แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวิเคราะห์หุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การวิเคราะห์หุ้น แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น BGH มาดูสัญญานทางเทคนิคกัน

bgh ราคาบีบเข้าเรื่อยๆ แนวรับ 125-120 ตามลำดับ แนวต้านเส้นเทรนด์ไลน์เส้นบน หรือแถวๆ 138 ใครชอบตัวนี้อาจได้เวลาเริ่มจับตามอง ยิ่งถ้าลงทำ new low อีกจะยิ่งเห็น divergence

   

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้นกราฟหุ้น กราฟเซท ประจำวันที่ 15 ตค 2013

กราฟเซท แนวต้านแรกคือเทรนด์ไลน์สีขาวนั้น ต้านต่อไปคือที่ยอดเวฟ 3 ของรอบนี้ 1494 ถ้าเบรกตรงนี้ได้ ทุกๆตำแหน่งต้องระวังมากๆ

   
แนวรับแรก1432 แต่ถ้าทำเวฟ5 ได้จบ ให้ใช้ fibo วัดรวบทั้งรอบนี้ ตั้งแต่1260 แถวๆจุดเริ่มต้นเวฟ1 ไปจนถึงเวฟ5 แล้วให้ตั้งสมมุติฐานว่า ทั้งชุดนี้คือเวฟที่ 1 ของขาขึ้นไว้ก่อน

โดยที่หลังจากจบเวฟ 5 ถ้าย่อลงแล้วไม่หลุดลงต่ำกว่า 61.8% หรือลงน้อยกว่านั้น ถือว่าสวย พันจ่งพันเจ็ดอย่าเพิ่งมั่นใจ ตาบใดที่เวฟ2 ใหญ่ยังไม่แสดงตัวออกมาชัดๆ นั้นหมายถึง มันยังไม่มีอะไรคอนเฟิร์มว่าจะไม่ลงไปต่ำกว่านั้นอีก

เมื่อเวฟ2 ยังไม่แสดงตัวโวลุ่มก็เนือยๆแบบนี้แหละครับ แต่เมื่อมันแสดงให้เห็นชัดแล้ว โวลุ่มจะเพิ่มขึ้น และจะโวลุ่มพุ่งสุดขีดเมื่อราคาเบรกยอดของเวฟ 1 ใหญ่(เพราะว่า มันได้คอนเฟิร์มจากเวฟ2 ว่าจะไม่ลงต่ำกว่านั้น และการเบรกยอดเวฟ1คือคอนเฟิร์มความมั่นใจว่าจะไปเวฟ 3ถ้าเห็นภาพแบบนี้ก่อน ค่อยพูดถึงพันเจ็ดนะ)


วิเคราะห์หุ้น CPF รายวัน รวมทั้งมาดูวิธีการและความหมายของ chart patterns แบบเข้าใจได้

CPF ทรงเข้าสู่เวฟ 4 ที่มีสมมุติฐานว่าอาจจะเป็นการจบการลงด้วย อะไรชี้ให้เห็นแบบนั้น pattern บีบเข้ามุม สามเหลี่ยมแบบนี้เกิดจากความไม่แน่ใจว่ามันเป็นเวฟ1 หรือ 4 นั้นเอง ต่อไปนี้คือความหมายของ pattern triangle แบบไม่ใช่แค่รูปสามเหลี่ยม
   

แนวรับของ ความคาดหวัง ว่าจะเป็น เวฟ 2 ของขาขึ้น ทำให้ราคาตอนที่มันย่อลง ไม่ทำ new low (คนส่วนหนึ่งเชื่อว่ามันกำลังก่อตัวขาขึ้น เมื่อราคาลงต่ำลงเลยเก็บ)

แนวต้านของคนที่กลัวว่าจะเป็นเวฟ 4 (ซึ่งถ้าเป็นจริง ก็น่าจะมีลงเวฟ 5 ) จึงกดลงทำให้เมื่อ มันเด้ง มันไม่ทำ new hi (คนอีกส่วนเชื่อว่ามันจะลงทำเวฟ 5 เมื่อราคาวิ่งไปใกล้ จุดสงสัยว่าเป็นเวฟ 4 เขาเลยขายราคาจึงไม่เพิ่ม)

ราคาจึงวิ่งเข้ามุมและบีบลงเรื่อยๆ

เมื่อเห็นอะไรแบบนี้ หลายคนมักจำ pattern แล้วลงเงินเลย ว่าแบบนี้ ขึ้นนะ หรือ ลงแน่ คำแนะนำผมสำหรับคนที่อยากศึกษา pattern คิดว่าลงเงิน ตามหลังเบรกดีที่สุด เสี่ยงน้อยกว่าเข้าตอนนี้มาก แน่นอนดูจากเวฟ มีสิทธิ์ลงเพื่อจบเวฟ 5 อีกทีนะ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องเข้าไปแช่รอ ไอ้ตรงจุดที่มันย่อลงมา ทางขวามือของเวฟเลข 3 นั้นอาจจะเป็นเวฟ 5 ไปแล้วก็ได้ (ตรงนี้เขามีชื่อเรียกนะการที่เวฟ 5 ไม่ทำ new low-hi ผมจำชื่อไม่ได้หรอกเด้อ)

จำไว้เราไม่ใช่คนตัดสินว่ามันจะขึ้นหรือลงครับ คนจำนวนมากต้องเชื่อด้วยกัน มันถึงจะไปได้ เพราะงั้นจังหว่ะเข้าpattern มันจะไม่มีแรงหรอกเพราะคนดูจับตาเฉยๆ
รอเบรก ดูดิ แรงที่ยันกันจะหมดแล้ว มันจะมารวมกันเป็นแรงเดียว เช่นถ้าเบรกลง ไอ้คนที่เชื่อว่าเป็นเวฟ 4 ก็เออกูคิดถูก ขายตาม ไอ้คนที่เชื่อว่าเป็นเวฟ 2 ก็ต้องบอกว่าเห้ยเวนละกูคิดผิด ขายตาม ทีนี้แรงไปทางเดียวกัน โวลุ่มจะพุ่งหลังเบรก pattern ทุกครั้ง

ดังนั้น จับตาเอาไว้ก่อน

วิเคราะห์หุ้น TRC รายวันมาดูกันว่า หุ้น TRC เป็นยังไงบ้างครับ

เริ่มที่ trc ในช่วงที่เป็นเวฟ 5 ของขาลง ซึ่งช่วงนี้คือช่วง ตัดสินใจว่าจะเป็นการจบเวฟ 5 ขาลงเพื่อเริ่มเวฟ 1-2 ขาขึ้น

