แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาทอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

เช็คราคาทองคำและแนวโน้มของราคาช่วงนี้กันครับ

กราฟทองคำ ภาพรวมยังเหมือนเดิม ลุ้นให้ไม่หลุด 1270 สมมุติฐานว่า ที่ขึ้นมาจาก 11xx ถึง 14xx เป็นเวฟ แรกของขาขึ้น จะดูสวย แต่ถ้าหลุด 1270 ก็เดินทางไปใกล้โลว์เดิมเป็นอย่างน้อย
   

ในระยะสั้นนี้ แนวต้านสำคัญๆคือ ตรงจุดวงกลม เหลือง กับ แดง เส้นเทรนด์ไลน์ สีฟ้าข้างบนนั้นกดมาใกล้ครบปีละครับ เบรกตรงนี้ได้ถึงจะสำคัญ ถ้าไม่งั้นก็เล่นสวิงกันไป

ทองเป็นอีกตัว เด้งได้จากคืนหมาหอน เดี๋ยวไปดูอีกอันที่ เป็นตัวที่ได้รับผลลบจาก คืนหมาหอนนี้บ้าง เงินดอล


#กราฟทอง แบบสั้นๆ ตีบ่อยมากแล้ว มาดูที่ยาวขึ้นอีกนิดกราฟวัน สมมุติฐาน รอบก่อนของเราคือเด้งไป {4} เพื่อลงมา {5}

ในตอนที่ลงแบบนี้ ขอเพิ่มสมุติฐานอีกตัวคือ จังหวะไป {4} นั้นอาจจะเป็นเวฟที่ 1 ของขาขึ้น ซึ่งสมมุติฐานนี้ จะสวยคือ ลงมาแล้วไม่หลุด 1280 แถวๆที่วงกลมสีเหลือง ไว้นั้นแหละครับ

ถ้าหลุด ก็น่าเชื่อว่าจะลงไปใกล้ low ที่ {3} หรือ ไม่ก็ new low ซึ่งเป็น {5} ไปในตัว

เมื่อดู macd มันเหมาะมากที่จะลง {5} จะได้เห็นกันชัดๆอีกทีว่า คนไม่อยากขายมากกว่าโลว์ที่แล้วแค่ไหน (divergence ให้เห็นอีกที จะเป็นการ ชี้ให้เห็นว่า โอกาสลงต่ำกว่านั้นน้อยลงเรื่อยๆ คนถือยาวเก็บก็จะสบายใจกว่าครับ)

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์กราฟ ราคาทองคำ กราฟทองคำประจำวันที่ 22 -7-2013

‪กราฟทองคำ‬ เข้ามาใกล้ จุดที่เป็น เวฟ{1} ที่เราตั้งเป้าหมายให้เป็นเวฟ {4} แล้ว สิ่งที่ต้องระวังต่อจากนี้ คือถ้าย่อแล้วเด้งเริ่มทำ divergence หรือกำลังตกเมื่อไหร่ ก็เตรียมเซฟ ตัวเพราะอาจจะเป็นการลงเพื่อทำเวฟ {5} ซึ่งถือเป็นการจบ {v} ไปด้วย เวฟ 4 ปกติไม่ทับซ้อนกับเวฟ 1 แต่มีข้อยกเว้นให้ทับได้ ในตลาดพวกฟิวเจอร์ หรือสินค้าที่มีการเก็งกำไร สูง เช่นทอง เพราะฉะนั้น
   




จาก {4} ถึง ตำแหน่งที่ {2} วางอยู่ ตรงนี้ ต้องจับตาให้ดี กำลังตกเมื่อไหร่ น่าจะได้เห็น {5}ซึ่งจบ {v} ด้วย

ทีนี้มาดู ‪กราฟทองคำ‬ ภาพรวมของขาลง จะเห็น วงกลมสีเหลือง 3 วง 


- วงแรกเป็น เวฟ i(a) ซึ่งหมาความว่า อาจจะเป็น ขาลงเวฟ แรกของมัน หรือ จะเป็นเวฟ a ในขาลงแบ abc
- วงที่สอง เวฟ ii(b) ซึ่งหมายความว่า อาจจะเป็นขาลงเวฟที่ 2 ของมัน หรืออาจจะเป็นเวฟ (b) ในขาลงแบบ abc
- วงที่สาม ที่มุมล่างๆ มันคือเป้า ที่จะเป็น {v} ซึ่งเป็นจุดจบของ iii(c) นั้นหมายถึงแถวๆนั้นเมื่อราคาลงไปถึงแล้วเด้ง อาจจะเป็นขาลงเวฟที่ 3 ของมัน หรือเป็นการจบขาลงรอบนี้ที่เวฟ c นั้นเอง

