แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตีกราฟ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตีกราฟ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์สัญญานทางเทคนิค ของ set50 ครับ

set50 โดยรวมมันก็เหมือนตัวกราฟ set นะครับ แต่ตัวเลขเปลี่ยน แนวจ้านคือ 974 ถึงเส้นเทรนด์ไลน์เส้นบน แนวรับหลักจะอยู่ที่ 950-957 จุดวัดใจเวฟ 2 ครับ


   

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

มาวิเคราะห์หุ้น SSC พร้อมทั้งกรณีศึกษาทางเทคนิค ให้ทุกคนลองฝึกลองเรียนไปตามกันครับ

SSC‬ เอาไว้ไปเป็นกรณีศึกษานะครับ เรื่องการลาก Fibo เพื่อวัดขนาดเวฟ ด้วย เพราะตัวนี้จากเดิมที่ผ่านมากราฟค่อนข้างเป๊ะ

เริ่มกันที่ที่ขาขึ้นก่อนนะครับ เวฟ 1 ของขาขึ้นซ้ายสุดเลย ราคาเริ่มเวฟ 1 คือแถวๆ 48.4 และไปทำยอดเวฟ 1 ที่ 144 บาท พอเราเห็นแบบนี้ปุ๊บ ลาก fibo เลย เราจะลากตามขนาดของเวฟ 1 เพื่อที่จะวัดเวฟ ต่อๆไป โดยจะมีเงื่อนไขหลักๆดังนี้

   
1 ในส่วนเวฟ 2 ถ้าจะให้สวย ย่อลงมาสัก 61.8% ไม่หลุดตรงนี้แล้วขึ้น ถือว่าสวย(อาจจะย่อลงมาน้อยกว่าหรือมากกว่า 61.8% ก็ได้)

2 ถ้าเวฟ 2 หลุด 61.8%ลงมา ต้องดูต่อว่าอย่าหลุดทำ new low ถ้าหลุดทำ new low สมมุติฐานว่าตรงนี้คือเวฟ 1 ของขาขึ้นก็ตกไป เพราะนี้คือส่วนหนึ่งของขาลงใหญ่รอบที่แล้ว เราก็เริ่มจับตาเวฟ 1 ใหม่

3 ในส่วนของเวฟ 3 เมื่อเบรกขึ้นไปแบบนี้ถือว่าไม่เยอะ มีขนาดยาวกว่าเวฟ 1 เล็กน้อย ถ้าเจอแบบนี้ มีสิทธิที่เวฟ 5 จะยาวสุดในรอบ

4 ในส่วนเวฟ 4 มักจะไม่ลงต่ำกว่าเวฟ 1 ลงไปแตะแล้วเด้งเลย ให้สังเกตไว้ถ้าราคาหุ้นตัวไหนก็ตามจบเวฟ 3 อาจจะลงเวฟ 4 ไม่มากก็ได้ แต่ถ้าลงมาก ให้ไปจับตาที่ยอดเวฟ 1 เลย ถ้าลงมาแตะแล้วเด้งเร็วก็เป็นจุดเข้าที่ดี ถ้าลงแตะแล้วหลุด แสดงว่ามีเรื่องมีข่าวบางอย่างที่ไม่ดีเตรียมจะมา

5 ในส่วนเวฟ 5 ของรอบก่อนหน้ามีขนาด 161.8% ของเวฟ 1 พอดีเป๊ะ เรียกว่า แตะปุ๊บก็กระโดดลงเลย เรียกว่าจบรอบ ฟ้าผ่า

ต่อไปมาดูในช่วงขาลงบ้าง ณ ตอนนี้มี รวมรอบขาลงหลักเป็นเวฟ abc (หวังว่ามันจะไม่เปลี่ยนเป็น 1-5 นะครับเพราะถ้าแบบนั้นยาว)
1 ในส่วนเวฟ a มีเวฟย่อยเป็น 1-5 ลงมาแตะแถวๆปลายยอดคลื่น 3 (ของขาขึ้น)ก็เด้ง แบบนี้มักเกิดในกรณี คลื่น 3 ไม่ยาวมาก ถ้าคลื่น 3 ยาวๆ มักลงไปแตะแถวๆ คลื่น 4 ถึงเด้ง

2 ในส่วนเวฟ b เมื่อจบ a แล้ว จะเห็นว่า b เด้งขึ้นมาเป็นขนาด 61.8% ของเวฟ a พอดี ตรงนี้จะเห็นชัดๆ ดูจาก fibo สีชมพูนะครับ ทันทีที่หุ้นราคาตกลงมาจากจุดที่ เป็นแนวต้านสำคัญ เราจะเริ่มตั้งสมมุติฐานว่า นี้คือเวฟ 1 หรือ a ของขาลง ถ้าลงมาแล้วเด้งกลับไม่เกิน 61.8% ของเวฟ 1 หรือ a ที่ว่านี้ มันก็คือยอดคลื่นของเวฟ 2 หรือ b นั้นเองครับ

