แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิเคราะห์ทอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์กราฟทองคำ ของวันที่ 13 พย 2556

กราฟทองคำ ระดับวันยังเกาะอยู่แถวๆ 1275 ไม่ไปไหน ตรงนี้เหมือนกับที่เคยบอกเมื่อตั้งแต่ เริ่มตกลงจาก 1432 ตรง 1275 เป็นขนาด 61.8% ถ้าเราให้สมมุติฐานว่าราคาจาก 1180 ไป 1432 เป็นเวฟ 1 ของขาขึ้น ตรงนี้ไม่หลุดก็จะสวยตรงนี้จึงเป็นแนวรับสำคัญในช่วงนี้
   

ส่วนแนวต้านเทรนด์ไลน์สีเหลืองมีที่มาแบบไหนเดี๋ยวโพสกราฟระดับ WEEK ลงในคอมเม้นต์ประกอบอีกทีครับ


ส่วนกราฟนี้จะเป็นภาพกว้างระดับ WEEK


วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์กราฟ ราคาทองคำ กราฟทองคำประจำวันที่ 22 -7-2013

‪กราฟทองคำ‬ เข้ามาใกล้ จุดที่เป็น เวฟ{1} ที่เราตั้งเป้าหมายให้เป็นเวฟ {4} แล้ว สิ่งที่ต้องระวังต่อจากนี้ คือถ้าย่อแล้วเด้งเริ่มทำ divergence หรือกำลังตกเมื่อไหร่ ก็เตรียมเซฟ ตัวเพราะอาจจะเป็นการลงเพื่อทำเวฟ {5} ซึ่งถือเป็นการจบ {v} ไปด้วย เวฟ 4 ปกติไม่ทับซ้อนกับเวฟ 1 แต่มีข้อยกเว้นให้ทับได้ ในตลาดพวกฟิวเจอร์ หรือสินค้าที่มีการเก็งกำไร สูง เช่นทอง เพราะฉะนั้น
   




จาก {4} ถึง ตำแหน่งที่ {2} วางอยู่ ตรงนี้ ต้องจับตาให้ดี กำลังตกเมื่อไหร่ น่าจะได้เห็น {5}ซึ่งจบ {v} ด้วย

ทีนี้มาดู ‪กราฟทองคำ‬ ภาพรวมของขาลง จะเห็น วงกลมสีเหลือง 3 วง 


- วงแรกเป็น เวฟ i(a) ซึ่งหมาความว่า อาจจะเป็น ขาลงเวฟ แรกของมัน หรือ จะเป็นเวฟ a ในขาลงแบ abc
- วงที่สอง เวฟ ii(b) ซึ่งหมายความว่า อาจจะเป็นขาลงเวฟที่ 2 ของมัน หรืออาจจะเป็นเวฟ (b) ในขาลงแบบ abc
- วงที่สาม ที่มุมล่างๆ มันคือเป้า ที่จะเป็น {v} ซึ่งเป็นจุดจบของ iii(c) นั้นหมายถึงแถวๆนั้นเมื่อราคาลงไปถึงแล้วเด้ง อาจจะเป็นขาลงเวฟที่ 3 ของมัน หรือเป็นการจบขาลงรอบนี้ที่เวฟ c นั้นเอง

ถ้ามีการเด้งที่ วงกลมวงสุดท้ายหรือที่เราตั้งสมมุติฐานว่าเป็นเวฟ iii(c) จุดวัดว่าเป็น แค่เวฟที่3 หรือ iii ของขาลงใหญ่(นั้นหมายความว่าจะมีการเด้งแล้วลงใหญ่เป็นเวฟที่ 5 หรือ v ใหญ่อีกนะ) หรือว่า เป็นการจบขาลงใหญ่แค่เวฟ c ก็ดูเมื่อมัน เด้งมาที่ เวฟ i(a)ถ้าผ่านฉลุยก็มีสิทธิ์จบขาลง แต่ต้องไปวัดด่านสุดท้าย ที่ไฮเดิมแถวๆ 1912 นั้นอีกที ถึงจะกลับเป็นขาขึ้นจริง

