วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วิเคราะห์กราฟหุ้น KSL สัญญานเทคนิคเป็นยังไงน่าเข้าหรือยังลองมาดูกันครับ

ksl 13.33 เป็นจุดวัดขาขึ้น เบรกได้ก็สวยถือว่าเข้าเวฟ 3 เต็มตัว แนวรับ เวส้นเทรนด์ไลน์สีฟ้านั้น และ 11.9 ตามลำดับ

ส่วนแนวต้านระยะสั้นนี้จะเป็น12.8

   

วิเคราะห์หุ้น ukem มาจับตาสัญญานทางเทคนิคกันครับ

ukem 1.34 แถวๆนั้นเป็นแนวต้าน ถ้าลงอีกรอบจะต้องจะต้องจับตาว่าจะเป็นทรงเวฟ 2 ขาขึ้นไหม แนวรับที่สำคัญระยะสั้นนี้ 1.2 ครับ


   

วิเคราะห์หุ้น BGH มาดูสัญญานทางเทคนิคกัน

bgh ราคาบีบเข้าเรื่อยๆ แนวรับ 125-120 ตามลำดับ แนวต้านเส้นเทรนด์ไลน์เส้นบน หรือแถวๆ 138 ใครชอบตัวนี้อาจได้เวลาเริ่มจับตามอง ยิ่งถ้าลงทำ new low อีกจะยิ่งเห็น divergence

   

รูปแบบวิธีคิดของคนไทย ต่อการสนทนาทางการเมือง ในสังคม

ติดค้างว่าจะพูดเรื่องพรบ กับการโอเวอร์เทรดไว้รอบก่อน มาวันนี้ยกเลิกเปลี่ยนเรื่องพูดดีกว่า (ขนาดลุงตัน พี่เสก เผลอพูดเรื่องนี้ยังโดนสับเละเลย ป๋าเบิร์ดไม่ได้พูดอะไรสักอย่างแค่ใส่เสื้อสีที่ไม่ถูกใจ ยังโดนด้วย Thai Trader ยิ่งเป็นคนพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกจะยิ่งอันตราย 555 )มีอีกเรื่องอันเนื่องจากเรื่องการเมืองที่น่าแปลกใจน่าคุยยิ่งกว่าครับมันคือ

   
ทัศนคติ ที่มีต่อการถกเถียงของคนไทย คนไทยเรามีทัศนคติต่อเรื่องนี้แปลกมาก คือไม่ได้ถกเถียงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เป็นสิ่งที่มีเหตุผล

การเถียงของเราคือการเถียงเพื่อไม่ให้แพ้ เราเถียงแพ้ไม่ได้เพราะวัฒนธรรมการ "เสียหน้า" มันฝังลึกเถียงเขาแพ้แล้วจะโดนตราหน้าว่าโง่ ไอ้คนเถียงชนะ ก็จะด่าเขาว่าไม่ฉลาด

ผมคิดว่ามันฝังมาตั้งแต่การลงโทษเด็กด้วยการประจาร แล้วละ ใครทำผิดให้ไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าเสาธงงี้ คนไทยเราเลยเข้าใจความหมายของการทำผิด ผิดไปมาก ทำผิดต้องได้บทเรียนว่าแบบนี้ผิดค้นหาแบบอื่นที่มันถูกดิ ไม่ใช่ได้เสียหน้าเป็นบทเรียน

ความผิดของคนไทยเรา คือการเสียหน้า อับอาย ทั้งที่พอเถียงกันได้ข้อยุติ ที่มีเหตุผลแล้ว เราจะได้รู้เรื่องที่เราไม่รู้ แท้ๆ

ผมไม่ได้อวย ฝรั่งมังค่านะ แต่มีอะไรที่น่าสนใจเราก็ควรเอามาคิด คนเยอรมัน เป็นคนที่ชอบเถียงมาก เถียงไม่หยุดจนกว่าจะได้ข้อยุติที่มีเหตุมีผล คนเยอรมันมาเถียงกับคนไทย คนไทยจะพูดว่า ไอ้ฝรั่งนี้กวนตีนว่ะ

ส่วนคนเยอรมันจะคิดว่าคนไทยไม่มีความคิด แทนที่จะเถียงกันให้เหตุให้ผล จะได้ได้ข้อสรุปที่พัฒนา แต่คนไทยไม่มีอะไรเสนอเลย ยิ้มๆแล้วเอาไปด่าลับหลัง