ถ้าใครติดหุ้นอยู่ เวฟ 2 หรือ b ที่เด้งขึ้นมานี้คือจุดที่ควรจะออก ถ้าแน่ใจว่าแหกไม่ได้แล้วอย่าดันทุรัง เพราะมันมีสิทธิ์ ลงอย่างน้อยก็เท่ากับเวฟ 1 หรือ a ครับ ขายแล้วไปรอตรงนั้นดีกว่าถือฝืนไปแน่นอน เพราะถ้าโชคไม่ดี มันลงทำ C ต่ำ กว่า หรือเลวร้ายสุดๆ มันลงไปเป็น 1-5 ใหญ่ๆอีกรอบ หน้าแห้งติดดอยเป็นปีๆแน่

3 หลังจากเด้งขึ้นมา เป็น b นั้นแล้วไม่ผ่าน ก็ตามหลักทั่วไปคือลงทำเวฟ c เป็นอย่างน้อย เวฟ c ตอนนี้ ที่เห็นคือจะมีคลื่นย่อยอีก 1-5 เราต้องวัดตรงนี้ว่าเวฟ 5 ควรจบที่ไหน โดยทำเหมือนทุกครั้ง ลาก fibo ที่เวฟ 1 ของเวฟ c นี้ครับในรูปกราฟ ผมใช้ fiboเส้นสีน้ำเงินนะ

4 เราจะเห็นว่าราคาตอนนี้ อยู่ใกล้ๆ 161.8% ของเวฟ 1 ดูเส้น fibo สีน้ำเงินนะครับ โดยที่ ไอ้ตรง 161.8% ที่ว่านี้ มันดันใกล้เคียงกับ 61.8% ของเวฟ a อีกด้วย นั้นหมายถึง ตรงนี้เป็นแนวรับที่ดี ที่ได้ลุ้น เพราะว่า มันเหมาะที่จะจบทั้งเวฟ c และ เวฟ 5 ย่อยของเวฟ c ด้วย เพราะงั้น สิ่งที่เราควรทำคือ จับตาที่ราคาแถวๆ 97-101 แถวๆนั้นไว้ ถ้าราคาเข้าใกล้แล้วเริ่มมีโวลุ่ม แสดงว่าจะมีเด้ง พูดว่ามีเด้ง ไม่ได้พูดว่ากลับเป็นขาขึ้นเพราะอะไร มาดูต่อข้อ 5

5 ถ้าราคาไปตรงแนวรับสำคัญที่ว่าในข้อ 4 แล้วเด้งจริง และเราเข้าแล้ว(ถ้าไม่เด้งก็ไม่ต้องเข้านะครับ เพราะไม่มีกฏอะไรที่บอกว่า แนวรับสำคัญจะเอาอยู่แน่นอน มันเป็นแค่จุดที่ คนจะจ้องเป็นพิเศษ) นี้ไม่ใช่ถือว่าเป็นการจบขาลงนะครับ

อย่าลืมว่าเราตั้งสมมุติฐานไว้ว่า เวฟ a อาจจะเป็นเวฟ 1 เวฟ b อาจจะกลายเป็นเวฟ 2 และ c ตอนนี้อาจจะกลายเป็นเวฟ 3 นั้นแสดงว่าไอ้ที่เด้งขึ้นไป อาจจะเป็นการเด้งของขาขึ้นจริงๆ หรืออาจจะเป็นการเด้งไปทำเวฟ 4 แล้วตกกลับมาอีกเพื่อเป็นเวฟ 5

6 จุดวัดว่ามันจะตกกลับมาอีกไหม จะมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ยอดของเวฟ a แถวๆ 177 บาท ถ้าเราเข้าแล้วราคาขึ้นไปถึงตรงนี้ให้ระวังมากๆ ถ้าไม่ผ่าน มันจะลงเวฟ 5 แต่ถ้าผ่านก็ไปหาไฮเดิมกันต่อไปในระยะยาวครับ

7 เมื่อราคาไปถึงแนวรับแนวต้านสำคัญให้ไปดูกำลังมันประกอบทั้งจากโวลุ่มหรือ พวก oscillator ว่ามันหมดแรงหรือมีแรงอยู่ไหมประกอบนะครับ


