทคนิคหุ้นดูครับ

aim ในกรอบที่แรเงานั้น มีสมมุติฐานว่าเป็น4 ขาลง หรือ 2 ขาขึ้น แนวรับแรกคือเส้นเทรนด์ไลน์ที่มันเกาะอยู่นั้นแหละครับ

ถ้าหลุดนี้แล้งลงถึงโลวเดิมหรือ new lowได้ก็คอนเฟริมว่าไปเวฟ5 ขาลงซึ่งให้สังเกตุ divergence กับ low เดิม ดูครับ

   
แต่ถ้าเด้งเส้นเทรนด์ไลน์นี้ได้ แนวต้านหลักต่อไปคือเส้นเทรนด์ไลน์บน โดยต้านรองๆ คือตาม fibo เลย

และถ้าเบรก 0.75 ได้ถึงมองมีโอกาสว่าเป็นเวฟ 2ไป 3 ขาขึ้น


วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การนับเวฟ ของ QH และ ถึงเพื่อนๆที่ฝึกนับเวฟ นะครับ

‪‎QH‬ อันนี้ ฝากให้กับคุณน้าสมโพช(ผมอาจจะเขียนชื่อผิดขอโทษล่วงหน้าครับ) ที่ถามไว้เรื่องการนับเวฟ ของ QH และ ถึงเพื่อนๆที่ฝึกนับเวฟ นะครับ

ในส่วนของเวฟ หลักให้ดูกราฟทางซ้ายมือ จะเห็นว่าเวฟหลักๆในกราฟ day นั้น ผมไม่บอกว่ามันเป็น 1 2 3 หรือ a b c ไปเลย เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เราควรตีแบบว่า มันจะเป็นอะไรได้บ้าง แล้ว พอถึงเวลามามันจะมีช่วงให้ตัดสินใจ เช่น ถ้าพรุ่งนี้ เบรกตรงนี้ สมมุติฐานเวฟ c ตกไป มีสิทธิเป็นเวฟ 3 แล้วเด้งขึ้นมาเพื่อจะลง 5 อีกครั้งมากกว่าอะไรแบบนั้น

   
ส่วนกราฟทางซ้ายที่เป็นภาพรวม ราคามันมาถึงช่วงที่เป็น c หรือ 3 ทำไมถึงเป็น c ก็เพราะว่า มันอาจจะลงมาตรงนี้แล้วกลับเป็นขาขึ้นก็ได้ หรือ มันอาจจะลงมาตรงนี้แล้ว เป็นเวฟ 3 ก่อนจะเด้งขึ้นมาเป็นเวฟ 4 แล้วมีลงอีกเป็นเวฟ 5

ซึ่งเวฟ 3-4 นี้จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อ ราคามันไม่มีแรงผ่าน แถว 3.5 ตรงที่เราตั้งสมมุติฐานว่ามันเป็น 1 หรือ a นั้นไปได้นั้นเองครับ

ในส่วนจาก 2 หรือ b ไปสู่ -------> 3 หรือ c ถ้าเราเปิดไทม์เฟรม day แล้วมองเวฟไม่ชัด ก็ ให้เปิดไทมเฟรมที่เล็กลงครับเหมือนที่ผมเปิดที่ช่องกราฟทางซ้าย

ในส่วนของ ช่องทางซ้ายจะเป็นรายละเอียด ของ "ส่วนจาก 2 หรือ b ไปสู่ -------> 3 หรือ c" มีรายละเอียดดังนี้
ผมลากเส้น เวฟ 2 เส้น เส้นสีสว่างนั้นเป็นเส้นย่อยของเวฟ 3 ย่อยของมัน ส่วนเส้นสีทึบกว่า เป็นเวฟรวมของส่วนเวฟ 3 หรือ c นี้เองครับ

เราจะมีวิธีแยกแยะเวฟ ย่อยยังไง ให้ดูที่ที่ rsi หรือ macd ประกอบ ธรรมชาติของเวฟ กับพวก oscil.. จะเป็นแบบนี้

- เวฟ 1 มันคือการย่อ ของ new hi เราจะรู้ว่าแนวรับของมันอยู่ไหนไปดู แนวต้านแนวรับของรอบขาขึ้นก่อนหน้าเอาครับ
- เวฟ 2 คิดง่ายๆถ้าในขาลงก็คือหลังจากมันเด้งแล้วไม่ทำ new hi หรือในขาขึ้น ก็คือหลังจากมันย่อ มันจะไม่ทำ new low โดยที่ส่วนมาก ถ้ามันจะเป็นเวฟ 2 มันจะเด้ง หรือย่อ ไม่ค่อยเกิน 61.8% ของเวฟ 1 (แต่เกินนี้ก็ได้นะ ขอแค่ห้ามไปไกลกว่าเวฟ 1)
- เวฟ 3 ส่วนมาก macd หรือ rsi หรือเครื่องมือจับ convergence divergence อื่นๆ ของเราจะจับได้ว่า มันเป้น Convergence เมื่อเทียบกับเวฟ 1 (แน่นอนหล่ะเพราะว่ามันจะมีเวฟ 5อีก) ดูในรูปประกอบที่ rsi นั้นแหละครับ สำหรับ convergence divergence มันคืออะไรถ้ายังไม่รู้ เซิจหาอ่านเพิ่มเติมนะครับ มีในเน็ตเยอะแยะครับ
- เวฟ 5 ก็ดูที่ตัวจับ convergence divergenceอีกที สิ่งที่เราเห็นก็คือมันจะเกิด divergence กับเวฟ 3 ครับ นั้นหมายถึง ความเร็วในการลงมันเริ่มลดลงแล้ว จะไม่ลดได้ไงละ ขายลงมาตั้งแต่ 1-3 ไม่น้อยแล้ว ไอ้คนที่ถืออยู่ตอนนี้ ส่วนมากก็คงไม่ค่อยอยากขายแล้วอะไรแบบนั้น