   
หรือ จะเป็นเพียงแค่การเด้งขึ้นไปทำเวฟ 4 ของเวฟ 5 ขาลงแค่นั้นครับ

เงื่อนไขในการตัดสินใจคือ
1 แนวต้าน 4 บาท นี้ถ้าเบรกได้ แนวโน้ม จะเป็น เบรกไปเวฟ 3 ขาขึ้น ถ้าเบรกแล้วเห็นโวลุ่มพุ่ง จะแจ่มและชัวร์
2 ถ้าเบรกไม่ได้ ย่อลงมา ต้องเริ่มวัดขนาด การรีบาวด์แบบที่ผมโพสข้างล่างนั้นแหละครับ กะว่าถ้าลงมาไม่เกิน 61.8% ของที่ขึ้นมาจาก 2.75-4 บาท ยังอยู่ในช่วงว่ามีสิทธิ์เป็นเวฟ2 ขาขึ้นอยู่
3 ถ้าหลุดลงนอกจากเงื่อนไขนี้ ก็คือจะไปเวฟที่ 5 ของ 5 ลงลึกแค่ไหนไม่รู้ ค่อยนับเวฟ ย่อย ของมันอีกที แล้วจับตา macd รอเลย ถ้าลง new low อีก จะยิ่งเห็น divergence ชัดๆ


วิเคราะห์หุ้น ADVANC มาดูกันว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

ADVANC เหมือน JAS เลย หุ้นกลุ่มใกล้เคียงกันคอนเฟิร์ม กันเอง เป็นแนวคิดหนึ่งของ Dow Theory
สังเกตุโครงสร้างราคานะครับ (แน่นอนมันบอกถึงว่าคนในตลาดคิดยังไงกับภาพรวมตอนนี้) แล้วก็สังเกตุที่ลูกศรชี้แก็บ คอนเฟิร์มกับ #JAS และบทความที่ผมเขียนข้างล่างเรื่อง เปิดแก็บ-ปิดแก็บ ส่วนราคาแนวรับแนวต้านสำคัญ และเงื่อไขว่ายอดตรงนั้นจะมีเด้งขึ้นมาอีกครั้งในรอบต่อไปนี้ไหม ใช้คอนเซปเดียวกับ JAS เลย

   

วิเคราะห์หุ้น JAS มาดูและศึกษาการเปิดGAP ปิด GAP กันต่อ


JAS จากที่แนะนำมานะครับ มาดูไปพร้อมกับเป็นตัวอย่างอธิบายโพสที่ว่าเรื่อง เปิดGAP-ปิดGAP ข้างล่างนี้นะครับ

jas ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามันคือไซด์เวย์ แต่อย่างที่เคยบอก ในไซด์เวย์ มันก็จะมี อับเทรนด์ กับ ดาวน์เทรนด์ ให้เราได้เล่นนะครับ เรามาดู อับเทรนด์ล่าสุดกันนะ

   
ช่วงที่ผมลากเส้นเวฟ นั้นจะเป็นช่วงเวฟ 3 ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเพิ่งจบเวฟ 3 เท่านั้น หรือจบรวมทั้งเวฟ 5 ไปแล้ว ตรงนี้เราจะมีเงื่อนไขในการตัดสินใจอีกทีครับ

มาดูแก็บกันก่อน ตรงลูกศรขาว 2 อันนั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นแก็บแบบที่ 1 ที่ผมพูดถึงในโพสเรื่องแก็บข้างล่างนี้ คือมันเป็นแก็บที่เกิดในช่วง divergence สังเกตุที่ macdo ประกอบครับ จะเห็นว่า maco สวนทางกับการทำ new low new hi พอมันกระโดดเปิดแก็บแล้ว ไม่มีการไล่ราคา กระโดดแล้วนิ่ง เพราะคนเริ่มไม่คิดว่าจะให้ซื้อที่สูงกว่านี้ หรือขายที่ราคาต่ำกว่านี้ สุดท้ายมันจะโดนปิดแก็บไปในเวลาที่เร็วเลยครับ

ทีนี้ดูที่ลูกศรสีเขียว เป็นแก็บที่เปิดหลังจากมันเบรกเวฟ 1 หลัก ได้ แน่นอนยอดเวฟ 1 มันเป็นแนวต้านสำคัญก่อนไป 3 ทันที่ที่เบรกต้านนี้ได้ ความมั่นใจสูงจะเกิด เปิดแก็บกระโดดทันที พร้อมกับการไล่ราคา เมื่อมีการไล่ราคาก็สังเกตุ ที่ macdo ครับ มันจะแสดงให้เห็นถึงความ convergence มันก็ไม่ได้ลงมาปิดแก็บในเวลาที่เร็วเหมือน แก็บแบบแรกใช่ไหมครับ สุดท้าย เมื่อหมดรอบ ถึงราคามันจะลงมาต่ำกว่าแก็บตรงนี้ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงอีกแล้ว มันจึงไม่ใช่แก็บที่จะถูกปิด

น่าจะเห็นข้อแตกต่างกันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ทีนี้กลับไปพูดถึงเงื่อนไขที่ว่า ถ้าไม่เวฟ 3 ก็ 5 จุดสังเกตุเงื่อนไขนี้คือ ถ้าลงมาแล้วไม่ต่ำกว่าเวฟ 1 ก็มีสิทธิ์เด้งขึ้นไปเป็นเวฟ 5 จะดูยังไงว่าเป็นเวฟ 5 ก็ดู MOMENTUM ประกอบ (MACD RSI อะไรพวกนั้น) ถ้าเด้งขึ้นไปแบบ MOMENTUM ไม่ไปด้วยก็ขึ้นไปเพื่อจบเวฟ 5

ไอ้ตรงเวฟ4 ลงมาไม่เกินเวฟ 1 นี่มีความหมาย มีส่วนที่แปลเป็นคำพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆแต่ขอติดไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยมาพูดอีกที

แนวรับตอนนี้ แถวๆ 8.2 และ 7.9-8 บาท ตามลำดับ แนวต้าน 8.6
ให้สังเกตุ MACDO ของช่วงล่าสุดนะครับอาจจะเกิด DIVERGENCE กลับเด้งขึ้นสั้นๆได้

กราฟหุ้น set update รายวัน 30 กย 2013

กราฟเซท เวลาหุ้นลงจับตาจังหวะกลับตัวขึ้น เวลาหุ้นขึ้น มองดูจังหว่ะกลับตัวลง วิธีนี้แหละคือวิธีที่ผมโพสในเพจๆนี้ ดังนั้น มันเหมือนหุ้นขึ้นผมแช่ง(ไม่ได้แช่งหุ้นขึ้น ก็ต้องจับตาดิว่ามันจะหมดแรงตอนไหน) หลายคนดันมองผมว่าปัญญาอ่อน หุ้นขึ้นมาแช่ง หุ้นลงๆอยู่ให้เตรียมเข้า เหอๆ(อันนี้บ่นหน่อย เคยมีค่อนแคะในนี้จริง และจนป่านนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจลอจิค ของเขา)