สำหรับที่ติดค้างน้องที่ถาม เรื่อง การลาก fibo ให้ดูตรงนี้ประกอบ ไปอ่านเรื่อง elliott wave ในบล๊อกเพิ่มก็ได้จะได้เห็นภาพขึ้น การลาก fibo นั้น หลักการเอาไว้ใช้วัดขนาดเวฟ ซึ่งเราจะได้เห็นว่าเราอยู่ตรงไหนของรอบแล้ว ถึงจุดที่ต้องระวังหรือยัง

นี้คือเรื่องสำคัญ การลากมั่วๆ จากสูงไปต่ำเลย ก็อาจจะได้ผลเหมือนกัน แต่นั้นคือบังเอิญ เพราะ เลขอัตตราส่วนฟิโบนัคซี่ ที่เราเอามาใช้ เมื่อบวกต่อกันมันก็ได้เลขเดิมๆนี้แหละ เราลากมั่วๆ แล้วเราก็อาจจะเห็นว่ามาชนตรงนี้แล้วเด้งจริงๆเว้ยเห้ยพอดี

แต่มันมีประโยชน์มากกว่าถ้าเรารู้ว่า เส้นตรงนี้ไม่ค่อยสำคัญ ถ้ามาถึงตรงนี้ให้ระวังมากๆ เราจะรู้ความสำคัญของแนวรับแนวต้านของ fibo จากการนับเวฟ ได้ดีกว่าการลากมั่วๆ

ข้อสำคัญ การนับเวฟ และลาก fibo อย่าไปคิดว่าถึงตรงนี้แล้วลงแน่นอน หรือลงถึงตรงนี้แล้วขึ้นแน่นอน ให้ดูกำลัง(momentum)ประกอบ

เวฟ เป็นการบอก ว่าตอนนี้ให้เราจับตา ระวัง เราจะจับตาอะไรก็ไปดูกำลังของมันนั้นเอง ถ้ากำลังวิ่งสวนทางกับราคาแล้วก็เซฟๆ หรือเก็บๆตามแต่โอกาสครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

มีคำถามมาในหน้าเพจ เรื่องเกี่ยวกับการใช้ indicators elliott wave และแนวทางการวิเคราะห์ เอามาแบ่งปันทางนี้ด้วยครับ

มีน้องถามมาในข้อความ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงนำมาโพสให้เพื่อนๆทางนี้ด้วยนะครับ

Jade Sada : 
ขอถามหน่อยนะครับ 
พี่ให้ น้ำหนัก อินดิเคเตอ ต่างๆยังไง บ้างหรอครับ ให้ความสำคัญกับอันไหนมากกว่ากัน เช่นPricePattern Candlestick EMA Volume RSI MACD SlowSto และ แนวรับแนวต้าน นี่ ดูยังไงหรอครับ เพราะมีตั้ง หลายอย่าง ที่เป็นแนวต้าน แนวรับได้ 
เช่น EMA ...วัน Trendline ตีเส้น Fibo พอผมใส่ๆมา มันก็ปนๆกัน ไม่รู้จะให้ความสำคัญอันไหนมากกว่ากันเลย ครับ อย่างผมเห็นว่าเกิด Bull Di แต่ ผมถามอีกคน เขาบอก ยังไม่ใช่ sign งงมาก ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ
------------------------------

   
-------------------------------------------
Thai Trader :
พี่มีขั้นตอนดูแบบนี้นะ พอเริ่มเปิดกราฟมาปุ๊บ
1 ดูเทรนด์มันว่ามันขึ้นหรือลง ถ้าเป็นหุ้น ก็ดูกราฟ day ก็ได้
2 พอได้เทรนด์แล้วจะเริ่มดูว่าตอนนี้มันขึ้นหรือลงไปถึงไหนแล้ว ตรงนี้จะนับเวฟ elliott wave โดย fibo จะใช้ตรงนี้แหละ คือหาเวฟ ที่เกิดแล้ว แล้วจะวัดขนาดเวฟต่อไปเป็นเป้าหมาย
3 ตีเทรนด์ไลน์ เพื่อหาเทรนด์และ pattern ยิ่งถ้าช่วงจะจบเวฟ มันจะมี pattern เราจะไปจับตาตรงนี้แหละ
4 พอได้รูปแบบเวฟ และ pattern ที่เกิดขึ้นแล้ว จะจับตาดูกราฟราคาเทียบ กับ Macd ว่ามันมีสัญญานกลับตัวหรือไปต่อหรือยัง ถ้าเรากำลังรอมันเบรก pattern ก็ดูร่วมกับโวลุ่มประกอบด้วย

สรุปคือ บนจอมี กราฟ ราคา เวฟ เทรนด์ไลน์ macd (หรือ ema ร่วมด้วย) แล้วก็โวลุ่ม ครับ