จะเห็นว่าเส้นทางยังอีกยาวไกลถึงจะถือว่าเป็นขาขึ้นเต็มที่

ตอนนี้ที่จะดูดีที่สุด คือลุ้นให้จบแค่เวฟ c อย่ามีขาลงอีกดอก เป็นเวฟที่ 5 แล้วกันครับ

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจศึกษาเรื่องนี้ ซึ่งผมว่าช่วงขาลงที่ผ่านมานี้มันเป็นเคสที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา เหมาะแก่การศึกษา Elliott wave เป็นอย่างยิ่ง ไปดูกราฟเก่าๆ ในแทก ข้างบน หรือเข้าไปค้นหากราฟเก่าใน อัลบัม ได้เลยครับ

มันจะมีเวฟย่อยซ้อนๆใหนเวฟใหญ่ พยายามแยกออกเป็นส่วนๆ จะเข้าใจไม่ยากแน่นอนครับ

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์ราคาทองคำ ใกล้ขึนหรือยังลองมาดูกัน

‎#กราฟทองคำ ที่เลข 5 ที่เป็นจุดจบเวฟ i ซึ่งถือว่าเป็นเวฟ แรก ในการเดินทางไปสู่ {4} (อันนี้อ่านรายละเอียดที่กราฟเก่าโดยคลิกที่ลิ้งค์ กราฟทองคำนั้นก็ได้นะครับ) ตรงนี้ถ้าเบรกได้ถือว่าเดินทางเข้าสู่ iii หรือเวฟที่ 3 ของการเด้งครั้งนี้เต็มตัว 

ตรง แนวต้านที่เลข 5(แถวๆ 1260-1270) ในระยะสั้นเป็นต้านที่สำคัญ ส่วน 1(iii) นั้นจะมีขนาด 161.% พอดีกันด้วย

มาช่วยลุ้นให้ผ่านตรงนี้ให้ได้กันครับ




   

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กราฟทองอัพเดต ราคาใกล้จุดน่าจับตา

#กราฟทองคำ 

กลับมาดูทองกันบ้างวันนี้เบรกลงมาแตะเส้น 61.8% ซึ่งเป็นจุดคาดหมายเวฟ {v} มีสิทธิเป็นเวฟย่อยขาลงตัวสุดท้ายของ c ตรงนี้ให้จับตาดีๆ ถ้าเบรกลงต่อก็ปล่อยมันไป ถ้าเด้งเมื่อไหร่รีบจับสัญญาน ว่าจะมีสัญญาน divergence ไหม 

   
อันนี้เป็นความเดิมของตอนที่แล้ว เข้าไปอ่านดูเพื่อทั้งการศึกษาหรือ เป็นแนวทางประกอบ 
ตีกราฟทอง หาจุดกลับตัวทำกำไรทางเทคนิคแบบเข้าใจง่ายพร้อมอธิบายให้ศึกษาไปด้วย


วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ตีกราฟทอง หาจุดกลับตัวทำกำไรทางเทคนิคแบบเข้าใจง่ายพร้อมอธิบายให้ศึกษาไปด้วย

ราคาทองคำในส่วนของการวิเคราะห์กราฟทองไม่ได้ตีนานแต่ไม่ได้ทิ้งหรือไม่จับตา ที่ไม่ค่อยได้เอามาโพสเพราะว่าเล็งสัญญานกลับตัวเหมือนกัน สัญญานกลับตัวที่เห็นระยะยาวที่สุดก็ที่กราฟชั่วโมงลงไป นั้นหมายถึงมันเป็น มันกลับขึ้นก็เป็นกลับสั้น

   
ภาพใหญ่กว่านั้นรอมันทำ new low มาตั้งแต่ปลายเดือนเมษา จะได้รู้เรื่องเสียเทียว่ามีสัญญานกลับหรือยังก็ยังไม่ยอมลงต่ำกว่านั้น

