แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ gap แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ gap แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์หุ้น JAS มาดูและศึกษาการเปิดGAP ปิด GAP กันต่อ


JAS จากที่แนะนำมานะครับ มาดูไปพร้อมกับเป็นตัวอย่างอธิบายโพสที่ว่าเรื่อง เปิดGAP-ปิดGAP ข้างล่างนี้นะครับ

jas ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามันคือไซด์เวย์ แต่อย่างที่เคยบอก ในไซด์เวย์ มันก็จะมี อับเทรนด์ กับ ดาวน์เทรนด์ ให้เราได้เล่นนะครับ เรามาดู อับเทรนด์ล่าสุดกันนะ

   
ช่วงที่ผมลากเส้นเวฟ นั้นจะเป็นช่วงเวฟ 3 ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเพิ่งจบเวฟ 3 เท่านั้น หรือจบรวมทั้งเวฟ 5 ไปแล้ว ตรงนี้เราจะมีเงื่อนไขในการตัดสินใจอีกทีครับ

มาดูแก็บกันก่อน ตรงลูกศรขาว 2 อันนั้น แสดงให้เห็นว่าเป็นแก็บแบบที่ 1 ที่ผมพูดถึงในโพสเรื่องแก็บข้างล่างนี้ คือมันเป็นแก็บที่เกิดในช่วง divergence สังเกตุที่ macdo ประกอบครับ จะเห็นว่า maco สวนทางกับการทำ new low new hi พอมันกระโดดเปิดแก็บแล้ว ไม่มีการไล่ราคา กระโดดแล้วนิ่ง เพราะคนเริ่มไม่คิดว่าจะให้ซื้อที่สูงกว่านี้ หรือขายที่ราคาต่ำกว่านี้ สุดท้ายมันจะโดนปิดแก็บไปในเวลาที่เร็วเลยครับ

ทีนี้ดูที่ลูกศรสีเขียว เป็นแก็บที่เปิดหลังจากมันเบรกเวฟ 1 หลัก ได้ แน่นอนยอดเวฟ 1 มันเป็นแนวต้านสำคัญก่อนไป 3 ทันที่ที่เบรกต้านนี้ได้ ความมั่นใจสูงจะเกิด เปิดแก็บกระโดดทันที พร้อมกับการไล่ราคา เมื่อมีการไล่ราคาก็สังเกตุ ที่ macdo ครับ มันจะแสดงให้เห็นถึงความ convergence มันก็ไม่ได้ลงมาปิดแก็บในเวลาที่เร็วเหมือน แก็บแบบแรกใช่ไหมครับ สุดท้าย เมื่อหมดรอบ ถึงราคามันจะลงมาต่ำกว่าแก็บตรงนี้ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรงอีกแล้ว มันจึงไม่ใช่แก็บที่จะถูกปิด

น่าจะเห็นข้อแตกต่างกันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ทีนี้กลับไปพูดถึงเงื่อนไขที่ว่า ถ้าไม่เวฟ 3 ก็ 5 จุดสังเกตุเงื่อนไขนี้คือ ถ้าลงมาแล้วไม่ต่ำกว่าเวฟ 1 ก็มีสิทธิ์เด้งขึ้นไปเป็นเวฟ 5 จะดูยังไงว่าเป็นเวฟ 5 ก็ดู MOMENTUM ประกอบ (MACD RSI อะไรพวกนั้น) ถ้าเด้งขึ้นไปแบบ MOMENTUM ไม่ไปด้วยก็ขึ้นไปเพื่อจบเวฟ 5

ไอ้ตรงเวฟ4 ลงมาไม่เกินเวฟ 1 นี่มีความหมาย มีส่วนที่แปลเป็นคำพูดให้เข้าใจได้ง่ายๆแต่ขอติดไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยมาพูดอีกที

แนวรับตอนนี้ แถวๆ 8.2 และ 7.9-8 บาท ตามลำดับ แนวต้าน 8.6
ให้สังเกตุ MACDO ของช่วงล่าสุดนะครับอาจจะเกิด DIVERGENCE กลับเด้งขึ้นสั้นๆได้

GAP คืออะไร ทำไมเปิด GAP แล้วต้องปิด ที่นี้มีคำตอบแบบเข้าใจง่ายๆ

คั่นเวลาตีกราฟนิดหน่อย ว่าจะโพสเรื่องนี้มานานมาก เรื่องเปิดแก็บ ปิดแก็บ เคยสงสัยเหมือนผมไหม เวลาคนอื่นพูดว่า มันขึ้นเปิดแก็บ เดี๋ยวมันก็ลงปิดแก็บ GAP