อย่าไปใส่ไรเยอะให่้ปวดหัว indicator หลายๆตัวมันทำงานแบบเดียวกัน ดูว่ามันให้อะไรเราได้บ้าง เลือกใช้เลือกฝึกอันที่ชอบให้ถนัด ก็พอครับ

ส่วนแนวรับแนวต้าน ถ้าจะเอาง่ายสุด เอายอด หรือท้องของกราฟราคานั้นแหละ ก่อนหน้านี้ มันเคยขึ้นไปถึงไหนแล้วย่อ หรือมันเคยลงไปถึงไหนและเด้ง ก็เอาตรงนั้นเป็นหลักก่อนก็ได้ ค่อยๆตีต่อไป เดี๋ยวจะรู้เอง

และการหา divergence อย่าไปสนใจสัญญานที่เป็นคำพูดมันมากนัก ให้ดู ว่า สมมุติในขาลงนะครับ ดูลักษณะกราฟราคาเทียบกับโวลุ่ม และเลือกเอา macd rsi อะไรก็ได้สักตัวที่เราชอบที่เราศึกษามา มาจับว่าราคามันยังไปเร็วกว่าที่มันไปรอบที่แล้วไหม ถ้าไปช้าลง โวลุ่มเริ่มน้อย อันนั้นแหละ พอที่จะเรียกว่า divergence

คือคน เริ่มที่จะไม่เห็นด้วยกับเทรนด์นั้นแล้ว ซึ่งมันอาจจะลงต่ออีกสักหน่อย แต่มีนสิทธิ์กลับตัว

divergence มันอยู่ที่เรามองว่าคนอื่นคิดยังไงกับเทรนด์ของมัน ถ้าเห็น สัญญานขัดกันแบบในตำราแล้วซื้อหรือขายเลย ตลอด มันไม่ใช่ว่าจะถูกนะ สัญญาน divergence ไม่ได้หมายถึงว่า มันจะกลับตัวเลย แต่มันคือ คนเริ่มชะลอและไม่เห็นด้วยกับทิศทางหลักของมันแล้วครับ

--------------------------------------------------------------------------
Jade Sada
ครับ อันนี้พี่เล่นแบบ ถือ 3-7 วัน ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ

---------------------------------------------------------------------------
Thai Trader
หุ่นที่ถืออยู่ตอนนี้ก็ถือเกือบเดือนแล้วครับ ตั้งแต่เห็นสัญญานก็เก็บมาเรื่อย เห็นสัญญานให้ขายทิ้งก็ค่อยขายทิ้ง

--------------------------------------------------------------------

Jade Sada
ขอบคุณครับ ผมพอ จะเข้าใจ มากขึ้นแล้ว แต่ การนับ elliot นี่ หลายคนนับ ก็นับไม่เหมือนกัน หรอครับ ผมเคยศึกษา แต่ พอเจอคำนี้ เข้าไป ก็ เลิกเลย 555 จะไม่ใช้ ได้มั้ยครับ อันนี้

-----------------------------------------------------------------------

Thai Trader
อย่าไปกลัวจะนับผิด เพราะนับไปมันผิดอยู่แล้ว ในการนับเวฟ ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ อย่างเซทตอนนี้เป็นต้น มันจะมีเงื่อนไขแยกได้สอง ทาง (เพิ่มเติม หรืออาจจะมากกว่านั้น) มันก็หมายความว่าจะมีทางหนึ่งผิดจริงไหม อีกทางหนึ่งถูก คือทางที่เราจะวางแผนไปกับมัน

ใครที่ทำบอกว่านับเวฟแม่นนับถูกตลอดนี่โม้แล้ว การนับเวฟ มันให้โครงสร้าง ถ้าคนเป็นโปรแกรมเมอร์ มาก่อน จะคิดว่ามันเหมือนเป็น flow ของระบบหนะ ระหว่าง flow มันจะมีเงื่อนไขให้ตัดสินใจ อะไรเกิดขึ้นจริงก็ไปตามนั้น

ถ้าไม่เริ่มตีเวฟผิดๆ วันนี้ ก็ไม่มีทางตีถูกแล้วละ ครับ ลองดูๆ 





วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์กราฟ set วิเคราะหุ้นประจำวันที่ 24-7-2013

‪#‎กราฟset‬ พอราคามาเหนือ 1500 เย้วๆว่าขาขึ้นแล้ว นี่ต้องระวังหน่อย 

ตอนนี้สมมุติฐานที่สมเหตุสมผลที่สุดและอยู่ใกล้ข้อพิสูจน์ที่สุดตอนนี้คือ มันเป็นการเด้ง เพื่อทำเวฟ c โดยมีเวฟ ย่อยเป็น iii ของเวฟ 3 ของเวฟ b 

