วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

การศึกษาไทย ไปพลาดตรงไหน คนเรียนจบมาถึงได้ทำงานไม่เป็น

วันนี้เย็นๆได้ดูรายการข่าวของคุณสรยุทธ์ เรื่องนโยบายการรับตรงของมหาลัย ของคุณ จาตุรนต์ ฉายแสง แอบเห็นด้วยในหลายๆเรื่อง เรื่องสำคัญคือเรื่อง วางเป้าอย่างหนึ่งพอไปทำจริง ดันพยายามทำเพื่อเป้าอีกอย่าง
   


เมืองไทยเราเป็นอย่างงั้นกันทั่วถึงจริง ส่วนที่ คุณ จาตุรนต์ ฉายแสง พูดถึง จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ หลักสูตรการเรียน --> การรับตรง -->โรงเรียนติว --> เป้าหมายที่นักเรียนพยายามเรียน

คือสรุปง่ายๆ 
-นักเรียนส่วนมากพยายามเรียนเพราะจะได้สอบได้
-พ่อแม่ส่วนมาก พยายามให้ลูกเรียนติวเยอะๆเพราะจะให้สอบได้
-โรงเรียนติวพยายามติวเด็กเพื่อให้ทำข้อสอบได้

ไม่มีแมวสักตัวพยายามเรียนเพื่อที่จะได้รู้ จะได้อยากทำ อยากเป็น เช่นน้อยคนพยายามเรียนฟิสิกส์ เพื่อจะได้เป็นนักฟิสิกส์ ซึ่งเป้าหมายของการเรียนมันคงไม่ใช่เพื่อสอบใด้

มองไปถึงเรื่องอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกัน
- ใส่หมวกกันน๊อคเพราะกลัวตำรวจจับ หรือกลัวสมองไหล
- เมื่อประเมินผลงานในหน่วยงานต่างๆ สิ่งที่ได้คือ การพยายามทำให้เจอเรื่องผิดน้อยที่สุดหรือว่า พยายามหาข้อผิดพลาด เพื่อไปปรับปรุงต่อ
- ตำรวจเฝ้าร้านทองเพราะกลัวมีอาชญากรรม หรือว่าต้องการ...
- ทำงบการเงิน เพื่อต้องการให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อการประเมินตัดสินใจ หรือทำให้มันดูดีที่สุด ผู้ถือหุ้นจะได้สบายใจที่สุด

แล้วก็อีกร้อยแปดพันเก้า เวลาเขาว่าเด็กบ้านเรา เรียนจบมาทำงานไม่ได้ ก็อย่าไปโทษเด็ก ที่จริงเราก็เป็นกันทั้งประเทศแหละ เป็นกันตั้งแต่รากหญ้า ยันซุปเปอร์ไฮโซ

ในส่วนของเด็กเป็นห่วงก็แต่ เด็กๆหัวกะทิที่สอบใด้เข้าไป มักไปโดนแนวคิดนี้แหละ ดองความสามารถไว้หมด เพราะจำนวนมากไม่รู้ว่า "เป้าหมาย" กับ "เป้ามั่ว" มันต่างกันยังไง เมื่อวันหนึ่งเรียนจบแล้ว ก็ไม่รู้จะศึกษาต่อไปเพื่ออะไร เพราะมันดันไม่มีสอบไม่มีให้คำแนน

จึงไม่ต้องสงสัย ทำไมพักหลังๆเราจะเห็นว่า คนเรียนเก่งๆ ไปเป็นลูกจ้างเป็นคนทำงานแรงงาน(อะไรที่ทำงานแลกเงินของนายจ้างผมขอถือว่าคืองานแรงงานหมด)

ส่วนพวกเรียนกะโหลกกะลา ผ่านได้ ก็เลือดตามแทบกระเด็น เรียนจบบ้างไม่จบบ้าง สอบไม่ติดไม่ได้เรียนต่อบ้าง พวกนี้ จำนวนมากวันหนึ่งดันกลายเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่เล็ก ให้คนเรียนเก่งได้อิจฉาเล่น

มันก็เพราะว่าเด็กพวกหลังนี้ไม่ได้โดน ระบบแปลกประหลาดนี้ข่มขืนนั้นแหละ พวกนี้รู้ว่า "ศึกษาเพืออะไร"