เรื่องพวกนี้มันมีจริงนะ ผมว่าเราไม่ค่อยกล้ายอมรับว่าเราผิด และกลัวมากถ้าเราทำผิดแล้วถูกเปิดเผย

พอคิดแบบนี้แล้วการเถียงกันของคนไทยจึงเป็นว่าไอ้นี้มาเถียงฉัน กวนตีนจริงๆ แล้วการเถียงของคนไทยเลยมีความหมายเดียวกับการด่า

เวลาเราเถียงกันเรื่องการเมืองไม่ว่าในเว็บ กับเพื่อน หรือแม้แต่ในวงทานข้าวในครอบครัวเดียวกัน การเถียงกัน มักจบลงด้วยการทะเลาะผิดใจกัน จนมีคำว่า "ไม่อยากทะเลาะกันอย่าคุยเรื่องการเมือง"

ซึ่งผิดถนัด การเมืองในระบอบประชาธิปไตย มันเป็นเรื่องของการถก การแสดงสิทธิของตัวเองอย่างสร้างสรร ยอมรับความถูกต้องจากการถกเถียงนั้น การโหวตเป็นการรับรองสิ่งที่ถกเถียงเพียงแค่นั้น สังคมประชาธิปไตย หัวใจหลักมันต้องเถียง ต้องแสดงออก แล้วก็เน้นว่าแบบสร้างสรร ใช้เหตุใช้ผล

แต่บ้านเรามันกลับหัวไปแล้ว ไล่ตั้งแต่เด็กยันหัวหงอก ไม่ว่าได้เรียนหนังสือหรือไม่ เป็นเหมือนกันหมด

ที่ผมพูดว่าคนไทยแย่อย่างนั้นคนไทยแย่อย่างนี้ อาจจะมีข้อสงสัยว่าแล้วตัวผมเองละดีนักเหรอ ผมก็ไม่ดีนะ ทำผิดประจำ แต่อย่างหนึ่งที่กล้าบอกได้เลยเต็มปาก จะยอมรับหรือไม่ หลังจากเถียงได้ข้อยุติ ที่มีเหตุผลว่าผมคิดผิดผมยอมรับนะ ยกเว้นว่าคุณไม่เสนอเหตุผลอะไรสักอย่าง แต่บอกว่าที่ตัวเองคิดมันถูก แบบนี้ผมก็ยอมรับไม่ได้ เพราะมันขัดจริต เชื่อสิ่งที่ไม่เหตุผลไม่ลง

ผมคุยกับคนที่เชียร์ ฝ่าย a เขาจะเกลียดผมบอกว่าผมมัน ไอ้พวกฝ่าย b

พอผมไปคุยเรื่องการเมืองกับฝ่าย b ฝ่าย b ก็จะโกรธผมว่า แกน่ะพวกฝ่าย a

เวรกรรม ไม่มีทางคุยกันดีๆได้เลย ทั้งที่เรื่องการเมืองถ้าคุยกันแบบมีเหตุผลรับฟังกันมัน เรื่องสนุกมากนะถามหน่อยในใจลึกๆ ไม่ใช่ความเบื่อหน่ายการเมืองปัจจุบันนะ มีใครบ้างไม่ชอบคุยเรื่องการเมือง

เพื่อให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหุ้นบ้าง 555
ผมย้ำเสมอว่า ทุกคนรายย่อยอย่างเราควรเป็นนักศึกษา การจะเป็นนักศึกษาที่ดีได้ต้องยอมรับว่าเราทำผิดคิดผิดได้ (ถ้าเราทำถูกหมดเราจะมาศึกษาทำไมจริงไหม)

อย่าไปกลัว เสียหน้า หน้าไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้ต้องเอาไปซ่อมหรอก มันตั้งอยู่ระหว่างหูเรานั้นแหละ แต่พอเรารู้ว่าเราผิดอะไร ตรงไหน เราจะได้พัฒนาตัวเองทันที แทนที่จะมาทุกข์ใจกับความพ่ายแพ้ ที่มโนเอาเอง

ส่วนคนที่เถียงแล้วเป็นฝ่ายถูก ก็อย่าไปซ้ำเติมเยาะเย้ยถากถางเขา ประจานด่าว่าเขาโง่ มันไม่ถูก คนเราไม่ได้โง่ แค่ได้รับข้อมูลมาไม่เหมือนกันแค่นั้นเอง

เราตีหุ้นเข้าผิดทาง เรายอมรับผิด คัทลอส เริ่มรอบใหม่ได้ทันที แถมมีความรู้ว่าเราทำตรงไหนผิด ใจร้อนไปไหมเลยเสียเงิน