วันนี้ผมเอาแค่นี้ก่อนนะครับ ขับรถไกลเหนื่อยๆ ไม่ได้นอนบ้านด้วยนอนดึกเดี๋ยวผีหลอก 555

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น หุ้นไทย SET INDEX ใกล้กลับตัวหรือยัง ต่อ

จากโพสที่แล้ว วิเคราะห์กราฟ SET จังหวะกลับตัวใกล้เข้ามาแล้ว เรามาต่อกันด้วยกราฟของวันนี้ ว่าราคาหุ้นตอนนี้ และสัญญานทางเทคนิคต่างๆมีสภาพเป็นยังไง แล้วพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่รอบต่อไปกันครับ
   

   จากราคาแถวๆ 1650 ตลาดหุ้นของไทยเรา เริ่มตกลงมา ตรงหมายเลข 1 จัดเป็น WAVE 1 สำหรับการนับ Elliott wave ของ set

หลังจากรีบาวทำเวฟ 2 และลงทำเวฟ 3 และที่ราคา new low ที่ 1340 ก่อนหน้านี้ ถือเป็นจุดที่เราสงสัยว่าจะเป็นจุดจบ wave 5 ของขาลงรอบนี้ ดังนั้นการตีกราฟครั้งนี้ ตั้งสมมุติฐานว่าตรงนั้นเป็นจุดจบนะครับ เราจะมาดูว่ากรณีที่ตรงนั้นเป็นจุดจบ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปบ้าง

ดูหัวข้อก่อนหน้านี้เกี่ยวกับกราฟเซทได้ที่

มาว่ากันต่อว่าถ้าตรง 1340 นั้นเป็นจุดกลับตัวจะเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าก่อนอื่นมาดูช่วงราคาของวันนี้กันก่อน

1. จากในรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "5 หรือเปล่า ถ้าใช่ให้เริ่มนับตรงนี้เป็นเวฟ A" ตรงจุดนี้เมื่อไปวัดสัญญานกับ WAVE 3 เราจะเห็นว่ามันเกิด Bullish Divergence นะ นั้นหมายความว่า ความแรงในการลงเริ่มน้อยลงแล้ว คนที่อยากขายก็ได้ขายออกไปมากแล้วเหมือนกัน เรียกได้ว่าฝรั่งขายเป็นมูลค่าจะเท่ากับที่ซื้อมาเมื่อปีที่แล้วแล้ว (แต่ฝรั่งยังมีหุ้นเหลืออีกเยอะ อย่าลืมว่าเขาซื้อถูกมาขายแพง จำนวนที่ขายออกจึงน้อยกว่าตอนที่ซื้อ) 

นั่นหมายความว่าตั้งแต่ เลข 1 มาถึงจุดที่เราคาดหมายว่าจะเป็นเลข 5 นี้มีโอกาสกลับตัวสูง เมื่อจบเวฟ 5 นี้แล้วจะเริ่มเด้งระยะกลางกันสักครั้ง โดยที่เราไม่ได้ตีว่าตลาดหุ้น set ของเราจบขาลงนะ ให้ถือว่าตรงนี้เป็นเวฟ A ไว้ก่อน เด้งขึ้นมามีจุดสังเกตุอีกทีว่าจะจบขาลงจริง หรือ จะเป็นแค่เด้งขึ้นทำเวฟ B ก่อนลงทำเวฟ C อีกครั้งครับ ตรงนี้จับใจความดีๆว่า มันอาจจะมีเหตุการณ์ที่ลงได้หนักพอๆกับช่วงจากเลข 1-5 อีก

ก่อนจบจุดนี้มาดูที่เลข 5 เราจะเห็นว่ามันมีเวฟย่อยที่เราคาดไว้ว่าเป็น wave 1-wave 5  เราจะเห็นได้ว่า รูปแบบของราคา มันทำให้เห็นว่าจบเวฟ 5 จริง แต่ว่า ไปดูช่องทางขวาจากรูป ที่ Macd ตรงที่ผมขีดเทรนด์ไลน์สีเหลืองไว้ ระหว่างยอดที่เราคาดว่าจะเป็น wave 3 กับ wave 5 มันยัง convergence นะ ถ้างั้นเราอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าเวฟย่อยนี้ อาจจะยังไม่ใช่ wave 5 จริงๆ มันอาจจะเป็นแค่ wave 3 ที่รีบาวน์ไปทำ wave 4 เพื่อที่จะย่อลงมาทำ wave 5 ที่จบ เลข5 ของขาลงหลักอีกที