   
พอแรงตก ในขาขึ้น ผมก็พิมว่าต้องเริ่มระวังแล้วนะ ต้องเริ่มวางกฏเพื่อเก็บกำไรแล้ว อะไรประมานนั้น ซึ่งหลายๆคนที่ตามมาก็ดูเองเป็นอยู่แล้ว ถ้าหุ้นลง กำลังการขายเริ่มน้อยลง ก็มาเตือนกันว่า เริ่มจับตาเข้าได้แล้วน้า ต้องเริ่มวางกฏแล้วว่าถ้าเบรกตรงนี้หรือไม่หลุดตรงนั้น จะเข้าซื้อ

กลับเข้าที่กราฟ รอบนี้สั้นๆ ระยะสั้นนี้ ถ้าลงมาไม่เกิน 1350 แล้วเด้ง จะสวย สังเกต macdo นะ ว่าจะทำไดเวอร์เจนซ์หรือเปล่า ถ้าเด้ง หรือยืนอยู่ ก็หาหุ้นเข้า ถ้าหลุด ก็จ้องมองหาเด้งอีกที ดูแรง macd ประกอบด้วยเช่นเคย

ส่วนหุ้นที่แนะนำถามไถ่มาเย็นๆ จะมาดูให้อีกทีนะครับผม


วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักการวิเคราะห์หุ้น เก็บทิศทางแล้ว ทำให้มันเป็นแนวทางในการเทรดยังไง ลองมาดูตัวอย่าง IVL

IVL ตามที่แนะนำให้ดูมานะครับ ผมจะเขียนแบบให้เอาไปคิดฝึกต่อได้นะ(ในวงเล็บนี้ผมเขียนเสร็จก็ขึ้นมาเขียนบอกที่นี่ว่ามันน่าจะมีประโยชน์มากถ้าคนอยากดูแรงของราคาเป็น)

อันนี้เราพูดกันแบบง่ายๆแบบบ้านๆไม่ต้องภาษาเทคนิคอะไรมาก ถ้าใครตามการตีกราฟของ Thai Trader มาสักพักจะมองออกเลย
ตัวเลขที่เขียนไว้ไม่ใช่เวฟ นะครับ อันนี้เอาปะไว้ให้เห็นว่าช่วงไหนยังไงเฉยๆ

เริ่มที่ช่วง 0-1 ดูราคาไล่ขึ้นไปเรื่อย macdo พุ่งปรี๊ดตาม ความหมายแบบบ้านๆคือ คนอยากได้มาก การที่ macdo(หรือ macd) พุ่งเพราะ คนไล่ราคาขึ้นทุกวัน คือให้ราคาสูงขึ้นไม่หยุดนั้นแหละแบบว่าไม่ขายให้ราคาตกเลย เคาะซื้อแพงขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ให้เป็น #สมการที่1
   

หลังจากย่อจาก 1--> 2 แล้วก็เด้งขึ้นมาเป็น 3,4 ไอ้ตรงนี้ มันยึกยักๆ แล้วดูที่ macdo(หรือ macd) ราคาขึ้นไปเรื่อยแต่ macdo จมหายไปเลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ก็เพราะว่า
- พอมีคนซื้อที่ราคาสูงขึ้น คนอีกส่วน ก็เริ่มขายทำกำไรลงมา พอเด้งขึ้นไปอีกก็ขายอีก มันก็แสดงว่าคนเริ่มไม่คิดว่าจะอยากซื้อหรือถือไปในราคาสูงกว่านี้แล้ว ขึ้นแล้วขาย ขึ้นแล้วขาย ค่าเฉลี่ยของราคามันเลยไม่พุ่งสูงเหมือนช่วง 0-1 เราให้ตรงนี้เป็น #สมการที่2

ทีนี้เราเอาเหตุการณ์ในสมการที่ (1) กับ (2) มาพิจารณากันดูว่าเราจะวางแผนรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้อีกยังไง

ลองฟังจากที่ผมพิจารณาก่อน แล้วคุณเอาไปพิจารณาเองด้วยนะครับ

ผมพิจารณาอยู่ในใจว่า
- สมการที่1 คนอยากซื้อมากคนมั่นใจว่าซื้อที่ราคาสูงกว่านี้ก็ยังมีกำไร จะด้วยเหตุผลห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ อาจจะผลประกอบการดี จะมีข่าวดี หรือเจ้ามือเข้า หรืออะไรก็ช่าง ผมไม่ได้อยากรู้ ที่อยากรู้คือว่าช่วงนี้คนอยากซื้อ นั้นแหละที่ผมได้ ผมคิดเป็นแผนในใจว่า วันหน้าถ้าเจออะไรแบบนี้อีกผมก็ตามมันไป

- สมการที่2 คนแม่งเริ่มกลัว พอราคาขึ้นไป มีไอ้คนมองโลกในแง่ร้ายขายตบลงมา พอเด้งอีกก็ขายตบลงมา อาการแบบนี้ ผมหลุดปากพูดออกมาคนเดียวว่าเห้ย "แรงเริ่มตก" คนเริ่มกลัวละ คนไม่มีเริ่มดูท่าทีว่าจะตามดีไหม คนมีก็เริ่มระบายของ ผมคิดเป็นแผนในใจว่า ชาวบ้านเขากลัวกรูจะห้าวใส่คนเดียวแบบว่าอินดี้พี่เป้เสลอก็ใช่เรื่องถ้ายังไม่มีตรูรอดีกว่าถ้ามีอยู่เอา มาเทียบกับทุนดูว่าควรขายออกบ้างหรือว่าเก็บไว้ต่อดี ทางไหนคุ้มก็ทำตามนั้น

- เมื่อพิจารณาทั้งสองสมการแล้วก็มาดูว่าเวลานี้มันคือเวลาไหนเราควรทำยังไง แน่นอนไอ้สองอันนั้นมันผ่านมาละ ถ้าเราพูดถึงอนาคตเราจะเลือกขายออก หรือซื้อเข้าเราควรจะดูตรงไหนยังไง ผมก็จะทำแบบนี้