เราตีหุ้นเข้าผิดทาง แล้วไม่ยอมรับ เราจะติดดอย เสียโอกาสเอาเงินนั้นไปหมุนต่อ ความรู้ที่จะได้จากการทำผิดนั้นก็ไม่มีเพราะเราไม่ยอมรับว่ามันผิด

ผมก็ขอเอาใจช่วยคนไทยทุกคน คนที่เป็น เพื่อนกันทางเฟสบุ๊ค เป็นเพื่อนกันในที่ทำงาน เป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียน เป็นพ่อแม่พี่น้องกัน ให้มีสติแล้วมองให้ออกว่าเราเถียงกันเพื่ออะไร ขออย่าได้ทะเลาะผิดใจกันเอง เราไม่ใช่แค่คนไทยเหมือนกัน เราทุกคนมันคนเหมือนกัน มีค่าเท่ากันครับ

วิเคราะห์กราฟ FOREX ของ EURUSD

EURUSD เล็งที่วงกลมไว้ เป็นจุดจบของเวฟ 4 และ 1 ของขาขึ้นมาครั้งก่อน ซึ่งจะเป็นแนวรับที่สำคัญของการลงมา ถ้าราคาหลุดลงต่ำกว่านี้ จะมี 2 กรณี ข่าวแรงจริง หรือจบรอบใหญ่ไปเลย รอบใหญ่เป็นยังไงจะโพสไว้ที่คอมเม้นต์นะครับ

   

อันนี้จะเป็นรอบใหญ่ครับ

รอบใหญ่จะเห็นว่าวิ่งในกรอบนี้ ตั้งแต่ 2008 แถวๆช่วง แฮมเบอร์เกอร์ เพราะงั้นราคามันใกล้แนวต้านใหญ่มหึมา ระดับที่ต้องเดินทางเป็นปีกว่าจะไปถึง ถ้าราคาไปถึงเส้นเทรนด์ไลน์แดงด้านบน ก็อาจจะได้เวลาไปดูหนังฟังเพลง รอมันออกหัวออกก้อยค่อยตามอีกที


วิเคราะห์กราฟทองคำ ของวันที่ 13 พย 2556

กราฟทองคำ ระดับวันยังเกาะอยู่แถวๆ 1275 ไม่ไปไหน ตรงนี้เหมือนกับที่เคยบอกเมื่อตั้งแต่ เริ่มตกลงจาก 1432 ตรง 1275 เป็นขนาด 61.8% ถ้าเราให้สมมุติฐานว่าราคาจาก 1180 ไป 1432 เป็นเวฟ 1 ของขาขึ้น ตรงนี้ไม่หลุดก็จะสวยตรงนี้จึงเป็นแนวรับสำคัญในช่วงนี้
   

ส่วนแนวต้านเทรนด์ไลน์สีเหลืองมีที่มาแบบไหนเดี๋ยวโพสกราฟระดับ WEEK ลงในคอมเม้นต์ประกอบอีกทีครับ


ส่วนกราฟนี้จะเป็นภาพกว้างระดับ WEEK


ธุรกิจที่เป็นขาลงเป็นยังไง ลองมาดูตัวอย่างที่นี้ครับ

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของธุรกิจ ประเภท พระอาทิตย์ตก คือธุรกิจถูกสิ่งใหม่เข้ามาแทนที่ ยากที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองโดยยังอิงกับโมเดลหลักเดิม

ถ้าสังเกตุบริษัทใหญ่โตที่ดำเนินกิจการรอดพ้นได้มาเป็นหลายสิบปี หรือร้อยปี บริษัทพวกนี้ก้าวข้ามวัฏจักร เหล่านี้ได้ บางครั้งด้วยวิธีการเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นเลยครับ เปลี่ยนแล้วทำได้ดีก็รอด แต่บางรายเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองถนัดก็ล่ม

แต่ถ้าไม่ปรับไม่เปลี่ยน ก็มีสิทธิ์ล่มสูงเกือบจะแน่นอน เทคโนโลยีสมัยนี้มันไปเร็ว จะคิดเหมือนยุคอุตสหกรรมอยู่เห็นทีจะรอดยาก
   



ต่อไปนี้คือตัวธุรกิจที่คัดลอกมาจากเพจ  https://www.facebook.com/SenseOnFilms
Special Pick!! : โลกนี้ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนจริงๆครับ...