ตรงนี้เราจะวัดได้ยังไงว่ามันจบwave 5 ย่อยแล้ว เราก็มาดูที่ข้อต่อไปกันเลย

2. จากรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "เส้นเหลืองชี้ชะตาว่าเป็นเวฟ 3 ย่อยหรือว่าจบเวฟ 5" ตรงนี้เป็นจุดเดียวกับ wave 1 ย่อย ซึ่งปกติจะเป็นจุดต้านของwave 4 คือจะขึ้นหรือลงก็จะไม่ overlap กับ wave 1  นั้นหมายความว่า ถ้าราคาเบรกที่ wave 1 จะถือว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้านั้นคือ wave 5 ที่เป็นจุดจบของขาลงหลักนี้  เหตุการณ์แบบนี้ จะเกิดได้เมื่อราคามันใกล้จุดกลับตัวมากๆ คนในตลาดว่าจะกลับตัวมันเลยเกิดสัญญาน false ได้ครับ

แต่ว่าถ้าไปชนตรงนั้นแล้วย่อลง ก็มีสิทธิ์ที่จะลงทำเวฟ 5 ให้สมบูรณ์ โดยอาจจะลงต่ำกว่าหรือเท่ากับ Low ที่ผ่านมาก็ได้ ดูลักษณะของ Macd แล้วลงต่ำกว่าก็ยัง Bullish convergence อยู่ดีครับ 

3. จากรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "จุดทดสอบเวฟBในอนาคต" ที่ราคาแถวๆ 1530 นั้น มันจะเป็นจุดที่จะวัดว่า ไอ้การลงรอบที่ผ่านมานี้ จบบริบูรณ์ แล้วหรือยัง หรือจะเป็นแค่เวฟ A (ABC)  ถ้าไปชนแล้วย่อลง ก็จะเป็นการเริ่มต้นขาลงสู้ WAVE C ถ้าเบรกตรงนี้ได้ก็จะไปวัดลักษณะเดิมที่จุดต่อไปในข้อ 4

4. ที่ "จุดทดสอบขาขึ้นอีกครั้งในอนาคต" ตรงนี้ที่ราคา 1650 ซึ่งเป็น hi เดิม จะเป็นการเทสครั้งสุดท้ายของ WAVE B ถ้าเบรกได้ ก็จะถือเป็นขาขึ้นสมบูรณ์ แต่ถ้าเบรกไม่ได้ จะเป็นการลงทำ WAVE C ครับ

สุดท้าย ให้ลองเอาไว้ใช้เป็นกรณีศึกษา ถ้าตั้งใจอ่านดีๆ จะได้ความรู้เรื่อง การจับสัญญาน รูปแบบของกราฟราคา และลักษณะโดยทั่วไปของ Elliott wave ครับ อ่านดีๆจะได้ความรู้ต่อไปแน่นอน


วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ตลาดหุ้นดูกันชัดๆให้เห็นภาพ ว่าช่วงนี้ควรลงทุนกันยังไง

มาดูเซทรายวันกันนะครับ ในส่วนกราฟสั้นนั้นดูอันเก่าได้ (นับเวฟ set)แต่ถึงตอนนี้ จุดที่คาดหวังว่ารีบาวแล้วเราจะจับตาสัญญาน divergence มันผ่านมาแล้ว ซึ่งแน่นอนมันผ่านมาพร้อมกับสัญญาน convergence นั้นหมายถึงถ้าเด้งก็มีโอกาศลงต่อมากกว่า

ในส่วนการอธิบายกราฟนี้ผมจะพยายามเขียนให้คิดกันเป็นภาพสนุกๆ พยายามจะไม่พูดให้เป็นแต่เวฟนั้นนี่อย่างเดียว จะได้มองเห็นภาพกันได้มากขึ้นนะครับ


   
ตัวละครของกราฟนี้มี 3 ตัว
1 หมีใหญ่
2 กระทิงสีฟ้า
3 กระทิงสีแดง

แต่ละตัวละครนิสัยใจคอเป็นยังไงลองมาดูกัน

กราฟนี้เรามาดูมุมกว้างบ้าง ตรงเส้นเทรนด์ไลน์เส้นประสีฟ้า ลงมาถึงแถวๆ พันสี่ปลายๆ เป็นจุดลุ้นที่ถ้าเด้งตรงนั้นเซทจะยังรักษากระทิงสีฟ้าตัวนี้ไว้ได้อยู่ กระทิงสีฟ้าตัวนี้อยู่กับเรามาเกือบสองปีแล้วนะครับ

แต่จากไม่กี่วันที่ผ่านมาอย่างที่บอก ลงนิวโลว์พร้อมสัญญาน convergence คงพอจะคาดได้ว่า ไอ้กระทิงสีฟ้าตัวนี้มันไปจากเราแล้ว พื่นที่ตรงไฮเดิมลงมาจนถึงราคาปัจจุบัน ตกเป็นของเจ้าหมีใหญ่เป็นที่เรียบร้อย แต่เรายังเหลือกระทิงอีกตัวครับ อย่าเพิ่งตกใจไป

กระทิงอีกตัวที่ว่า คือที่เส้นเทรนด์ไลน์สีแดงใหญ่ข้างล่าง ตัวนี้ อยู่กับเรามาสี่ปีกว่า และหลังจากกระทิงสีฟ้าไป ก็เป็นเวลาที่เราต้องจับตากระทิงสีแดงตัวนี้ต่อ

ต่อไปนี้ผมจะแนะนำกระทิงสีแดงตัวนี้ให้ฟังคร่าวๆว่ามันนิสัยยังไง ความอดทนของมันมีแค่ไหนกันนะครับ