และโซนที่จะพิสูจน์สมมุติฐานนี้ โซนแรกก็ช่วงกรอบสีเหลือง ในกราฟนี้แหละ แถวๆนี้เหมาะนักถ้าจะลงเวฟ c 

แต่ถ้าผ่านไปได้ก็จะเป็นที่ไฮเดิมเป็นต้านสำคัญต่อไป เบรกไฮเดิมถือว่ามั่นใจพอจะพูดได้ว่าขาขึ้น

Thai Trader นิสัยไม่ดีชอบเบรก ตั้งแต่ขาขึ้นรอบก่อนละ แต่เบรกๆเตือนๆกันไว้นั้นแหละถือว่าเป็นเพื่อนแท้




‪#‎กราฟset‬ ทางขวาเป็นกราฟสั้น ในส่วนของเวฟที่ 3 ขึ้นไป 61.8% ของเวฟย่อยของมันแล้วลงพอดี แนวรับแรกคือ 1494

ทางซ้ายเป็นกราฟเดย์ ชนต้านที่ 32.8% ของเวฟ 1 ใหญ่พอดี แนวรับของกราฟเดย์คือยอดเวฟ 1 1475
ลุ้นกันต่อปายย

   


วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น หุ้นไทย SET INDEX ใกล้กลับตัวหรือยัง ต่อ

จากโพสที่แล้ว วิเคราะห์กราฟ SET จังหวะกลับตัวใกล้เข้ามาแล้ว เรามาต่อกันด้วยกราฟของวันนี้ ว่าราคาหุ้นตอนนี้ และสัญญานทางเทคนิคต่างๆมีสภาพเป็นยังไง แล้วพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่รอบต่อไปกันครับ
   

   จากราคาแถวๆ 1650 ตลาดหุ้นของไทยเรา เริ่มตกลงมา ตรงหมายเลข 1 จัดเป็น WAVE 1 สำหรับการนับ Elliott wave ของ set

หลังจากรีบาวทำเวฟ 2 และลงทำเวฟ 3 และที่ราคา new low ที่ 1340 ก่อนหน้านี้ ถือเป็นจุดที่เราสงสัยว่าจะเป็นจุดจบ wave 5 ของขาลงรอบนี้ ดังนั้นการตีกราฟครั้งนี้ ตั้งสมมุติฐานว่าตรงนั้นเป็นจุดจบนะครับ เราจะมาดูว่ากรณีที่ตรงนั้นเป็นจุดจบ จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปบ้าง

ดูหัวข้อก่อนหน้านี้เกี่ยวกับกราฟเซทได้ที่

มาว่ากันต่อว่าถ้าตรง 1340 นั้นเป็นจุดกลับตัวจะเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าก่อนอื่นมาดูช่วงราคาของวันนี้กันก่อน

1. จากในรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "5 หรือเปล่า ถ้าใช่ให้เริ่มนับตรงนี้เป็นเวฟ A" ตรงจุดนี้เมื่อไปวัดสัญญานกับ WAVE 3 เราจะเห็นว่ามันเกิด Bullish Divergence นะ นั้นหมายความว่า ความแรงในการลงเริ่มน้อยลงแล้ว คนที่อยากขายก็ได้ขายออกไปมากแล้วเหมือนกัน เรียกได้ว่าฝรั่งขายเป็นมูลค่าจะเท่ากับที่ซื้อมาเมื่อปีที่แล้วแล้ว (แต่ฝรั่งยังมีหุ้นเหลืออีกเยอะ อย่าลืมว่าเขาซื้อถูกมาขายแพง จำนวนที่ขายออกจึงน้อยกว่าตอนที่ซื้อ) 

นั่นหมายความว่าตั้งแต่ เลข 1 มาถึงจุดที่เราคาดหมายว่าจะเป็นเลข 5 นี้มีโอกาสกลับตัวสูง เมื่อจบเวฟ 5 นี้แล้วจะเริ่มเด้งระยะกลางกันสักครั้ง โดยที่เราไม่ได้ตีว่าตลาดหุ้น set ของเราจบขาลงนะ ให้ถือว่าตรงนี้เป็นเวฟ A ไว้ก่อน เด้งขึ้นมามีจุดสังเกตุอีกทีว่าจะจบขาลงจริง หรือ จะเป็นแค่เด้งขึ้นทำเวฟ B ก่อนลงทำเวฟ C อีกครั้งครับ ตรงนี้จับใจความดีๆว่า มันอาจจะมีเหตุการณ์ที่ลงได้หนักพอๆกับช่วงจากเลข 1-5 อีก