1 มันมีสิ่งที่เกิดบ่อยๆอย่างหนึ่ง ถ้าจบเวฟ 3 มันมักไม่ลงต่ำกว่าเวฟ 1 เพราะงั้นแถวนั้นเป็นแนวรับที่ดี (ไปหาอ่านเรื่องเวฟได้ในบล๊อกนะครับ)งั้นผมจะรอดูที่ 20.7 กับแถวๆเส้น สีขาวนั้นแหละ ถ้าลงมาไม่หลุดตรงนั้น(คืออาจจะลงถึงหรือไม่ก็ได้) แล้วผมแยกสมาการ เหมือนที่ทำเมื่อกี้ได้ว่า เห้ยคนเริ่มไม่อยากขายไล่ลงอีกแล้วเว้ยพอราคาแม่งต่ำลงก็มีคนซื้อดักเก็บMACDOเลยไม่ลงต่ำลงไปเรื่อย ผมก็จะเริ่มจับตาหาจังหว่ะเข้า

2 ถ้าผมมีหุ้นอยู่ ผมคงขายออกไปหน่อย เหลืออีกหน่อยเอาไว้ไปลุ้นที่จุดที่ข้อ 1 จะซื้อเพิ่มหรือถืออันเดิมไว้ค่อยว่ากันอีกทีตามสถานการณ์ อย่าลืมพิจรณาต้นทุนของคุณประกอบ ตรงนี้ถ้าหลุด ผมคงต้องหาวิธีเซฟตัวเองสุดๆอะไรประมานนั้น

อันนี้ลองอ่านกันดีๆ แล้วเอาไปพิจารณาในแบบตัวเอง ผมว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อย หุ้นปกติมันเกิดเหตุการณ์ 2 สมการนี้แทบทุกครั้ง ยกเว้นหุ้นปั่น ขึ้นพุ่งๆ แล้วตบลงเลย กับหุ้นที่เจอข่าวร้ายปัจจุบันทันด่วน แค่นั้น นอกนั้นก่อนจะลง ก่อนจะขึ้น มันจะมีช่วงเทสความอยากเพื่อความมั่นใจทั้งนั้นครับ


สมการที่ 1 ทางเทคนิคเรียกว่าเกิด convergence
สมการที่ 2 ทางเทคนิคก็เรียกว่าเกิด divergence นั้นแหละครับ

การเกิดอะไรแบบนี้ไม่จำเป็นว่าเกิดปุ๊บหุ้นจะกลับตัวเลย มันอาจจะเทสหลายๆรอบเพื่อความมั่นใจ อาจจะเนื่องว่าภาพที่ใหญ่กว่า มันยังน่าขึ้น หรือปัจ
จัยอื่นๆครับ

วิธีการที่มักใชัรับมืออาจจะกำหนดกฏของตัวเองเช่น ลากเทรนด์ไลน์ถ้าหลุดเส้นนี้ขายหรือใช้ ema เส้นตามแต่เราชอบ ถ้าหลุดตรงนี้ขาย หรือใช้elliott wave ก็ได้ เช่นย่อลงต่ำกว่า 61.8%(หรือเลขอื่นๆตามแต่เราชอบ) ของเวฟ .... แล้วขายอะไรแบบนั้น

คำว่าตามแต่เราชอบ ให้ดูทุนตัวเองประกอบ คนทุนต่ำ อาจใช้เส้นที่ลงลึกได้มากกว่าคนทุนสูงเป็นต้นครับ

วิเคราห์หุ้น set index วันนี้

แนวรับตอนนี้คือ 1450 1420 ตามลำดับ การซื้อขายไม่ออกแนวไล่ราคานะ ออกข่าวมากระตุ้นเปิดแก็พ แล้วนิ่ง กระตุ้นแล้วนิ่ง macdo นั้นเลยไม่พุ่งไปตาม

   
อาการแบบนี้เรียกว่าไม่ใช่ความอยากของตลาดโดยรวม ช่วงที่แรเงาเป็นช่วงเสตียรอยด์ที่ว่า สังเกตุกันดูว่า มันอยู่ช่วงไหนกำลังเป็นยังไงเอานะครับ อาการแบบนี้ไม่อยากปากเสีย

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

มาวิเคราะห์หุ้น SSC พร้อมทั้งกรณีศึกษาทางเทคนิค ให้ทุกคนลองฝึกลองเรียนไปตามกันครับ

SSC‬ เอาไว้ไปเป็นกรณีศึกษานะครับ เรื่องการลาก Fibo เพื่อวัดขนาดเวฟ ด้วย เพราะตัวนี้จากเดิมที่ผ่านมากราฟค่อนข้างเป๊ะ

เริ่มกันที่ที่ขาขึ้นก่อนนะครับ เวฟ 1 ของขาขึ้นซ้ายสุดเลย ราคาเริ่มเวฟ 1 คือแถวๆ 48.4 และไปทำยอดเวฟ 1 ที่ 144 บาท พอเราเห็นแบบนี้ปุ๊บ ลาก fibo เลย เราจะลากตามขนาดของเวฟ 1 เพื่อที่จะวัดเวฟ ต่อๆไป โดยจะมีเงื่อนไขหลักๆดังนี้

   
1 ในส่วนเวฟ 2 ถ้าจะให้สวย ย่อลงมาสัก 61.8% ไม่หลุดตรงนี้แล้วขึ้น ถือว่าสวย(อาจจะย่อลงมาน้อยกว่าหรือมากกว่า 61.8% ก็ได้)

2 ถ้าเวฟ 2 หลุด 61.8%ลงมา ต้องดูต่อว่าอย่าหลุดทำ new low ถ้าหลุดทำ new low สมมุติฐานว่าตรงนี้คือเวฟ 1 ของขาขึ้นก็ตกไป เพราะนี้คือส่วนหนึ่งของขาลงใหญ่รอบที่แล้ว เราก็เริ่มจับตาเวฟ 1 ใหม่

3 ในส่วนของเวฟ 3 เมื่อเบรกขึ้นไปแบบนี้ถือว่าไม่เยอะ มีขนาดยาวกว่าเวฟ 1 เล็กน้อย ถ้าเจอแบบนี้ มีสิทธิที่เวฟ 5 จะยาวสุดในรอบ

4 ในส่วนเวฟ 4 มักจะไม่ลงต่ำกว่าเวฟ 1 ลงไปแตะแล้วเด้งเลย ให้สังเกตไว้ถ้าราคาหุ้นตัวไหนก็ตามจบเวฟ 3 อาจจะลงเวฟ 4 ไม่มากก็ได้ แต่ถ้าลงมาก ให้ไปจับตาที่ยอดเวฟ 1 เลย ถ้าลงมาแตะแล้วเด้งเร็วก็เป็นจุดเข้าที่ดี ถ้าลงแตะแล้วหลุด แสดงว่ามีเรื่องมีข่าวบางอย่างที่ไม่ดีเตรียมจะมา