เจ้ากระทิงสีแดงที่ว่านี้มันจะยังมีใจกับเราอยู่ ถ้าราคามาแตะเส้นสีแดงแล้วเด้ง หรือ ถ้าแย่ๆ มาแตะตรงยอดเลข 1 ตรงนั้นแล้วต้องเด้ง ตรงนั้นห้ามลงต่ำกว่าเด็ดขาด ถือเป็นบ้านหลังสุดท้ายของกระทิงสีแดงตัวนี้

ถ้าหลุดทั้งสองจุดที่ว่านี้ ก็มีสิทธ์จะบอกได้ว่ากระทิงแดงตัวนี้แพ้หมี หนีไปเรียบร้อย ถ้าเป็นแบบนั้นก็คาดว่าจะขาลงยาว หรืออย่างน้อยสุดก็น่าจะไซด์เวย์ยาวพักใหญ่

ตอนนี้ก็ยังบอกได้ว่าหมีใหญ่ กับเจ้ากระทิงแดงนี้สู้กันอยู่ เราจะรู้ได้ไงว่าหมีใหญ่หรือกระทิงแดงกันที่กำลังได้เปรียบ

ให้กลับไปดูกราฟสั้นที่เคยตีไว้ ตอนนี้มันอยู่ในเวฟ 5 ของขาลงล่าสุด แต่จงระลึกไว้ว่าเวฟ 1-5 ของเขาลงชุดแรกอาจจะเป็นเพียงแค่เวฟย่อยของ a หรือถ้าเลวร้ายโคตรๆ ก็เป็นเวฟย่อยของเวฟ 1 ไอ้อย่างหลังนี้ผมคิดว่ามันไม่น่าใช่ตอนนี้เท่าไหร่หวังว่ามันจะไม่เกิด

ณ ตอนนี้ ทำ new low พร้อม convergence เราก็ตีได้ว่าช่วงนี้หมีได้เปรียบ โอกาสที่ดินแดนของเจ้ากระทิงแดงจะถอยร่นลงไปมีมากกว่า

แต่เมื่อไดที่เกิดสัญญาน divergence คือราคากับ เครื่องมือจับสัญญานของเราวิ่งสวนกัน อันนี้ก็เท่ากับ ฝ่ายกระทิงสีแดงได้เปรียบ อนาเขตของกระทิงก็จะเพิ่มคืน เจ้าหมีใหญ่ก็จะมีที่อยู่น้อยลงไปตามปกติ


แล้วต้องเกิดอะไรถึงจะเรียกว่าเจ้าหมีใหญ่จะโดนไล่หนีออกไปจากตลาดได้สำเร็จ

ก็ให้จับตาดูอนาเขตของหมีใหญ่ดู อนาเขตของหมีใหญ่ก็คือช่วงขาลงของตลาด ซึ่งเริ่มตั้งแต่ ไฮเดิม ลงมาจนถึงราคาปัจจุบัน หมีจะหนีไปจนหมดสิ้น เมื่อราคาเบรกไฮเดิมนั้นได้นั้นเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น หมี กับกระทิง มันไม่เคยหนีไปไหนไกล ถ้าตอนนี้โดนไล่ออกไป มันก็จะยังจ้องกลับเข้ามาเหมือนเดิม มันจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ใช้การจับสัญญานของมันเหมือนเดิมที่ผ่านมา

พยายามมองมันให้เป็นเป็นภาพที่สนุก เราจะได้อยู่กับมันอย่างสนุกขึ้น ในช่วงเวลาที่น่าอึดอัดนี้ครับ 

เพิ่มเติม เรามีสิทธิ์เลือก ก็อย่าไปถือหางผู้ที่กำลังเสียเปรียบครับ

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มาเช็คกราฟ set นับเวฟไปพร้อมๆกัน จะได้ศึกษา elliott wave ไปด้วยกันครับ

เขียนบทนี้มาให้อ่านเพื่อให้เราเข้าใจตรงกันเรื่องของเทคนิคคอลในเพจ Thai Trader มันยาวหน่อยแต่รับรองว่าคุณจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

เห้ยไม่ใช่ละ คุณต้องได้ประโยชน์ดิ

มาดูเซทละเอียดๆกันหน่อยว่าจะกลับตัวหรือยัง พยายามเขียนให้ละเอียดอาจจะยาวหน่อยแต่ถ้าอ่านแล้วคิดตามรับรองได้ประโยชน์ ในการศึกษาด้วยแน่นอน

ไล่ตั้งแต่ แต่แถวๆ 1650 ตรงนั้นเป็นยอด ที่เราพูดถึงกันบ่อยแล้วในกราฟก่อนๆนะครับ ต่อไปจะเป็นส่วนเวฟ ขาลง

- ที่ 1 ตรงเลขนี้ก็คือเวฟ 1 ของขาลงนั้นเองเราเริ่มลาก fibo ที่นี่เพื่อคาดการณ์ ขนาดของเวฟ 2,3,4,5 ที่นี่

- ที่ 2 หรืออาจจะ b เป็นการเด้งไป 61.8% ของ 1 ตามตำราเป๊ะแล้วลงต่อ ส่วนนั้นทำไมถึงอาจจะ b เพราะเราตั้งสมมุติฐานได้ว่าอาจจะเป็นการพักแบบ abc สั้น ถ้าตรง 2 เป็น b แล้ว c มักจะจบแถวๆ 32.8 หรือ 61.8%