ก่อนจบจุดนี้มาดูที่เลข 5 เราจะเห็นว่ามันมีเวฟย่อยที่เราคาดไว้ว่าเป็น wave 1-wave 5  เราจะเห็นได้ว่า รูปแบบของราคา มันทำให้เห็นว่าจบเวฟ 5 จริง แต่ว่า ไปดูช่องทางขวาจากรูป ที่ Macd ตรงที่ผมขีดเทรนด์ไลน์สีเหลืองไว้ ระหว่างยอดที่เราคาดว่าจะเป็น wave 3 กับ wave 5 มันยัง convergence นะ ถ้างั้นเราอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าเวฟย่อยนี้ อาจจะยังไม่ใช่ wave 5 จริงๆ มันอาจจะเป็นแค่ wave 3 ที่รีบาวน์ไปทำ wave 4 เพื่อที่จะย่อลงมาทำ wave 5 ที่จบ เลข5 ของขาลงหลักอีกที

ตรงนี้เราจะวัดได้ยังไงว่ามันจบwave 5 ย่อยแล้ว เราก็มาดูที่ข้อต่อไปกันเลย

2. จากรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "เส้นเหลืองชี้ชะตาว่าเป็นเวฟ 3 ย่อยหรือว่าจบเวฟ 5" ตรงนี้เป็นจุดเดียวกับ wave 1 ย่อย ซึ่งปกติจะเป็นจุดต้านของwave 4 คือจะขึ้นหรือลงก็จะไม่ overlap กับ wave 1  นั้นหมายความว่า ถ้าราคาเบรกที่ wave 1 จะถือว่าจุดต่ำสุดก่อนหน้านั้นคือ wave 5 ที่เป็นจุดจบของขาลงหลักนี้  เหตุการณ์แบบนี้ จะเกิดได้เมื่อราคามันใกล้จุดกลับตัวมากๆ คนในตลาดว่าจะกลับตัวมันเลยเกิดสัญญาน false ได้ครับ

แต่ว่าถ้าไปชนตรงนั้นแล้วย่อลง ก็มีสิทธิ์ที่จะลงทำเวฟ 5 ให้สมบูรณ์ โดยอาจจะลงต่ำกว่าหรือเท่ากับ Low ที่ผ่านมาก็ได้ ดูลักษณะของ Macd แล้วลงต่ำกว่าก็ยัง Bullish convergence อยู่ดีครับ 

3. จากรูปที่เขียนบอกไว้ว่า "จุดทดสอบเวฟBในอนาคต" ที่ราคาแถวๆ 1530 นั้น มันจะเป็นจุดที่จะวัดว่า ไอ้การลงรอบที่ผ่านมานี้ จบบริบูรณ์ แล้วหรือยัง หรือจะเป็นแค่เวฟ A (ABC)  ถ้าไปชนแล้วย่อลง ก็จะเป็นการเริ่มต้นขาลงสู้ WAVE C ถ้าเบรกตรงนี้ได้ก็จะไปวัดลักษณะเดิมที่จุดต่อไปในข้อ 4

4. ที่ "จุดทดสอบขาขึ้นอีกครั้งในอนาคต" ตรงนี้ที่ราคา 1650 ซึ่งเป็น hi เดิม จะเป็นการเทสครั้งสุดท้ายของ WAVE B ถ้าเบรกได้ ก็จะถือเป็นขาขึ้นสมบูรณ์ แต่ถ้าเบรกไม่ได้ จะเป็นการลงทำ WAVE C ครับ

สุดท้าย ให้ลองเอาไว้ใช้เป็นกรณีศึกษา ถ้าตั้งใจอ่านดีๆ จะได้ความรู้เรื่อง การจับสัญญาน รูปแบบของกราฟราคา และลักษณะโดยทั่วไปของ Elliott wave ครับ อ่านดีๆจะได้ความรู้ต่อไปแน่นอน


วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น BJC ในส่วนกราฟเทคนิคคอล และ Elliot wave

BJC  ก็เป็นช่วง Wave 5 ของขาลงนี้นะครับ สัญญานกลับตัวเช็คตรง 46.5 นี้ถ้าไม่หลุด ถือว่าพอมี Bull Div ให้เห็น แนวต้านจะเป็น 51.6 , 56.5 61.5 หรือแถวๆเส้นเทรนด์ไลน์เส้นบน

ส่วนแนวรับ 46.5 42.7 ตามลำดับ ถ้าหลุด ที่ 42.7 เป็นจุดที่วัดเวฟ 5 ได้ 61.8% ของเวฟ 3
   


วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ภาพรวม Set Index ด้วย กราฟ

วันนี้ไล่เวฟเซท โดยเริ่มตั้งแต่การเริ่มขึ้นหลังจากแฮมเบอร์เกอร์นะครับในรอบแรกเวฟ 5 จบที่100 เปอเซนต์ของเวฟ 1ช่วงสิงหาปี2011 หลังจากนั้นเริ่มรอบใหม่แถวๆเดือนตุลาปีเดียวกันที่เซท860จุด 