ถ้ามีการเด้งที่ วงกลมวงสุดท้ายหรือที่เราตั้งสมมุติฐานว่าเป็นเวฟ iii(c) จุดวัดว่าเป็น แค่เวฟที่3 หรือ iii ของขาลงใหญ่(นั้นหมายความว่าจะมีการเด้งแล้วลงใหญ่เป็นเวฟที่ 5 หรือ v ใหญ่อีกนะ) หรือว่า เป็นการจบขาลงใหญ่แค่เวฟ c ก็ดูเมื่อมัน เด้งมาที่ เวฟ i(a)ถ้าผ่านฉลุยก็มีสิทธิ์จบขาลง แต่ต้องไปวัดด่านสุดท้าย ที่ไฮเดิมแถวๆ 1912 นั้นอีกที ถึงจะกลับเป็นขาขึ้นจริง

จะเห็นว่าเส้นทางยังอีกยาวไกลถึงจะถือว่าเป็นขาขึ้นเต็มที่

ตอนนี้ที่จะดูดีที่สุด คือลุ้นให้จบแค่เวฟ c อย่ามีขาลงอีกดอก เป็นเวฟที่ 5 แล้วกันครับ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งผมว่าช่วงขาลงที่ผ่านมานี้มันเป็นเคสที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา เหมาะแก่การศึกษา Elliott wave เป็นอย่างยิ่ง ไปดูกราฟเก่าๆ ในแทก ข้างบน หรือเข้าไปค้นหากราฟเก่าใน อัลบัม ได้เลยครับ

มันจะมีเวฟย่อยซ้อนๆใหนเวฟใหญ่ พยายามแยกออกเป็นส่วนๆ จะเข้าใจไม่ยากแน่นอนครับ

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ราคาทองคำ ใกล้ขึนหรือยังลองมาดูกัน

‎#กราฟทองคำ ที่เลข 5 ที่เป็นจุดจบเวฟ i ซึ่งถือว่าเป็นเวฟ แรก ในการเดินทางไปสู่ {4} (อันนี้อ่านรายละเอียดที่กราฟเก่าโดยคลิกที่ลิ้งค์ กราฟทองคำนั้นก็ได้นะครับ) ตรงนี้ถ้าเบรกได้ถือว่าเดินทางเข้าสู่ iii หรือเวฟที่ 3 ของการเด้งครั้งนี้เต็มตัว 

ตรง แนวต้านที่เลข 5(แถวๆ 1260-1270) ในระยะสั้นเป็นต้านที่สำคัญ ส่วน 1(iii) นั้นจะมีขนาด 161.% พอดีกันด้วย

มาช่วยลุ้นให้ผ่านตรงนี้ให้ได้กันครับ




   

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กราฟทองอัพเดต ราคาใกล้จุดน่าจับตา

#กราฟทองคำ 

กลับมาดูทองกันบ้างวันนี้เบรกลงมาแตะเส้น 61.8% ซึ่งเป็นจุดคาดหมายเวฟ {v} มีสิทธิเป็นเวฟย่อยขาลงตัวสุดท้ายของ c ตรงนี้ให้จับตาดีๆ ถ้าเบรกลงต่อก็ปล่อยมันไป ถ้าเด้งเมื่อไหร่รีบจับสัญญาน ว่าจะมีสัญญาน divergence ไหม 

   
อันนี้เป็นความเดิมของตอนที่แล้ว เข้าไปอ่านดูเพื่อทั้งการศึกษาหรือ เป็นแนวทางประกอบ 
ตีกราฟทอง หาจุดกลับตัวทำกำไรทางเทคนิคแบบเข้าใจง่ายพร้อมอธิบายให้ศึกษาไปด้วย


วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ตีกราฟทอง หาจุดกลับตัวทำกำไรทางเทคนิคแบบเข้าใจง่ายพร้อมอธิบายให้ศึกษาไปด้วย

ราคาทองคำในส่วนของการวิเคราะห์กราฟทองไม่ได้ตีนานแต่ไม่ได้ทิ้งหรือไม่จับตา ที่ไม่ค่อยได้เอามาโพสเพราะว่าเล็งสัญญานกลับตัวเหมือนกัน สัญญานกลับตัวที่เห็นระยะยาวที่สุดก็ที่กราฟชั่วโมงลงไป นั้นหมายถึงมันเป็น มันกลับขึ้นก็เป็นกลับสั้น