หลักการวิเคราะห์หุ้น เก็บทิศทางแล้ว ทำให้มันเป็นแนวทางในการเทรดยังไง ลองมาดูตัวอย่าง IVL

IVL ตามที่แนะนำให้ดูมานะครับ ผมจะเขียนแบบให้เอาไปคิดฝึกต่อได้นะ(ในวงเล็บนี้ผมเขียนเสร็จก็ขึ้นมาเขียนบอกที่นี่ว่ามันน่าจะมีประโยชน์มากถ้าคนอยากดูแรงของราคาเป็น)

อันนี้เราพูดกันแบบง่ายๆแบบบ้านๆไม่ต้องภาษาเทคนิคอะไรมาก ถ้าใครตามการตีกราฟของ Thai Trader มาสักพักจะมองออกเลย
ตัวเลขที่เขียนไว้ไม่ใช่เวฟ นะครับ อันนี้เอาปะไว้ให้เห็นว่าช่วงไหนยังไงเฉยๆ

เริ่มที่ช่วง 0-1 ดูราคาไล่ขึ้นไปเรื่อย macdo พุ่งปรี๊ดตาม ความหมายแบบบ้านๆคือ คนอยากได้มาก การที่ macdo(หรือ macd) พุ่งเพราะ คนไล่ราคาขึ้นทุกวัน คือให้ราคาสูงขึ้นไม่หยุดนั้นแหละแบบว่าไม่ขายให้ราคาตกเลย เคาะซื้อแพงขึ้นเรื่อยๆ อันนี้ให้เป็น #สมการที่1
   

หลังจากย่อจาก 1--> 2 แล้วก็เด้งขึ้นมาเป็น 3,4 ไอ้ตรงนี้ มันยึกยักๆ แล้วดูที่ macdo(หรือ macd) ราคาขึ้นไปเรื่อยแต่ macdo จมหายไปเลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ก็เพราะว่า
- พอมีคนซื้อที่ราคาสูงขึ้น คนอีกส่วน ก็เริ่มขายทำกำไรลงมา พอเด้งขึ้นไปอีกก็ขายอีก มันก็แสดงว่าคนเริ่มไม่คิดว่าจะอยากซื้อหรือถือไปในราคาสูงกว่านี้แล้ว ขึ้นแล้วขาย ขึ้นแล้วขาย ค่าเฉลี่ยของราคามันเลยไม่พุ่งสูงเหมือนช่วง 0-1 เราให้ตรงนี้เป็น #สมการที่2

ทีนี้เราเอาเหตุการณ์ในสมการที่ (1) กับ (2) มาพิจารณากันดูว่าเราจะวางแผนรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้อีกยังไง

ลองฟังจากที่ผมพิจารณาก่อน แล้วคุณเอาไปพิจารณาเองด้วยนะครับ

ผมพิจารณาอยู่ในใจว่า
- สมการที่1 คนอยากซื้อมากคนมั่นใจว่าซื้อที่ราคาสูงกว่านี้ก็ยังมีกำไร จะด้วยเหตุผลห่าเหวอะไรก็ไม่รู้ อาจจะผลประกอบการดี จะมีข่าวดี หรือเจ้ามือเข้า หรืออะไรก็ช่าง ผมไม่ได้อยากรู้ ที่อยากรู้คือว่าช่วงนี้คนอยากซื้อ นั้นแหละที่ผมได้ ผมคิดเป็นแผนในใจว่า วันหน้าถ้าเจออะไรแบบนี้อีกผมก็ตามมันไป

- สมการที่2 คนแม่งเริ่มกลัว พอราคาขึ้นไป มีไอ้คนมองโลกในแง่ร้ายขายตบลงมา พอเด้งอีกก็ขายตบลงมา อาการแบบนี้ ผมหลุดปากพูดออกมาคนเดียวว่าเห้ย "แรงเริ่มตก" คนเริ่มกลัวละ คนไม่มีเริ่มดูท่าทีว่าจะตามดีไหม คนมีก็เริ่มระบายของ ผมคิดเป็นแผนในใจว่า ชาวบ้านเขากลัวกรูจะห้าวใส่คนเดียวแบบว่าอินดี้พี่เป้เสลอก็ใช่เรื่องถ้ายังไม่มีตรูรอดีกว่าถ้ามีอยู่เอา มาเทียบกับทุนดูว่าควรขายออกบ้างหรือว่าเก็บไว้ต่อดี ทางไหนคุ้มก็ทำตามนั้น