5 ในส่วนเวฟ 5 ของรอบก่อนหน้ามีขนาด 161.8% ของเวฟ 1 พอดีเป๊ะ เรียกว่า แตะปุ๊บก็กระโดดลงเลย เรียกว่าจบรอบ ฟ้าผ่า

ต่อไปมาดูในช่วงขาลงบ้าง ณ ตอนนี้มี รวมรอบขาลงหลักเป็นเวฟ abc (หวังว่ามันจะไม่เปลี่ยนเป็น 1-5 นะครับเพราะถ้าแบบนั้นยาว)
1 ในส่วนเวฟ a มีเวฟย่อยเป็น 1-5 ลงมาแตะแถวๆปลายยอดคลื่น 3 (ของขาขึ้น)ก็เด้ง แบบนี้มักเกิดในกรณี คลื่น 3 ไม่ยาวมาก ถ้าคลื่น 3 ยาวๆ มักลงไปแตะแถวๆ คลื่น 4 ถึงเด้ง

2 ในส่วนเวฟ b เมื่อจบ a แล้ว จะเห็นว่า b เด้งขึ้นมาเป็นขนาด 61.8% ของเวฟ a พอดี ตรงนี้จะเห็นชัดๆ ดูจาก fibo สีชมพูนะครับ ทันทีที่หุ้นราคาตกลงมาจากจุดที่ เป็นแนวต้านสำคัญ เราจะเริ่มตั้งสมมุติฐานว่า นี้คือเวฟ 1 หรือ a ของขาลง ถ้าลงมาแล้วเด้งกลับไม่เกิน 61.8% ของเวฟ 1 หรือ a ที่ว่านี้ มันก็คือยอดคลื่นของเวฟ 2 หรือ b นั้นเองครับ

ถ้าใครติดหุ้นอยู่ เวฟ 2 หรือ b ที่เด้งขึ้นมานี้คือจุดที่ควรจะออก ถ้าแน่ใจว่าแหกไม่ได้แล้วอย่าดันทุรัง เพราะมันมีสิทธิ์ ลงอย่างน้อยก็เท่ากับเวฟ 1 หรือ a ครับ ขายแล้วไปรอตรงนั้นดีกว่าถือฝืนไปแน่นอน เพราะถ้าโชคไม่ดี มันลงทำ C ต่ำ กว่า หรือเลวร้ายสุดๆ มันลงไปเป็น 1-5 ใหญ่ๆอีกรอบ หน้าแห้งติดดอยเป็นปีๆแน่

3 หลังจากเด้งขึ้นมา เป็น b นั้นแล้วไม่ผ่าน ก็ตามหลักทั่วไปคือลงทำเวฟ c เป็นอย่างน้อย เวฟ c ตอนนี้ ที่เห็นคือจะมีคลื่นย่อยอีก 1-5 เราต้องวัดตรงนี้ว่าเวฟ 5 ควรจบที่ไหน โดยทำเหมือนทุกครั้ง ลาก fibo ที่เวฟ 1 ของเวฟ c นี้ครับในรูปกราฟ ผมใช้ fiboเส้นสีน้ำเงินนะ

4 เราจะเห็นว่าราคาตอนนี้ อยู่ใกล้ๆ 161.8% ของเวฟ 1 ดูเส้น fibo สีน้ำเงินนะครับ โดยที่ ไอ้ตรง 161.8% ที่ว่านี้ มันดันใกล้เคียงกับ 61.8% ของเวฟ a อีกด้วย นั้นหมายถึง ตรงนี้เป็นแนวรับที่ดี ที่ได้ลุ้น เพราะว่า มันเหมาะที่จะจบทั้งเวฟ c และ เวฟ 5 ย่อยของเวฟ c ด้วย เพราะงั้น สิ่งที่เราควรทำคือ จับตาที่ราคาแถวๆ 97-101 แถวๆนั้นไว้ ถ้าราคาเข้าใกล้แล้วเริ่มมีโวลุ่ม แสดงว่าจะมีเด้ง พูดว่ามีเด้ง ไม่ได้พูดว่ากลับเป็นขาขึ้นเพราะอะไร มาดูต่อข้อ 5

5 ถ้าราคาไปตรงแนวรับสำคัญที่ว่าในข้อ 4 แล้วเด้งจริง และเราเข้าแล้ว(ถ้าไม่เด้งก็ไม่ต้องเข้านะครับ เพราะไม่มีกฏอะไรที่บอกว่า แนวรับสำคัญจะเอาอยู่แน่นอน มันเป็นแค่จุดที่ คนจะจ้องเป็นพิเศษ) นี้ไม่ใช่ถือว่าเป็นการจบขาลงนะครับ

อย่าลืมว่าเราตั้งสมมุติฐานไว้ว่า เวฟ a อาจจะเป็นเวฟ 1 เวฟ b อาจจะกลายเป็นเวฟ 2 และ c ตอนนี้อาจจะกลายเป็นเวฟ 3 นั้นแสดงว่าไอ้ที่เด้งขึ้นไป อาจจะเป็นการเด้งของขาขึ้นจริงๆ หรืออาจจะเป็นการเด้งไปทำเวฟ 4 แล้วตกกลับมาอีกเพื่อเป็นเวฟ 5

6 จุดวัดว่ามันจะตกกลับมาอีกไหม จะมีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ยอดของเวฟ a แถวๆ 177 บาท ถ้าเราเข้าแล้วราคาขึ้นไปถึงตรงนี้ให้ระวังมากๆ ถ้าไม่ผ่าน มันจะลงเวฟ 5 แต่ถ้าผ่านก็ไปหาไฮเดิมกันต่อไปในระยะยาวครับ

7 เมื่อราคาไปถึงแนวรับแนวต้านสำคัญให้ไปดูกำลังมันประกอบทั้งจากโวลุ่มหรือ พวก oscillator ว่ามันหมดแรงหรือมีแรงอยู่ไหมประกอบนะครับ


สำหรับที่ติดค้างน้องที่ถาม เรื่อง การลาก fibo ให้ดูตรงนี้ประกอบ ไปอ่านเรื่อง elliott wave ในบล๊อกเพิ่มก็ได้จะได้เห็นภาพขึ้น การลาก fibo นั้น หลักการเอาไว้ใช้วัดขนาดเวฟ ซึ่งเราจะได้เห็นว่าเราอยู่ตรงไหนของรอบแล้ว ถึงจุดที่ต้องระวังหรือยัง

นี้คือเรื่องสำคัญ การลากมั่วๆ จากสูงไปต่ำเลย ก็อาจจะได้ผลเหมือนกัน แต่นั้นคือบังเอิญ เพราะ เลขอัตตราส่วนฟิโบนัคซี่ ที่เราเอามาใช้ เมื่อบวกต่อกันมันก็ได้เลขเดิมๆนี้แหละ เราลากมั่วๆ แล้วเราก็อาจจะเห็นว่ามาชนตรงนี้แล้วเด้งจริงๆเว้ยเห้ยพอดี