เชื่อว่าเกิน 70% ของแฟนๆภาพยนตร์ ย่อมเคยคุ้นหูกับชื่อของร้านเช่าหนังอย่าง Blockbuster กันมาบ้างนะครับ...(บ้านเราก็เคยมีเปิดหลายสาขาเหมือนกัน)

ซึ่งในสมัยก่อนหนัง...ความบันเทิงในรูปแบบภาพยนตร์นั้นสามารถที่จะเสพได้จาก โรงภาพยนตร์ และ จากการเช่ามาดูที่บ้านเท่านั้น...ซึ่งการที่จะละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ทำได้ยุ่งยาก และ ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่...

(ใครยังจำ Right Shop ของ Right Pictures กับร้านเช่าของ CVD ได้บ้างครับ?? ^-^)

แต่จากการที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการก้าวข้ามผ่านจาก ม้วน VHS ไปสู่รูปแบบของแผ่น CD/DVD และ Blu-ray...รวมทั้งพัฒนาการของความเร็ว internet นั้น...ทำให้เกิดช่องทางในการละเมิดลิขสิทธิ์ได้มากขึ้น และ ทำได้ง่ายขึ้น...ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเช่นกัน...สื่อบันเทิงต่างๆนั้นได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งวงการเพลง, ภาพยนตร์, เกมส์ และ software ต่างๆ...

ในส่วนของภาพยนตร์นั้น...ค่ายหนัง และ โรงภาพยนตร์ จะต้องปรับตัวเพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปแล้วนั้น...ซึ่งก็สามารถประคับประคองเอาตัวรอดได้บ้างอย่างยากลำบาก (และโรงภาพยนตร์ก็กำลังจะเดินทางเข้าสู่จุดจบในอีกไม่ช้า...)

แต่สำหรับร้านเช่านั้น...ไม่มีหนทางที่จะต่อสู้กับสภาวะนี้ได้ครับ...ทั้งจากการแผ่นผี หนังซูม บริการชมภาพยนตร์ทาง internet...และที่เลวร้ายที่สุด คือ การโหลดเถื่อน...

ยักษ์ใหญ่อันดับ 1 ของโลกอย่าง Blockbuster ที่เริ่มกิจการร้านเช่าวิดีโอมาตั้งแต่ปี 1985 ก็เอาตัวไม่รอดครับ...ขาดทุนมหาศาลมาหลังจากที่ออกจากการดูแลของ Viacom ตั้งแต่ปี 2004...แม้ว่าจะปรับรูปแบบการให้บริการมาเป็นแบบ ส่งให้เช่าถึงบ้าน ก็ตาม...จนสุดท้ายก็เข้าสู่สภาวะล้มละลายในปี 2010...

Dish Network ผู้เป็นเจ้าของช่องทีวีดาวเทียม ได้ซื้อกิจการของ Blockbuster LLC ไปในปี 2011 ด้วยมูลค่า...320 ล้านเหรียญ!! ซึ่งทาง Dish ก็หวังที่จะปลุกชีพของ Blockbuster ให้ฟื้นคืนมาอีกครั้ง ในรูปแบบของการให้บริการ streaming media เพื่อแข่งขันกับ Netflix นะครับ...ทำให้ต้องลดจำนวนร้านเช่าวิดีโอลงไป...จากที่เคยเปิดถึง 4,000 สาขาทั่วอเมริกา...กลับต้องปิดลงไปหมด เหลือเพียงแค่ประมาณ 600 กว่าสาขาเท่านั้น...

และช่วงต้นปี 2013 นี้...Dish ได้ปิดสาขาของ Blockbuster ไปอีกกว่า 300 แห่ง...จนสุดท้าย...ได้ประกาศปิดสาขาที่เหลือในอเมริกาของ Blockbuster ลงไปหมดแล้ว รวมทั้งบริการส่งให้เช่าถึงบ้านด้วยครับ!!

ซึ่งทุกอย่างจะสิ้นสุดจริงๆในช่วงกลางเดือน มกราคม ปีหน้า...แต่ว่ายังคงให้บริการหนังเช่าส่งไปยังร้านค้า franchise, ช่องเคเบิล และ การชมภาพยนตร์แบบ online streaming อยู่นะครับ...

---------------------------------------------------

ผลของการละเมิดลิขสิทธิ์ มันรุนแรงกว่าที่เราคิดกันมากนะครับ...สนับสนุนของแท้กันดีกว่า ทั้งภาพยนตร์ และ ดนตรี...- -"