- ที่ i เราตั้งสมมุตติฐานได้ว่า เป็นเวฟแรกของเวฟ 3 ใหญ่ เราจะลาก fibo ที่  i เพื่อหาขนาดของ ii iii iv v ซึ่งเป็นเวฟ ย่อยของ เวฟ 3 ใหญ่ โดยขนาดที่วัดนี้ใช้ร่วมกับการวัดที่ 1 ถ้ามันใกล้เคียงกันที่ไหนที่นั้นจะเป็นแนวรับที่สำคัญนั้นเอง

- ที่ iii หรือ3 หรือc จุดนี้มีขนาด132.8% ของเวฟ ย่อย i และ 100% ของ เวฟ 1 มันใกล้เคียงกันถือเป็นหนึ่งในแนวรับที่ดี ซึ่งพอมันเด้ง สมมุติฐาน iii 3 c จึงเกิด แล้วทีนี้เมื่อเวลาจริงมาถึงทั้ง 3 ทางเลือกจะถูกตัดออกทีละข้อดังนี้ครับ จากนี้ไปถึง 4 ถ้ามีย่อลงมาอีก ทำนิวโลว์ c จะโดนตัดออกเป็นอันดับแรก นั้นหมายถึงว่ายังใช้จุดนี้ตัดสินไม่ได้ว่าเป็นเวฟ c สุดท้าย สิ่งที่จะเกิดคือ c ที่ต่ำกว่านี้ หรือเวฟ iv เกิดขึ้น และกำลังจะมีเวฟ v ตามมาซึ่ง v นี้ก็จะเป็นเวฟ 3 ไปด้วย

ความหมายก็คือเวฟ 3 ใหญ่ยังไม่จบนั้นเอง

- ที่ 4 ถ้าไปที่ 4 แล้วเบรกออกจากเทรนด์ไลน์ไปเลย จะตีได้ว่า ที่จุดที่เราคาดว่าจะเป็น c นั้นเป็นจริง และขาลงจบที่นั้นต่อไปนี้กลับเข้าสู่ขาขึ้นอีกครั้งนั้นเอง

แต่ถ้าราคาขึ้นไปจากตอนนี้จนถึง 4 แล้วลงอีก จะตีได้ว่า เวฟ 3 จบแล้ว แถวๆ 1524 การย่อลงครั้งนี้คือย่อไปเวฟ 5

   
เมื่อแกะเวฟและความเป็นไปได้ทั้งหมดแล้วเราก็ใช้ ตัวจับสัญญานที่เราถนัดมาช่วยย้ำว่าทางเลือกไหนเราควรให้น้ำหนักมากกว่ากัน ส่วนตัวผมชอบใช้ macd เมื่อเช็คดูแล้ว 60 120 240 นาที ล้วนแต่บอกว่าเป็นคอนเวอร์เจนซ์ ทั้งนั้น ส่วนใน timeframe day กำลังเริ่มจะจมน้ำ ใน timeframe 30 หรือน้อยกว่านั้นบอกไดเวอร์เจนซ์ ซึ่งเป็นสัญญานกลับตัวสั้น เพราะในtime frame สั้นๆแบบนั้น จำนวนแท่งเทียนที่เอาไปคำนวน ma เป็น macd นั้นไม่ได้ cover ช่วงเวลาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้นเวฟ แรกมา (ตรงนี้อ่านดีๆจะเข้าใจหลักการใช้ time frame ได้ดีขึ้นครับ)

เมื่อ timeframe หลักๆ คอนเฟิร์มว่า มันเป็นไดเวอร์เจนซ์อยู่ จึงให้น้ำหนักว่าจะเป็นการกลับตัวระยะสั้น เพื่อไปเทส iv หรือ 4 มากกว่าเพื่อน

โดยที่ เมื่อไปถึง 4 แล้วลงต่อแสดงว่า กำลังจะไปเวฟ 5 มีความเป็นไปได้ที่จะไปอย่างน้อยก็ที่เวฟ 3 นั้นเอง แล้วเมื่อลงไปต่ำกว่าเวฟ 3 แล้ว เราก็จะเริ่มเช็คสัญญานกันอีกรอบ ว่ามันมีไดเวอร์เจนซ์ ที่ตรงไหน โดยไล่แนวต้านตาม fibo หลักบวกกับ หาเวฟ ย่อยของเวฟ 5 เหมือนกับที่เราทำกับเวฟ 3 ที่ผ่านมานั้นเอง

จุดที่สำคัญไล่ไปจนถึง 161.8% ซึ่งเป็นท่องคลื่น 4 ของรอบใหญ่ก่อนหน้านี้ตรงนั้นถ้าลงไปถึงต้องจับตาสัญญานให้ดี


สรุปสำหรับเซท ถ้าจากกราฟเพียวๆไม่นับข่าวนับอะไร พวกนั้นเป็นปัจจัยส่วนตัวของใครของมัน กราฟยังไม่มีอะไรบอกว่ากลับเป็นขาขึ้น(แต่เทรนด์ใหญ่สุดนั้นเป็นขาขึ้นแน่นอนอยู๋แล้ว) ส่วนถ้ารีบาวด์สั้นนั้นแม่นแล้วสัญญานบอกมาจากไทมเฟรมที่น้อยกว่า 30 นาทีลงไป