   
ภาพใหญ่กว่านั้นรอมันทำ new low มาตั้งแต่ปลายเดือนเมษา จะได้รู้เรื่องเสียเทียว่ามีสัญญานกลับหรือยังก็ยังไม่ยอมลงต่ำกว่านั้น

ถ้าจะถือว่าเด้งให้ได้กินสั้นนี้(สั้นในแบบคนเล่นทองแท่งนะ)มันควรจะมีราคากลับเข้าไปในกรอบเทรนด์ไลน์สีส้มนั้นก่อน

ในเมื่อมันไม่ลงต่ำกว่าที่ว่าและไม่ขึ้นไปสูงกว่าที่หวัง มันก็คือไซด์เวย์นั้นเอง ดั้งนั้นถ้าไม่ได้เล่นระหว่างวันสั้นๆเข้าไปซื้อตอนนี้ต้องบอกว่าทิศทางคลุมเครือ อยู่นะ

เมื่อมาดูในส่วนเวฟ elliott wave จะเห็นสองเวฟใหญ่แรกก่อนหน้านั้น มี i(a) ซึ่งถือว่าเป็นเวฟ i ของจาลงใหญ่ กรณีลงแบบคลื่นส่ง(impulse wave) ส่วน (a) ในวงเล็บก็คือสมมุติฐานว่าถ้าลงเป็นแบบ abc correction wave ทั่วไปหลังจากจบเวฟ i(a) นี้ ก็เด้งเกิดเวฟ ii(b) ไปที่ 61.8% ของเวฟ i(a) ตามตำราที่พูดกันบ่อยๆนะครับ

ในส่วนของขาลงรอบนี้เป็นการทำเวฟ iii(c) นั้นหมายถึงว่าอาจจะจบรอบลงรอบใหญ่นี้ถ้าเกิดเหตุการณ์เวฟ c เป็นจริง แต่ถ้าเวฟ iii เป็นจริงต้องบอกว่าการที่ดอยอยู่ตอนนี้จะกลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลย เด็กๆยังไงเดี๋ยวมาว่ากันอีกที

ตอนนี้มาพูดถึงรายละเอียดย่อยของเวฟ iii(c) กันก่อน ในส่วนนี้ กินเวลามาร่วมๆ 10 เดือนแล้ว  เวฟย่อยของมันที่เป็นไปได้มากที่สุดตอนนี้คือ {iii} เพิ่งจบ นั้นหมายความว่าสิ่งที่มีโอกาสเกิดต่อไปนี้คือ

ไปทำเวฟ {iv} ก่อนที่จะมีการลงทำเวฟ {v} ด้วยเหตุนี้แหละในระยะกลางขึ้นไปเราจึงยังไม่เห็นสัญญาน bullish divergence สักที

ดังนั้น ถ้าใครคิดเหมือนกันคือรอสัญญานชัดๆก่อนเข้า ก็ควรจะจับตา ถ้าเกิดราคาลงทำ new low รอบต่อไปนี้ แล้วเกิดสัญญาน bullish divergence สวนเท่าไหร่ ตอนนั้นถึงจะสบายใจที่จะพูดว่าได้ลุ้นขึ้นกลางๆสักช่วง

ค้างมาจากที่จุดที่เราสันนิษฐานว่าจะเป็นเวฟ iii(c) ที่บอกว่าขอ ให้มันเป็น c นั้นก็เพราะว่า ที่ราคาทอง แถวๆ1280 ซึ่งเป็น ขนาด -61.8% ของเวฟ i(a) นั้นเป็นจุดที่ได้ลุ้นจบเวฟ c ที่ดีที่สุด

คงไม่มีอะไรดีปลอดโปร่งไปกว่าที่ราคาลงถึงตรงนั้นแล้วเกิดสัญญานกลับตัว

ในทางกลับกันถ้าลงถึงตรงนั้นแล้วยังหลุด หรือเด้งในแบบ covergence(ลงต่อ) ตรงนั้นก็นรกเหมือนกัน นรกอยู่ลึกแค่ไหนลองไปเปิดดูเส้น ema200 ของกราฟ เดือนดู

วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ความสำพันธุ์ระหว่างหุ้น เงิน ทอง ฝรั่งเข้าแล้วทำไมถึงออก ออกแล้วฝรั่งจะไปไหนมาดูกัน

เปลี่ยนรสชาติมาดูกราฟเงินบาทเทียบกับ usd กันบ้าง จุดแรกที่จะสังเกตุคือที่กราฟช่วงเดือน 12 ปี 2008 เป็นช่วง แฮมเบอร์เกอร์นั้นเอง 