แต่มันมีประโยชน์มากกว่าถ้าเรารู้ว่า เส้นตรงนี้ไม่ค่อยสำคัญ ถ้ามาถึงตรงนี้ให้ระวังมากๆ เราจะรู้ความสำคัญของแนวรับแนวต้านของ fibo จากการนับเวฟ ได้ดีกว่าการลากมั่วๆ

ข้อสำคัญ การนับเวฟ และลาก fibo อย่าไปคิดว่าถึงตรงนี้แล้วลงแน่นอน หรือลงถึงตรงนี้แล้วขึ้นแน่นอน ให้ดูกำลัง(momentum)ประกอบ

เวฟ เป็นการบอก ว่าตอนนี้ให้เราจับตา ระวัง เราจะจับตาอะไรก็ไปดูกำลังของมันนั้นเอง ถ้ากำลังวิ่งสวนทางกับราคาแล้วก็เซฟๆ หรือเก็บๆตามแต่โอกาสครับ

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะหุ้น set รายวัน ของวันที่30-07-2013

กราฟset‬ มาถึงจุดนี้ สมมุติฐาน เวฟแรกขาขึ้นเดิม เริ่มมองดูไม่สวยแล้วนะครับ ที่ว่าดูไม่สวยยังไง ไปดูกราฟเก่าที่เคยตีไว้ อันนั้นยังถือว่าเป็นสมมุติฐานหนึ่ง

กราฟมันชอบเดินไปจุดที่ต้องตัดสินใจ ว่าสมมุติฐานไหนถูก สำหรับเซท ผมขอแยกเพิ่มมาอีกสองสมมุติฐานตามนี้
   

1 โลกสวย คือยังมองว่ามันจะต้องขึ้นไปอีกเหมือนเดิม โดยให้ยอดที่ พันห้านิดๆนั้นเป็นเวฟ 1 แทนเวฟ 1 เดิม นั้นบอกอะไรได้บ้าง
- ย่อลงสบายๆได้ถึง แถวๆ 1410 หรือมากกว่านั้น
- ถ้าถูก ยอดเป้าหมายอาจอยู่แถวๆ ไฮเดิมหรือ เลยไปหน่อย

2 โลกมันโหด จากกราฟที่ตีก่อนนี้ผมแนะนำให้ระวังที่ 61.8% ของ ขาลงยาวตั้งแต่ยอดไฮเดิมลงมา 1530 ตรงนี้เป็นจุดสวยที่จะจบเวฟ b เพื่อลงเวฟ c ถ้าตรงนี้เป็นจริงจะบอกอะไรบ้าง
- มันจะลงอย่างน้อยที่โลว์เดิม 1340 แถวๆนั้น ลงต่ำกว่านั้นได้อีกด้วย ไม่แปลกอะไร
- ถ้ามันลงมาแล้วทำ new low ยิ่งดี เราอาจจะเห็น divergence ที่กว้างขึ้นกว่าเดิม(นั้นแสดงว่าต้องหาจุดวัดว่าจะคัทลอสที่ไหน )

ส่วนภาพรวมๆ ช่วงนี้โวลุ่มมันไม่ค่อยเยอะ สาเหตุก็อย่างที่บอกคราวก่อนๆ ความคลุมเครือของทางเลือกมันยังสูง คนเลยจ้องเฉยๆ หรือถ้าเล่นก็เน้นจบเร็วมากกว่า

ส่วนของฝรั่ง จะเห็นว่า ซื้อก็ซื้อไม่มาก ขายก็ขายไม่เยอะ สงสัยเห็นสถาบันรับไปเยอะช่วงก่อน คงดูว่าพี่แกจะเอายังไง

macd กราฟ day ยังโอเค ส่วน Time frame ที่ต่ำกว่านั้นพลังหดหายไปนานแล้ว

ดูแนวรับแนวต้านจาก fibo ของกราฟทั้งสอง ถ้าเหตุการณ์จริงมันเกิดกับฝั่งไหนก็เลือกตามฝั่งนั้น ไม่ต้องยืดติดว่าหุ้นเต็มพอร์ท ต้องมองเห็นว่าจะขึ้นอย่างเดียว

ถ้าหลุดแนวรับแล้วเห็นรับต่อไปอยู่ไกล ก็เซฟๆบ้างก็ดีครับ

ติดค้างเรื่องตี fibo ขอแปะไว้ก่อน ช่วงนี้ยุ่งๆนิดหน่อย แต่แนะนำคร่าวๆว่า การตี fibo หลักๆควรใช้เพื่อวัดขนาดเวฟเป้าหมาย ไม่ใช่ เห็นยอดสูงและต่ำก็ตีเลยและเอาเลขของมันมาเป็นแนวรับแนวต้าน แบบนี้อาจใช้ได้บางครั้ง สาเหตุที่ใช้ได้เพราะว่า เลข fibo ที่เรามักใช้ ไม่ว่าจะ 61.8 32.8 หรืออื่นๆ เมื่อบวกกัน(จากการต่อเวฟต่างๆ)มันได้เลขคร่าวๆใกล้ๆกับ fibo เลขต่อไปครับ นั่นทำให้ลาก ยาวจากยอดสูงยอดต่ำ ก็จะเห็นว่า มันพอจะเป็นแนวรับได้

แต่ทำแบบนั้น มักไม่ได้แนวรับแนวต้านที่สำคัญๆ การวัดแบบหาเป้าเวฟต่อไปทำยังไง ที่จริงเขียนไว้ในบล๊อกแล้ว ไว้เดี๋ยวถ้าว่างแล้วจะเอามาสรุปอีกที อันนั้นเขียนไว้นานแล้วคาดว่าจะอ่านงงๆ (555)


วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

มีคำถามมาในหน้าเพจ เรื่องเกี่ยวกับการใช้ indicators elliott wave และแนวทางการวิเคราะห์ เอามาแบ่งปันทางนี้ด้วยครับ

มีน้องถามมาในข้อความ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ จึงนำมาโพสให้เพื่อนๆทางนี้ด้วยนะครับ