สรุปส่วนเก็บตกความรู้ เวลานับเวฟต้องใช้สัญญานประกอบ ใครถนัดอะไรก็ใช้อันนั้น แต่จะใช้อะไรขอให้รู้ว่า สิ่งที่เราใช้อยู่มันสร้างมาจากอะไร ถ้ายังไม่รู้เซิจกูเกิลดูมีเยอะแยะ เมื่อรู้แล้ว เราจะรู้เองโดยอัตโนมัติว่า เราควรใช้timeframe ไหนในการจับสัญญานสำหรับเหตุการณ์นั้นๆ ต่อไปก็จะไม่มีคำถามอีกแล้วว่า ต้องใช้ไทม์เฟรมไหนในการเทรด

ในส่วนของกราฟราคา แนะนำให้ใช้ไทม์เฟรมที่ดูเวฟย่อยได้เข้าใจพอเหมาะที่สุด พอเหมาะคือแค่ไหน ก็คือ ถ้าคุณดูแล้วเห็นเทรนด์ที่เป็นเวฟย่อยในเวฟใหญ่ได้โดยที่ไม่ปวดหัวกับความรกของมัน ไทม์เฟรมนั้นเหมาะสมสำหรับใช้ดูราคาไล่เวฟแล้ว (คนละเรื่องกับใช้ไทม์เฟรมไหนในการจับสัญญานนะ)

คนส่วนมากมักเข้าใจว่าเทคนิคจะบอกว่าราคาจะขึ้นแล้ว จะลงแล้วราคาจะไปนั้นจะไปนี้ คนส่วนมากก็เลยไม่คิดว่าเทคนิคคอลมันมีเหตุผลพอที่จะใช้ในการซื้อขาย นั้นผิดถนัด ผมไม่ได้บอกว่าผิดที่ไม่คิดว่ามันมีเหตุผลนะ

เพราะว่าถ้าคิดว่าเทคนิคมันบอกว่าราคาจะขึ้นจะลงไปนั้นไปนี้ อันนี้ผมก็เชื่อเหมือนกันว่ามันไม่มีเหตุผล ใครทายแม่นปานนั้นก็อยากเห็นตัวจ๊ะๆ เหมือนกัน

แต่ที่จริงแล้ว เทคนิคเป็นการรวมชุดความน่าจะเป็นต่างๆที่เกิดขึ้น เมื่อเรารวบรวมความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นมาแล้ว สัญญานจะเป็นตัวให้น้ำหนักว่าทางไหนน่าสนที่สุด และเมื่อเวลาผ่านไปเหตุการณ์จริงต่างๆปรากฏ ขึ้นมา ความน่าจะเป็นที่ผิดทางต่างๆก็จะถูกตัดออกไปเรื่อยๆ ทางที่ถูกต้องก็จะปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

ใครจับตรงนี้ไปใช้บริหารความเสี่ยงของตัวเองได้ แค่นี้ก็อยู่รอดปลอดภัยแล้วครับ ตัดทางเลือกที่ผิดออกไป(คัทลอส) เดินไปตามทางที่ถูกเฉลยออกมาเรื่อยๆ(Let profit run) นั้นเอง

การนับเวฟ จะช่วยให้เราอยู่กับทางที่ถูก มากกว่า อยู๋กับทางที่ผิด ถ้าทำไปสักผัก แล้วเห็นว่าเราคัทบอยเหลือเกิน ก็ต้องรีบเช็คแล้วว่า เราเข้าใจตรงไหนผิดกัน

โชคดีมีเงินใช้ครับ

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Elliott Wave ตอนที่ 2 ใช้ Fibonacci Retracement ร่วมในการนับเวฟ

รอบนี้เราจะมาดูวิธีการนับเวฟ โดยใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ในการจับหาและวัดขนาดเวฟ ถัดไป ความเดิมจากบทความก่อนหน้านี้ ถ้าใครยังไม่ได้อ่าน เป็นการพูดถึง หลักการ พื้นฐาน Elliott Wave  ลองคลิกตามไปดูก่อนนะครับ

ก่อนอื่นขอพูดถึง ตัวเลข Fibonacci ตัวเลขนี้คืออะไร คือลำดับของตัวเลข ที่ผลบวกของสองตัวเลขก่อนหน้าคือตัวเลขในลำดับถัดไป เช่น 1 1 2 3 5 8 13 21 .... ตัวเลขนี้มักปรากฏ อยู่ในสัดส่วนของสิ่งต่างๆรอบตัวเราตามธรรมชาติ น่าจะเคยได้ยินกัน เรื่อง ก้นหอย เกลียงเมล็ดดอกทานตะวัน อันนั้นค่อยไปหาดูกันเอาเองนะครับ แต่ให้ลองจับประเด็นว่า เลข Fibonacci นี้มันมีหลายเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กับธรรมชาติ ตัวนี้เดี๋ยวผมจะพูดถึงอีกที เพราะมันค่อนข้างที่จะตีความได้ว่ามันก็มีความสำพันธ์ กับอารมณ์ของ คนเราเช่นกัน
   