จากนั้นเซท ไปจบทำเวฟ 1 ของรอบปัจจุบันนี้ที่ 1248 จุด ช่วงเดือนเมษา ปี 2012 ดังนั้นเวฟ 1 ของรอบนี้มีขนาด 388 จุด 
   

หลังจากปรับฐานเซทก็เริมเดินทางต่อด้วย เม็ดเงินที่แรงกว่ารอบที่แล้วมาก 388 จุดต่อมา หรือ 100% ของการขึ้นมาของเวฟแรกทำได้เร็วกว่ารอบที่แล้วมาก 

รอบที่แล้วใช้เวลา 22 เดือน รอบปัจจุบันใช้เวลาแค่ 10 เดือนเซท ก็เกือบถึง 100%ที่ว่าแล้ว ด้วยอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้นมากนี่ทำให้ ราคา 1636 ดูท่าจะมาเร็วกว่าเดิมมาก 

เรื่องฟองสบู่เลยเป็นที่พูดถึงกันมาก ที่ดูแปลกกว่านั้นคือ ที่ราคา 1636 ไม่ได้มีลักษณะชัดเจน ว่าจะเป็นเวฟ 5 ของรอบนี้ด้วย จะมองว่าเป็นแค่เวฟ 3 ก็ได้เหมือนกัน ตรงจุดนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะต้องมาตัดสินว่าจะเป็นเวฟ ไหน เรารับรู้ถึงความคลุมเครือนี้ สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือ ระวัง และหาจุดแนวรับ ของรอบนี้ เมื่อเวลาในอนาคตมาถึง มันจะแสดงออกมาเองว่าเป็นเวฟ ไหน

ทีนี้ว่ากันถึงแนวรับ ถ้าเซทย่อลงตอนนี้ แบบจริงจังเพื่อคอลเล็คชั่นเวฟหลัก(ที่ยังคลุมเครือว่าเวฟ 3 หรือ 5) 

1 จุดรับสำคัญรอบนี้คือจุดที่เส้นเทรนด์ไลน์สีส้ม ตัดกับสีฟ้า แถวๆ fibo 61.8% ถ้าลงมาชนตรงนั้นแล้วเด้งได้ ความคลุมเครือว่าตรงนี้เป็นเวฟ 5 หรือไม่ก็ถูกตัดไป ยิ่งลงมาไม่ถึงตรงนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง แสดงว่าเวฟ 3 ของรอบนี้ยังไปเรื่อยๆ หรือจะเป็นแค่การเริ่มต้นของเวฟ 5

2 แต่ถ้าหลุด 61.8% สิ่งที่เราต้องทำคือ รอเช็คการเด้งที่ fibo เส้นต่อไป โดยที่ ที่ fibo 0%จากในกราฟ จะเป็นจุดสำคัญ ที่จะบอกว่าจะลงไปอีกไกลไหม ถ้าลงตรงfibo 0%นี้ แล้วเด้ง นั้นพอจะบอกได้ว่าเป็นการจบของเวฟ 4 เวฟ4 จะไม่มีทางลงไม่ต่ำกว่านั้น สิ่งที่เราต้องทำคือรอเข้าในรอบเวฟ 5 ต่อไป

3 แต่ถ้าหลุุดที่fibo 0% มันก็เป็นการคอนเฟิร์ม ว่าจบเวฟ 5 และอาจจะลงมาถึงเส้นเทรนด์ไลน์สีส้มเส้นข้างล่าง

ทั้ง 3 สเต็ป นี้ไม่ได้บอกให้รอจนกว่าจะถึงข้อนั้นๆ แล้วค่อยทำอะไรสักอย่าง เมื่อนำต้นทุนของพอร์ทเรามาปรับใช้ด้วย เราจะเห็นว่าเมื่อถึงแต่ละจุด ถือหรือขาย จะคุ้มค่ากว่ากัน นำไปประกอบกับความคิดของตัวเองที่มีต่อสภาพตลาดตอนนี้น่าจะทำประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย

ถ้าเรามองตลาดในรอบสี่ห้าปีย้อนหลังไป จะเห็นว่าตอนนี้มันแค่กลางทาง โอเคมันอาจจะไม่ได้ใช้เวลาเท่าเดิมเพื่อไปถึงปลายทาง(เวฟ5 ใหญ่ ตอนนี้คือเวฟ 3 ใหญ่) แต่ถ้าเรามองจากตรงนี้ไปจนถึงเปิด aec น่าจะพอเห็นภาพว่าเราอยู่ตรงไหนก่อนถึงเวฟ 5 สุดท้าย