Jade Sada : 
ขอถามหน่อยนะครับ 
พี่ให้ น้ำหนัก อินดิเคเตอ ต่างๆยังไง บ้างหรอครับ ให้ความสำคัญกับอันไหนมากกว่ากัน เช่นPricePattern Candlestick EMA Volume RSI MACD SlowSto และ แนวรับแนวต้าน นี่ ดูยังไงหรอครับ เพราะมีตั้ง หลายอย่าง ที่เป็นแนวต้าน แนวรับได้ 
เช่น EMA ...วัน Trendline ตีเส้น Fibo พอผมใส่ๆมา มันก็ปนๆกัน ไม่รู้จะให้ความสำคัญอันไหนมากกว่ากันเลย ครับ อย่างผมเห็นว่าเกิด Bull Di แต่ ผมถามอีกคน เขาบอก ยังไม่ใช่ sign งงมาก ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ
------------------------------

   
-------------------------------------------
Thai Trader :
พี่มีขั้นตอนดูแบบนี้นะ พอเริ่มเปิดกราฟมาปุ๊บ
1 ดูเทรนด์มันว่ามันขึ้นหรือลง ถ้าเป็นหุ้น ก็ดูกราฟ day ก็ได้
2 พอได้เทรนด์แล้วจะเริ่มดูว่าตอนนี้มันขึ้นหรือลงไปถึงไหนแล้ว ตรงนี้จะนับเวฟ elliott wave โดย fibo จะใช้ตรงนี้แหละ คือหาเวฟ ที่เกิดแล้ว แล้วจะวัดขนาดเวฟต่อไปเป็นเป้าหมาย
3 ตีเทรนด์ไลน์ เพื่อหาเทรนด์และ pattern ยิ่งถ้าช่วงจะจบเวฟ มันจะมี pattern เราจะไปจับตาตรงนี้แหละ
4 พอได้รูปแบบเวฟ และ pattern ที่เกิดขึ้นแล้ว จะจับตาดูกราฟราคาเทียบ กับ Macd ว่ามันมีสัญญานกลับตัวหรือไปต่อหรือยัง ถ้าเรากำลังรอมันเบรก pattern ก็ดูร่วมกับโวลุ่มประกอบด้วย

สรุปคือ บนจอมี กราฟ ราคา เวฟ เทรนด์ไลน์ macd (หรือ ema ร่วมด้วย) แล้วก็โวลุ่ม ครับ

อย่าไปใส่ไรเยอะให่้ปวดหัว indicator หลายๆตัวมันทำงานแบบเดียวกัน ดูว่ามันให้อะไรเราได้บ้าง เลือกใช้เลือกฝึกอันที่ชอบให้ถนัด ก็พอครับ

ส่วนแนวรับแนวต้าน ถ้าจะเอาง่ายสุด เอายอด หรือท้องของกราฟราคานั้นแหละ ก่อนหน้านี้ มันเคยขึ้นไปถึงไหนแล้วย่อ หรือมันเคยลงไปถึงไหนและเด้ง ก็เอาตรงนั้นเป็นหลักก่อนก็ได้ ค่อยๆตีต่อไป เดี๋ยวจะรู้เอง

และการหา divergence อย่าไปสนใจสัญญานที่เป็นคำพูดมันมากนัก ให้ดู ว่า สมมุติในขาลงนะครับ ดูลักษณะกราฟราคาเทียบกับโวลุ่ม และเลือกเอา macd rsi อะไรก็ได้สักตัวที่เราชอบที่เราศึกษามา มาจับว่าราคามันยังไปเร็วกว่าที่มันไปรอบที่แล้วไหม ถ้าไปช้าลง โวลุ่มเริ่มน้อย อันนั้นแหละ พอที่จะเรียกว่า divergence

คือคน เริ่มที่จะไม่เห็นด้วยกับเทรนด์นั้นแล้ว ซึ่งมันอาจจะลงต่ออีกสักหน่อย แต่มีนสิทธิ์กลับตัว

divergence มันอยู่ที่เรามองว่าคนอื่นคิดยังไงกับเทรนด์ของมัน ถ้าเห็น สัญญานขัดกันแบบในตำราแล้วซื้อหรือขายเลย ตลอด มันไม่ใช่ว่าจะถูกนะ สัญญาน divergence ไม่ได้หมายถึงว่า มันจะกลับตัวเลย แต่มันคือ คนเริ่มชะลอและไม่เห็นด้วยกับทิศทางหลักของมันแล้วครับ

--------------------------------------------------------------------------
Jade Sada
ครับ อันนี้พี่เล่นแบบ ถือ 3-7 วัน ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ

---------------------------------------------------------------------------
Thai Trader
หุ่นที่ถืออยู่ตอนนี้ก็ถือเกือบเดือนแล้วครับ ตั้งแต่เห็นสัญญานก็เก็บมาเรื่อย เห็นสัญญานให้ขายทิ้งก็ค่อยขายทิ้ง

--------------------------------------------------------------------

Jade Sada
ขอบคุณครับ ผมพอ จะเข้าใจ มากขึ้นแล้ว แต่ การนับ elliot นี่ หลายคนนับ ก็นับไม่เหมือนกัน หรอครับ ผมเคยศึกษา แต่ พอเจอคำนี้ เข้าไป ก็ เลิกเลย 555 จะไม่ใช้ ได้มั้ยครับ อันนี้

-----------------------------------------------------------------------

Thai Trader
อย่าไปกลัวจะนับผิด เพราะนับไปมันผิดอยู่แล้ว ในการนับเวฟ ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ อย่างเซทตอนนี้เป็นต้น มันจะมีเงื่อนไขแยกได้สอง ทาง (เพิ่มเติม หรืออาจจะมากกว่านั้น) มันก็หมายความว่าจะมีทางหนึ่งผิดจริงไหม อีกทางหนึ่งถูก คือทางที่เราจะวางแผนไปกับมัน

ใครที่ทำบอกว่านับเวฟแม่นนับถูกตลอดนี่โม้แล้ว การนับเวฟ มันให้โครงสร้าง ถ้าคนเป็นโปรแกรมเมอร์ มาก่อน จะคิดว่ามันเหมือนเป็น flow ของระบบหนะ ระหว่าง flow มันจะมีเงื่อนไขให้ตัดสินใจ อะไรเกิดขึ้นจริงก็ไปตามนั้น

ถ้าไม่เริ่มตีเวฟผิดๆ วันนี้ ก็ไม่มีทางตีถูกแล้วละ ครับ ลองดูๆ 





วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

‪#‎BJC‬ ถ้าในระยะสั้น มีสัญญานเด้ง จากกราฟส่วนทางขวา ที่เป็นกราฟ day จะเห็นสัญญานการขายที่อ่อนลงเรื่อยๆ สองวันที่ผ่านมา หุ้นขึ้นโวลุ่มพุ่ง เป็นสัญญานที่ดี 
   