จากโพสพื้นฐาน Elliott Wave ก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเลข Fibonacci ที่ผมยกตัวอย่าง มักจะเป็น 
ส่วนที่ 1 0.618 ตัวเลขนี้มันคืออะไรของ Fibonacci  ถ้าเราลองเอาตัวเลขของสองตัวถัดกัน ตั้งแต่ตัวที่ 4 ขึ้นไป มาหารกัน มักจะได้ 0.6 กว่าๆ เช่น 3/5= 0.6  5/8=0.625 13/21=0.619 ไปเรื่อยๆ จึงปรับใก้ตัวเลข 0.618 เป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญที่ใช้กัน 
ส่วนที่ 2 ตัวเลข 1.618 เป็นอีกตัวที่มักใช้กันตัวเลขที่มายังไง ตอบมาจากการนำเอาตัวเลขFibonacci ตัวหลังหารตัวเลขFibonacci ก่อนหน้า เช่น 34/21= 1.619 ตัวเลขมันจะใกล้เคียงนี้เรื่อยๆครับ จิ้มเครื่องคิดเลขดูเล่นๆนะครับ 
ส่วนที่ 3 เลข 0.382 มาจาก เลข Fibonacci 13 21 34 55 89 จะมาจาก 13/34  21/55  34/89 ไปเรื่อยๆ

ส่วนที่ 4 เลข 2.618 ก็กลับกันจากส่วนที่ 2 34/13  55/21  89/34 ไปเรื่อยๆ 
 เลขพวกนี้มันมีอัตราส่วนที่มหัศจรรย์ จริงๆ มันแฝงอยู่ในทุกอย่างในธรรมชาติ บางคนเขาเรียกว่าสัดส่วนทอง หรือ golden ratio ส่วนตัวเลขอื่นๆเช่น 50 100 ก็เป็นตัวเลขที่เราตั้งขึ้นมาซึ่ง มันมักมีนัยสำคัญ ในการจับราคานะครับ แล้วจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันทำท่าเหมือนกับว่าเลข Fibonacci มันจำแฝงอยู่ในอารมณ์ กลัว อารมณ์โลภ ของคนเราด้วย แฝงอยู่ยังไง เพื่อให้เห็นภาพ เดี๋ยวถึงตอนตีกราฟ ผมจะชี้ให้ดู ตอนนี้ถือว่ารู้จักที่มาที่ไปของชุดตัวเลข Fibonacci นี้กันแล้วนะครับ
ทีนี้กลับเข้ามาในส่วนการวิเคราะห์กราฟราคาหุ้น หรือสินค้าอื่นๆที่เราจะพูดถึงกันอีกครั้งครับ ได้มีการสร้าง เครื่องมือตัวหนึ่งมาช่วยในใช้ Fibonacci ในการนับเวฟราคา เครื่องมือนั้นใครสร้างผมจำไม่ได้จริงๆเราไม่ได้จำไปออกสอบ ถ้าใครอยากรู้ก็ search Google เอานำครับ เครื่องมือนี้มีชื่อว่า Fibonacci Retracement

บทต่อไปเรามาเปิดกราฟจริงลองคำนวนนับเวฟกันดูครับ


วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น DEMCO


DEMCO แนวรับ 13.6 ที่ราคาตอนนี้แหละครับ ลุ้นว่าจะยืนอยู่ไหม แนวต้าน 14.15 ส่วนถ้ายืนไม่อยู่ รับต่อไปคือ 12.95 ถ้าตามเทคนิคต้องระวังหน่อย ลองเอาไปปรับใช้กับข้อมูลพื
้นฐานเอานะครับ 21-2-13

   
DEMCO แนวต้าน 11.6 แนวรับ 11 (ต้านเดิมคราวก่อน)และ 10.8 ตามลำดับ ถ้าเบรกต้านได้ ต้านต่อไปคือ 12.7 บาท 18-2-13

DEMCO ตัวนี้เงียบแฮะ ไม่มีคนถามถึง สงสัยเก็บอุ๊บตั้งแต่แปดบาทกันไปละ 555 แนวต้าน 10.3 แนวรับ 9.4 หรือเส้นประสีเหลืองล่าง ถ้าเบรกต้านได้ 11 บาทเป็นเป้าต่อไป เข้าสู่ช่วงที่ต้องระวังดีๆแล้วครับ 14-2-13
DEMCOตัวแม่แนวต้าน 9.6 แนวรับแรก 8.9 ดูประกอบกับตัวลูกถัดไปนะครับ 22-1-13
DEMCO แนวต้าน แรก 9.1 แนวรับแรก 8.6 บาท จุดรับต้านแต่ละจุดตามลูกศร ถ้าเบรก 9.5 ได้ช่องยาวสุดครับ 16-1-13
DEMCO ถ้าจะขายน่าจะขายตั้งแต่ตอน มันแตะแปดบาทแล้วไม่ผ่านนะครับ (คลิกกลับไปดูกราฟก่อนหน้าประกรอบ) ตอนนี้มันมาแตะแนวรับแล้ว ถ้าเด้งน่าเข้าตาม แต่ถ้าหลุดลงมาตามศรแดงทิ้งให้ไว้ เพราะแบบนั้นจะมีโอกาสลงอีกเยอะครับแนวรับที่ราคาปัจจุบัน แนวต้านแรกที่ราคา 7.7 บาทต้านถัดไป 8.15 บาทครับ 24-12-12
DEMCO อย่าหลุดเทรนสีเขียวนั้นลงมาก็ยังถือเป็นขาขึ้น ที่แปดบาทเป็นแนวต้านสำคัญ สำคัญยังไง
ยอดอันก่อนที่แตะแปดบาทแล้วไม่ผ่าน อันที่ 2 เส้นเทรนด์ไลน์ก็ไปตัดตรงนั้นพอดีช่วยกดถือว่าเข้มยิ่งไปอีก อันที่ 3 เส้น Fibo -132.8 ก็ตัดตรงแปดบาทพอดี มันเลยหนาแน่นพอที่จะย่อในทางตรงกันข้าม(ไว้ใช้ในกรณีหุ้นตัวอื่นๆด้วย) ถ้ามันเบรกที่ตรงแปดบาท ที่มีแนวต้านมาทับกันเยอะขนาดนี้ ก็จะขึ้นแรงเหมือนกันเพราะถือว่า ความมั่นใจในราคานั้นสูงครับ 12-12-12