ผมได้ยินได้อ่านเรื่องเปิดแก็บปิดแก็บนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เริ่มศึกษาเทคนิคคอลแล้ว แล้วก็งงกับมัน แม่งมันมยังไงว่ะ ทำไมขึ้นกระโดดแล้วต้องลงมาปิดส่วนที่กระโดดนั้นด้วย หาเหตุผลไม่เจอ แถมบางแก็บก็ถูกปิด บางแก็บก็ไม่ ผมเลยไม่เอามาเป็นปัจจัยในการดูกราฟเลย เพราะผมไม่เข้าใจ

   
แต่หลังจากได้ศึกษาและได้เห็นรูปแบบกราฟมาสักพักใหญ่ก็พอจะจับจุดสังเกตุมันได้แบบนี้ครับ

- การเปิดแก็บที่จะถูกปิดแก็บ มันมักจะเป็นแก็บที่ไม่ถูกไล่ราคา แก็บที่ไม่ถูกไล่ราคา จะอยู่ในช่วงที่เกิด divergence ไม่ว่าขาขึ้นหรือขาลง แล้วไอ้ช่วงที่เกิดdivergence ก็จะเป็นช่วงของการจะไปเวฟ 5 เวฟ สุดท้าย ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คนสงสัยว่าจะขึ้นหรือลงต่อไป เมื่อโดนปัจจัยภายนอกเช่นข่าวมากระตุ้น ราคามันจะกระโดดเปิดแก็บออกจากแนวรับแนวต้าน แต่ว่าราคาจะไม่โดนไล่ไปเรื่อย เพราะคนไม่ได้มั่นใจอย่างที่บอก กระโดดไปแล้วนิ่ง อาการแบบนี้แหละเดี๋ยวมันจะปิดแก็บ เพราะคนไม่แน่ใจว่าจะขึ้นหรือลงจริง

ยกตัวอย่างกรณีเปิดแก็บขึ้น เมื่อมันกระโดดออกจากแนวต้านแบบแรงๆ มักจะลงมา test ที่จุดเดิมเป็นอย่างน้อยอีก จุดที่ว่าก็คือ แนวต้านเดิม ที่มันกลายเป็นแนวรับ หลังจากถูกเบรกออกไป เพราะอยู่ในช่วงไม่แน่ใจว่าจะขึ้นต่ออีกไหมนั้นเองจึงต้องมา test ว่าตรงนี้เอาอยู่ไม่ลงไปต่ำกว่านี้ ความมั่นใจที่จะถือถึงจะมีเป็นต้น

- การเปิดแก็บที่มักจะไม่ถูกปิดแก็บ มันมักจะเกิดในช่วงที่มั่นใจว่าจะไม่ลง + กับมั่นใจว่าจะขึ้นแล้ว แก็บแบบนี้จะถูกไล่ราคา พวก macdหรือ indicator ชี้ momentum จะยกสูงแสดงให้เห็นว่าเป็น convergence การกระโดดแบบมั่นใจในทิศทางนี้มักไม่โดนลงมาปิดแก็บ เพราะมันเกิดจากความอยากได้จริง ไม่ใช่กล้าๆกลัวๆ หลังจากนั้นถ้าย่อลงมาถึงหรือเลยจุดที่เปิดแก็บ ก็ไม่เกี่ยวแล้วว่ามันลงมาเพื่อผิดแก็บ มันลงมาเพราะ take profit หรืออะไรทำนองนั้น

สรุป ประเด็นที่ต้องดูว่าแก็บไหนจะถูกปิดให้ดูที่การไล่ราคา ซึ่งจะเป็นการแสดงถึงความมั่นใจของคนในตลาด แก็บที่เปิดในช่วงที่ตลาดกล้าๆกลัวๆมักโดนปิดไม่ว่าขาขึ้นขาลง(แก็บตรงนี้มักเกิดที่แนวต้านแนวรับ ที่จะชี้วัดว่านี้จะเป็นเวฟ ไหน) แก็บที่มักไม่ถูกปิด จะเป็นแก็บในช่วงที่ตลาดมั่นใจนั้นเอง

แก็บทั้งสองประเภทนี้ผมคุ้นๆว่ามันมีชื่อเรียก แต่อย่างที่บอกตอนที่ผมอ่านชื่อมันผมไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยมีใครอธิบายว่าทำไมมันเป็นแบบนั้น นอกจากบอกชื่อเรียกเท่ห์ ๆ อะไรที่เทห์ ๆแต่กินไม่ได้แบบนี้ผมไม่จำครับ 555

แล้วต่อไปจะพูดถึง คอนเซปป์ หรือปรัชญา ของ elliott wave ในแบบที่จะเป็นคำเข้าใจง่ายๆ(อันที่จริงผมก็พูดมาตลอดอ่ะนะ) คือประเด็นไม่อยากให้ไปยึดติดกับกฏเกณฑ์ที่ต่างคนต่างเขียน อยากให้ดูคอนเซปเป็นหลัก เข้าใจมันว่ามันคืออะไร |ไม่มั่นใจ --> มั่นใจ --> ไม่มั่นใจ| วัฏจักรการเกร็งกำไรของโลกนี้