ตอนนั้นราคาทองอยู่ที่ 680-700 หุ้นไทยอยู่ที่ 400 จุด ค่าเงินบาทอยู่แถวๆ 36 บาท สมมุติฝรั่งคนนึงชื่อ ตาริชาร์ด แล้วแกมีเงินสดอยู่ 10 ล้าน $ แล้วที่บ้านดันมีวิกฤติเศรษฐกิจ จะเอาไปลงทุนอะไรก็น่ากลัว 

เลยมานั่งคิดดูเอาไปเล่นทองดีไหม เออดีว่ะทองมีช่องไปเอาไปลงตรงนี้สักครึ่งนึงละกัน 5ล้านเอาไปซื้อทอง ได้มาที่ราคาสูงสุดของวัน 700$

เหลืออีก 5 ล้านต้องคิดหาที่ลงต่อ ไม่มีใครอยากปล่อยเงินไว้กับธุรกิจที่กำลังไม่ดี ในตอนนี้ (แล้วยิ่งแย่กว่านั้นถ้าเอาเงินเก็บไว้เฉยๆ)

ว่าแล้วตาริชาร์ด เลยคิดเอาง่ายๆว่าประเทศทางเอเชีย หรือชี้เข้าไปอีกพวก อาเซียน มีข้อดีหลายอย่าง น่าเข้าไปลงทุน

หันไปดู pe ก็พอได้นะ หุ้นตอนนี้แค่ 400 จุด แถมบังเอิญชอบพัทยา มาดูโชว์บ่อยๆ เอาเงินดอลเราเข้าไปลงซะเลยดีกว่า ว่าแล้วก็เอา 5ล้านที่มีไปแลกเงินบาท ได้ประมาน 180 ล้านบาท

เอามากระจายซื้อหุ้นเฉลี่ยใน set 50 ละกัน ช่วงที่ซื้อได้คือแถวๆ260-350 จุดของเซท 50 ในช่วง สิ้นปี 2008

ซื้อทอง กับหุ้นอย่างละครึ่งเสร็จแล้ว ตาริชาร์ดก็ ไปนอนอาบแดดตั้งแต่ ภูเก็ต ยันเชียงราย มาวันนี้ 4 ปีผ่านไปไวเหมือน ละครหลังข่าว ริชาร์ดเริ่มเบื่อเที่ยว แล้วเลยเปิดคอมดูพอร์ทที่ตัวเองลงทุนไว้ดีกว่า

เริ่มเช็คทองซื้อไว้ที่ราคา

   
แถวๆ 700 $ ราคาตอนนี้ 1400 ประมานนั้น ตาริชาร์ด เขกหัวตัวเองหนึ่งที่ เพราะมัวแต่เที่ยว น่าจะขายตั้งแต่ที่ ปลายปี 2012 ตอนนั้นลงมาจาก1900 ไปแตะ 1500 กว่าแล้วเด้งขึ้นมาไม่ผ่าน 61.8% หรือแถวๆ 1700 กว่าไปได้ ตรงนั้นเป็นสัญญานขาลง ถ้าไม่มัวแต่เที่ยว ไม่ได้ดู เสียโอกาสไปเลยชิบ

แต่ตาริชาร์ดคิดไปคิดมา เออไม่เป็นไรหรอก ยังไงเราก็ได้เที่ยวตั้งสามสี่ปี ขายตอนนี้ก็ได้ว่ะ 1400 ซัดกำไรไปเท่าหนึ่ง ได้เงินมา 10 ล้าน $ เท่าทุนที่มีแล้ว ที่เหลือในตลาดหุ้น SET กำไรล้วนๆเฟ้ย

ทีนี้ลองหันมาดูหุ้นที่ซื้อ set50 ไว้แถวๆ 300 จุด ก่อนออกไปเที่ยว เวลาผ่านไป 3 ปีกว่า ไม่รู้ไอ้บ้าที่ไหนมาลากไปตอนนี้ก็อยู๋ที่ 1044 จุด โอ้ยกำไรเกิน 3 เด้ง(แบบเฉลี่ย) เงิน 180 ล้านที่แลกมาตอนนี้ โตขึ้นไป เป็น 640 ล้าน