ถ้าจะถือว่าเด้งให้ได้กินสั้นนี้(สั้นในแบบคนเล่นทองแท่งนะ)มันควรจะมีราคากลับเข้าไปในกรอบเทรนด์ไลน์สีส้มนั้นก่อน

ในเมื่อมันไม่ลงต่ำกว่าที่ว่าและไม่ขึ้นไปสูงกว่าที่หวัง มันก็คือไซด์เวย์นั้นเอง ดั้งนั้นถ้าไม่ได้เล่นระหว่างวันสั้นๆเข้าไปซื้อตอนนี้ต้องบอกว่าทิศทางคลุมเครือ อยู่นะ

เมื่อมาดูในส่วนเวฟ elliott wave จะเห็นสองเวฟใหญ่แรกก่อนหน้านั้น มี i(a) ซึ่งถือว่าเป็นเวฟ i ของจาลงใหญ่ กรณีลงแบบคลื่นส่ง(impulse wave) ส่วน (a) ในวงเล็บก็คือสมมุติฐานว่าถ้าลงเป็นแบบ abc correction wave ทั่วไปหลังจากจบเวฟ i(a) นี้ ก็เด้งเกิดเวฟ ii(b) ไปที่ 61.8% ของเวฟ i(a) ตามตำราที่พูดกันบ่อยๆนะครับ

ในส่วนของขาลงรอบนี้เป็นการทำเวฟ iii(c) นั้นหมายถึงว่าอาจจะจบรอบลงรอบใหญ่นี้ถ้าเกิดเหตุการณ์เวฟ c เป็นจริง แต่ถ้าเวฟ iii เป็นจริงต้องบอกว่าการที่ดอยอยู่ตอนนี้จะกลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลย เด็กๆยังไงเดี๋ยวมาว่ากันอีกที

ตอนนี้มาพูดถึงรายละเอียดย่อยของเวฟ iii(c) กันก่อน ในส่วนนี้ กินเวลามาร่วมๆ 10 เดือนแล้ว  เวฟย่อยของมันที่เป็นไปได้มากที่สุดตอนนี้คือ {iii} เพิ่งจบ นั้นหมายความว่าสิ่งที่มีโอกาสเกิดต่อไปนี้คือ

ไปทำเวฟ {iv} ก่อนที่จะมีการลงทำเวฟ {v} ด้วยเหตุนี้แหละในระยะกลางขึ้นไปเราจึงยังไม่เห็นสัญญาน bullish divergence สักที

ดังนั้น ถ้าใครคิดเหมือนกันคือรอสัญญานชัดๆก่อนเข้า ก็ควรจะจับตา ถ้าเกิดราคาลงทำ new low รอบต่อไปนี้ แล้วเกิดสัญญาน bullish divergence สวนเท่าไหร่ ตอนนั้นถึงจะสบายใจที่จะพูดว่าได้ลุ้นขึ้นกลางๆสักช่วง

ค้างมาจากที่จุดที่เราสันนิษฐานว่าจะเป็นเวฟ iii(c) ที่บอกว่าขอ ให้มันเป็น c นั้นก็เพราะว่า ที่ราคาทอง แถวๆ1280 ซึ่งเป็น ขนาด -61.8% ของเวฟ i(a) นั้นเป็นจุดที่ได้ลุ้นจบเวฟ c ที่ดีที่สุด

คงไม่มีอะไรดีปลอดโปร่งไปกว่าที่ราคาลงถึงตรงนั้นแล้วเกิดสัญญานกลับตัว

ในทางกลับกันถ้าลงถึงตรงนั้นแล้วยังหลุด หรือเด้งในแบบ covergence(ลงต่อ) ตรงนั้นก็นรกเหมือนกัน นรกอยู่ลึกแค่ไหนลองไปเปิดดูเส้น ema200 ของกราฟ เดือนดู