DEMCO จากกราฟคราวก่อนที่ตีไว้ บอกว่าเบรกกรอบพักตัวมาแล้ว(คลิ๊กดูรูปก่อนหน้าประกอบ) ก็ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้ใกล้ถึงแนวต้านที่ประมาน 8 บาท ถ้าขึ้นไปยืนเหนือตรงนั้นก็คือกลับเข้าสู่กรอบขาขึ้นแบบดูดีนะครับ ถ้าแรงไม่พอ ก็โดนตบกลับลงมาตามลูกศรขาว
สรุป ถ้าใครยังไม่มี ก็เล็งไว้ถ้ายืนเหนือ 8 บาทได้ก็แจ่ม ส่วนใครที่มีอยู่แล้วก็จับตาที่แปดบาท ถ้าไปไม่รอดอาจจะเซฟกำไรที่นี่ 12-10-2555
DEMCO ถ้าจบได้ที่นี่ก็ดูดีครับ MACD โผล่พ้นน้ำตามที่บอกไว้ราคาอยู่เเหนือเทรนด์ไลน์ แต่โดนกดหน่อยเพราะวิ่งทะลุออกไปนอกเส้น BB ลุ้นช่วยกันครับ ^^
DEMCO กราฟสวยเหมือนกันครับ พรุ่งนี้ถ้าแท่งเทียนวางอยู่บนเส้นเหลือง ถือว่าเบรกสำเร็จ แนวรับ จะเปลี่ยนมาเป็น เส้นเทรนด์เหลือง แนวต้านยังเป็น 7.8-8 บาท MACD ใกล้พ้น 0 แล้วพรุ่งนี้ถ้าแท่งเทียนวางเหนือเส้นเหลืองน่าจะทำให้พ้นน้ำได้ โวลุ่มอย่างที่บอกครับ คอนเฟิร์ม ว่าคนเข้าซื้อเยอะขึ้น RSI ยังมีช่องให้วิ่งก่อนเข้าสู่ เขตซื้อเยอะเกินครับถ้าใครชอบใครเล็งก็นับเป็นเวลาที่ดี แต่ระยะสั้นอาจมีย่อตามแนวต้านที่บอกครับ 28-11-2555
DEMCO อีกทีที่ลองคลิกย้อนกลับไปดูกราฟเดิมที่ตีไว้วิ่งชนแนวต้านแล้วย่อลงมาเด้งที่ Fibo 23.6 และคงไปวัดกันอีกทีที่ 8.3 ว่าจะเบรกหรือย่อลงมาอีกที 
ใครซื้อที่แนวรับที่ตีไว้คราวก่อน กำไรไปไม่น้อยแล้ว เตรียมระวังช่วง hi เดิมไว้ดีๆ 16-10-2555
DEMCO ชนแนวต้านใหญ่ที่ศรแดง ใครเข้าตรงนั้นไม่ต้องบอกว่าดอยแค่ไหน แนวรับที่ Fibo 23.6 ตรงปลายลูกศรสีเขียว ต้องลุ้นว่าเอาอยู่หรือไม่ หลังจากขึ้นไปเยอะ 
ปล อันนี้ไม่ได้เช็คข่าวนะครับ ดูข่าวประกอบด้วยเด้อ 5-10-2555
Demco ถ้าจะถือยาวตอนนี้เสี่ยงหน่อยครับ ทางเทคนิคถ้าไม่เบรกเส้นสีเขียวขึ้นไปตามลูกศรเขียวก็ดูไม่ค่อยดี ยิ่งถ้าหลุดเบรกเส้นแดงลง ก็จะเป็นเวฟขาลงเต็มที่ สรุปทางเทคนิค ตอนนี้เป็นช่วงวัดใจว่าจะขึ้นต่อหรือลง หุ้นจะวิ่งในกรอบเส้นแนวรับสีแดง ไปถึงเส้นเขียว ถ้าเบรกขึ้นไปถือเป็นขาขึ้นต่อ ถ้าเบรกสีแดงลงมา เข้าตำราอีเลียท ลงไปรอรับ 5.6 
Demco รายได้สองไตรมาสเท่าของปีก่อนทั้งปี แต่ราคาก็สะท้อนออกมาเป็นสองเท่าแล้ว ไม่รู้ว่าถ้า 3g เสร็จจะได้ไปทำเสาทำไรให้เขาไหมถ้าได้คงจะแจ่มนะครับ ส่วนตัวคิดว่าระยะใกล้ๆ นี้รอมันเบรกก่อนค่อยตามลงก็ไปรอเก็บ การถือยาวหุ้นตอนแตะๆพันสามตอนนี้ค่อนข้างเสี่ยงหน่อย ถ้าปรับฐานหนักเราจะดอยนาน 1-11-2555