ในรอบใหญ่แบบตอนนี้ครั้งที่แล้ว ใช้เวลารวมทั้งหมด 10 ปี ขึ้นจาก 200 เป็น 900 ก่อนโดนแฮมเบอร์เกอร์ล้างโลก รอบนั้นขึ้นแบบอืดๆ จะพูดว่าเป็นแค่การฟื้นตัวหลังจากต้มยำกุ้งก็ว่าได้ หลายๆปัจจัย ทำให้รอบนี้มันต่างกันแน่นอน

สุดท้าย ถึงจะคิดว่ามันยังจะมีทางเดินอีกยาวไกล ถ้าคุณไม่ใช่วีไอแบบที่ถือแล้วลืมได้จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องถือให้เครียดเล่นๆเมื่อเวลาคอลเล็คชั่นใหญ่ๆมาถึงครับ
19-3-13

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น RML

RML แนวรับ 2.28 แนวต้าน 2.38 ถ้าเบรกได้ต้านต่อไป 2.5 2.58 ตามลำดับ ไม่ควรเบรกเส้นสีเขียวประ ลง ถ้าเบรกลงถือว่ายังลงไม่จบครับรอบ 20-2-13
   
RML แนวต้าน 2.3 แนวรับแรกคือเส้นเหลืองล่าง รับต่อไป 2.2 ถ้าเบรกต้านได้ต้านต่อไปคื เส้นเหลืองบน และ 2.4 ตามลำดับเบรกตรงนี้ได้เข้าขาขึ้นอีกรอบ เบรก 2.2 ลง ก็แย่เลยครับ 17-2-13
RML ว่ากันตามกราฟก่อนนะครับส่วนข่าวขายหุ้นเปลี่ยน ผบห คงต้องพิจรณากันเอาเองครับ แนวรับ 2.22 แนวต้าน 2.43 2.61 2.77 อันหลังเป็นจุดขอบของเทรนด์พอดี ส่วนถ้าเบรกแนวรับตอนนี้ลงรับต่อมาคือ 2 บาท ถ้าหลุดตรงนี้ไม่ค่อยดี 3-2-13
RML แนวรับ 2.32 ถ้าเด้งก็ได้ไปเทส 2.57 อีกรอบแต่ถ้าเบรกลง EMA 50 ไปรับแถวๆ 2.07บาท 17-1-13
RML ตัวนี้ ผมปรับเทรนด์ไลน์ตามหลายรอบแล้ว ถ้าเบรกตอนนี้อีกรอบ ก็เลิกใช้เทรนด์ไลน์อิง Fibo ไปเลย ตัวนี้ขึ้นมาโหด จนโดนคำเตือนว่า "หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายผิดไปจากสภาพปกติของตลาด"ต้องวางเงินสดนั้นเอง เอาเป็นว่าต้านต่อไป 2.57 2.81 ตามลำดับ แนวรับ 2.32 ครับ 9-1-13
 RML แนวต้านแรกคือแถวๆเส้นประสีเหลืองนะครับถ้าเบรกไปได้ไป
ต้านที่ 2.3-2.4 แถวๆเส้นเหลืองปลายศรเขียว ส่วนแนวรับแรกเส้นเหลือปลายศรเหลืองตามลำดับ 2-1-13
RML ใกล้มุมๆลุ้นๆเบรกขึ้นสักทีรอมานานไปละแนวต้านหลังจากเบรกขึ้น 2 บาท แนวรับถ้าเบรกลง 1.82 บาทครับ 26-12-12
RML ใกล้แนวรับแล้วครับ 1.87-1.9 ราคาหปัจจุบัน คือแนวรับ ถ้าเด้งได้ตามศรเขียว แล้วออกไปจากกรอบขาลงสีฟ้าได้ ก็จะเยี่ยมเลย แนวต้านแรกจะเป็น 1.97 ต้านต่อไป 2.05 ตามลำดับ ส่วนกรณีเบรก แนวรับกรอบขาขึ้นลงมาตามศรสีแดง แนวรับแรก 1.8 ครับ 14-12-12
RML เบรกแนวต้านจากที่ตีไปก่อนหน้านี้ขึ้นไป เป้าหมายต้านต่อไปเส้นเหลืองอย่างที่บอกกราฟที่แล้ว แนวรับ เส้นชมภู 1.94-2 บาท 6-11-2555
RML ทำนิวไฮเช้านี้แนวต้านต่อไปเส้นเหลืองบนแนวรับเป็นไฮเดิมต้องดูว่าจะยืนได้ไหม RSI เริ่มตันแล้วอาจย่อเพื่อหาช่องบ้าง แต่ถ้ายืนไม่อยู่ก็เส้นรับที่เหลืองล่างเลย 24-10-2555