ในระยะยาวการเด้งรอบนี้มีสมมุติฐานที่จะเป็นเวฟ 4 คำคออยู่ เพราะงั้น จุดที่จะวัดว่าเป็นเวฟ 4 ไหมคือ ถ้าหุ้นขึ้นไปจนถึงแถวๆ 62 ถ้าไม่ผ่าน จะลงเพื่อทำเวฟ 5 แถวๆโลวเดิมหรือต่ำกว่า ทีนี้น่าจะเห็น bullish divergenceในกกราฟ week ได้ แต่ถ้าไปที่ 62 แล้วผ่านได้ ก็มีสิทธิ์สูงที่ตรงนี้ถือเป็นการขึ้นจริง

กรณีที่ไม่ผ่านแล้วลงมาทำเวฟ 5 ราคาช่วงกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวนั้นถือเป็นจุดลุ้นกลับตัวที่ดีครับ


หุ้นฮอท ITD จะขึ้นหรือยัง ขึ้นจริงขึ้นหรอกมาดูกัน

‪#‎ITD‬ ที่3.84 หรือ 61.8% ของเวฟ 1 มีไดเวอร์เจน ระยะสั้น แต่ a c เป็นคอนเวิร์เจนซ์นะต้องระวังตรงนี้
   


หลังจากยืน 4.85 ได้ ข่าวก็ออก และต้านตอนนี้อยู่ 6 บาท ถ้าเบรกตรงนี้และยืนได้ ถือว่าเป็นการลงแบบabc แต่ถ้าถ้าไปที่ต้าน 6 บาทนี้แล้วถูกตบลง ถือว่าไปเวฟ 5



มาดูหุ้น TRUE ว่าน่าสนใจไหมกันดีกว่าครับ

‪#‎True‬ ราคาแถวๆ 9.15-9.35 เป็นจุดสำคัญ ถ้ยืนได้เป้าต่อไปคือ 10.25 และ ไฮเดิมตามลำดับ แต่ถ้าย่อ แนวรับจะเป็น 8.4-8.6




   

วิเคราะห์หุ้น TTW

‪#‎TTW‬ เป้าคือยทน 10.6 ได้แล้วไปต้านต่อไปคือแถวๆเทรนด์ไลน์สีฟ้าหรือ 11 บาท ถ้าเบรกตรงนั้นไปไฮเดิม แต่กำลังของมันไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ครับ




   

มาดูหุ้น HMPRO‬ กันบ้างว่าเทคนิคคอลถึงไหนแล้วควรซื้อหรือขายหรือยัง

‪#‎HMPRO‬ 12.6 เป็นแนวต้านสำคัญ ถ้าเบรกได้ จะดูเหมือนเป็นการกลับตัวจริงมากกว่าเด้งในฐานะเวฟ 4 ถ้าเบรกได้เป้าต่อไปคือ 14 บาท
   
แต่ถ้าไม่ผ่านตรงนี้ รับต่อมาคือ 11.25 ถ้าหลุดอีก อาจจะเห็นนิวโลวที่ bullish divergence ชัดๆขึ้นไปอีก ตอนนี้รอดูโวลุ่มขึ้นยืนเหนือแนวต้าน 12.6 ได้ พร้อมโวลุ่มอาจจะพรวดเพราะไร้ข้อคาใจ



วิเคราะห์หุ้น Tipco มีดีอะไรถึงขึ้นเอาๆจะหยุดหรือยังมาดูกัน

#‎Tipco‬ 11.3 เป็นแนวรับ แนวต้าน 13.1 ตอนนี้ลุ้ให้ยืน 11.3 เพราะยอดล่าสุด พลังมันไม่ค่อยเยอะ ถ้าดูกราฟใน time frame น้อยกว่านี้ มันมี divergence สั้น ครับ
   

วิเคราะห์หุ้น DEMCO มาดูกันว่าน่าเข้าหรือยังครับ

‪#‎Demco‬ ต้านคือ 10.4 แนวรับคือ 8.7 ถ้าย่อลงมาที่แนวรับไม่หลุดอาจจะถือว่าเป็นการเริ่มเวฟ 1 ของขาขึ้น ถ้าเบรกแนวต้านได้ต้านต่อไปคือแถวๆ 12.45 หรือเทรนด์ไลน์เส้นบน จุดสังเกตของตัวนี้ที่ เวฟ 3 กับ เวฟ 5 จะเห็น bullish divergence ชัดเจน มันหมายถึงว่า ช่วงราคา 10.4 ถึง 7 บาทกว่า มันลงช้าลง แถมช่วงนั้้นก็โวลุ่มลดลง เพราะคนเริ่มไม่อยากขายเท่า
   
ไหร่

แต่เหนือสิ่งอื่นใด หุ้นแทบทุกตัวในตอนนี้ มีจุดวัดที่จะลงอีกรอบทั้งนั้น (ลงเป็นเวฟ c ยาวๆ) รวมทั้ง set ด้วย เข้าตอนนี้น่าจะติดตามกราฟบ่อยๆทุกตัวครับ



วิเคราะห์กราฟ set วิเคราะหุ้นประจำวันที่ 24-7-2013

‪#‎กราฟset‬ พอราคามาเหนือ 1500 เย้วๆว่าขาขึ้นแล้ว นี่ต้องระวังหน่อย 

ตอนนี้สมมุติฐานที่สมเหตุสมผลที่สุดและอยู่ใกล้ข้อพิสูจน์ที่สุดตอนนี้คือ มันเป็นการเด้ง เพื่อทำเวฟ c โดยมีเวฟ ย่อยเป็น iii ของเวฟ 3 ของเวฟ b 

และโซนที่จะพิสูจน์สมมุติฐานนี้ โซนแรกก็ช่วงกรอบสีเหลือง ในกราฟนี้แหละ แถวๆนี้เหมาะนักถ้าจะลงเวฟ c 

แต่ถ้าผ่านไปได้ก็จะเป็นที่ไฮเดิมเป็นต้านสำคัญต่อไป เบรกไฮเดิมถือว่ามั่นใจพอจะพูดได้ว่าขาขึ้น

Thai Trader นิสัยไม่ดีชอบเบรก ตั้งแต่ขาขึ้นรอบก่อนละ แต่เบรกๆเตือนๆกันไว้นั้นแหละถือว่าเป็นเพื่อนแท้




‪#‎กราฟset‬ ทางขวาเป็นกราฟสั้น ในส่วนของเวฟที่ 3 ขึ้นไป 61.8% ของเวฟย่อยของมันแล้วลงพอดี แนวรับแรกคือ 1494

ทางซ้ายเป็นกราฟเดย์ ชนต้านที่ 32.8% ของเวฟ 1 ใหญ่พอดี แนวรับของกราฟเดย์คือยอดเวฟ 1 1475
ลุ้นกันต่อปายย