ตาริชาร์ดมานั่งคิดดูว่า จะกลับบ้านตอนนี้ หรือจะอยู่ต่อดี

ถ้าขายหุ้นแล้ว ตรูคงไม่เอาเงินบาท ไปซื้อ เบอร์เกอร์ที่อเมริกา กินแน่ๆ ต้องแลกเป็น $ กลับบ้านดิ เลยเปิดดูกราฟ บาท/$ หน่อยแล้วกัน สายตาเจ้าเล่ห์บ่งบอกว่า อาจได้อีกเด้งจากที่นั้น

โอ้ไอ้บ้าที่ลากเซทขึ้นมามันทำให้เงินบาทแข็งขึ้นด้วยเว้ย สงสัยเป็นเพื่อนฉันที่โน้นมาเที่ยวพัทยาด้วยเหมือนกันแน่เลย

ดูกราฟค่าเงินแล้วตอนนี้มันอยู่ในช่วงเวฟสุดท้ายของขาลงของ $ macd ไดเวอร์เจนซ์มาเรื่อยๆตั้งแต่เวฟ 3 แถมช่วงนี้ยังมีข่าวมาอีกหึ้มๆ ว่า รมต กับ ผู้ว่า หึ้มๆใส่กันเรื่องควบคุมค่าเงินไม่ให้แข็งเกินไป ถ้าโดนแทรกแซงเมื่อไหร่ เพื่อนๆจากที่บ้านคนอื่นๆจะ panic ขนเงินหนีกลับไหมนะ สมมุติว่าขนเงินหนีกลับ ก็ต้องขายหุ้น หุ้นก็ตก แลกเงินกลับบ้านพร้อมๆกัน ก็เท่ากับว่าช่วงนั้นจะมีคนต้องการเงิน $ เงิน $ ก็จะกลายเป็นแข็งค่าได้

เมื่อนั่งคิด 20 นาที พร้อมกับเบีย 2 ป๋อง แล้ว เห็นว่า ทางเทคนิคบอกว่าใกล้กลับตัว รัฐก็เริ่มจับตา แถมตาริชาร์ด ก็คิดถึงลูกถึงเมียไม่ได้เจอหน้ากันมาจะสี่ปีแล้ว

ว่าแล้วก็ตัดสินใจกลับบ้านดีกว่า ขายหุ้นของตัวเองเสร็จ ได้เงินมา 640 ล้าน เอาเงินที่ได้ไปแลกเป็น $ ได้มา 22 ล้าน $

ตั้งแต่หายหน้าหายตาจากลูกเมียมาตั้งแต่วิกฤติ แฮมเบอร์เกอร์ ตาริชาร์ด หอบเงินมาด้วย 10 ล้าน $ เที่ยวทั่วไทยสบายใจเฉิบอยู

่ 4 ปี หอบเงินกลับบ้านไปทั้งหมด 32 ล้าน $ ทีแรกเมียจะฟ้องหย่า แต่พอเห็นตัวเลข เลยหายโกรธ

กลับถึงบ้านที่นิวยอร์กเรียบร้อย ตาริชาร์ด ก็นึกขึ้นได้อีกรอบว่า ชิบหายละไม่อยากถือเงินสด จะต้องหาที่เอาเงินไปลงทุนเหมือนเดิม

แล้วที่ไหนดีน้าที่จะไปเที่ยวอีกรอบ ว่าแล้วตาริชาร์ดก็คิดได้ว่า ขออยู่กับลูกกับเมียสักปี รอดูสถานการณ์ แล้วหาที่พักร้อนรอบต่อไป ไปในตัว หลังจากนั้นพี่แก ก็ย้อนกลับขึ้นไปทำเหมือนเดิม ตั้งแต่ ย่อหน้าที่ 2 เป็นต้นไป

หมายเหตุ ในนักลงทุนจริงคงไม่มีขายทิ้งเพราะคิดถึงเมียจริงๆ แต่มีอะไรที่เหมือนเมียของพวกเขา ก็คือข้อมูล ต่างๆ ที่ชี้ทิศทางได้เหมือนเมีย เปี๊ยบ

ถ้าทางนี้คุ้มกว่าทางนั้นปุ๊บ ก็กลับบ้านหาเมียได้ทันที

ตัวเลข ที่ใช้เขียนในนี้ อาจจะไม่ใช่ว่าทุกคนทำได้แบบนั้นหมด จำนวนกำไรที่ได้ จะไม่เหมือนกันแต่ เงิน 10 ล้าน เพิ่มเป็น 32 ล้านได้ในเทรนด์สินค้า ตั้งแต่ช่วงแฮมเบอร์เกอร์ มาจนถึงวันนี้

สุดท้าย ถ้าคุณเป็นตาริชาร์ด คุณจะกลับ หรือว่าจะอยู่ต่อละ