- เมื่อพิจารณาทั้งสองสมการแล้วก็มาดูว่าเวลานี้มันคือเวลาไหนเราควรทำยังไง แน่นอนไอ้สองอันนั้นมันผ่านมาละ ถ้าเราพูดถึงอนาคตเราจะเลือกขายออก หรือซื้อเข้าเราควรจะดูตรงไหนยังไง ผมก็จะทำแบบนี้

1 มันมีสิ่งที่เกิดบ่อยๆอย่างหนึ่ง ถ้าจบเวฟ 3 มันมักไม่ลงต่ำกว่าเวฟ 1 เพราะงั้นแถวนั้นเป็นแนวรับที่ดี (ไปหาอ่านเรื่องเวฟได้ในบล๊อกนะครับ)งั้นผมจะรอดูที่ 20.7 กับแถวๆเส้น สีขาวนั้นแหละ ถ้าลงมาไม่หลุดตรงนั้น(คืออาจจะลงถึงหรือไม่ก็ได้) แล้วผมแยกสมาการ เหมือนที่ทำเมื่อกี้ได้ว่า เห้ยคนเริ่มไม่อยากขายไล่ลงอีกแล้วเว้ยพอราคาแม่งต่ำลงก็มีคนซื้อดักเก็บMACDOเลยไม่ลงต่ำลงไปเรื่อย ผมก็จะเริ่มจับตาหาจังหว่ะเข้า

2 ถ้าผมมีหุ้นอยู่ ผมคงขายออกไปหน่อย เหลืออีกหน่อยเอาไว้ไปลุ้นที่จุดที่ข้อ 1 จะซื้อเพิ่มหรือถืออันเดิมไว้ค่อยว่ากันอีกทีตามสถานการณ์ อย่าลืมพิจรณาต้นทุนของคุณประกอบ ตรงนี้ถ้าหลุด ผมคงต้องหาวิธีเซฟตัวเองสุดๆอะไรประมานนั้น

อันนี้ลองอ่านกันดีๆ แล้วเอาไปพิจารณาในแบบตัวเอง ผมว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อย หุ้นปกติมันเกิดเหตุการณ์ 2 สมการนี้แทบทุกครั้ง ยกเว้นหุ้นปั่น ขึ้นพุ่งๆ แล้วตบลงเลย กับหุ้นที่เจอข่าวร้ายปัจจุบันทันด่วน แค่นั้น นอกนั้นก่อนจะลง ก่อนจะขึ้น มันจะมีช่วงเทสความอยากเพื่อความมั่นใจทั้งนั้นครับ


สมการที่ 1 ทางเทคนิคเรียกว่าเกิด convergence
สมการที่ 2 ทางเทคนิคก็เรียกว่าเกิด divergence นั้นแหละครับ

การเกิดอะไรแบบนี้ไม่จำเป็นว่าเกิดปุ๊บหุ้นจะกลับตัวเลย มันอาจจะเทสหลายๆรอบเพื่อความมั่นใจ อาจจะเนื่องว่าภาพที่ใหญ่กว่า มันยังน่าขึ้น หรือปัจ
จัยอื่นๆครับ

วิธีการที่มักใชัรับมืออาจจะกำหนดกฏของตัวเองเช่น ลากเทรนด์ไลน์ถ้าหลุดเส้นนี้ขายหรือใช้ ema เส้นตามแต่เราชอบ ถ้าหลุดตรงนี้ขาย หรือใช้elliott wave ก็ได้ เช่นย่อลงต่ำกว่า 61.8%(หรือเลขอื่นๆตามแต่เราชอบ) ของเวฟ .... แล้วขายอะไรแบบนั้น

คำว่าตามแต่เราชอบ ให้ดูทุนตัวเองประกอบ คนทุนต่ำ อาจใช้เส้นที่ลงลึกได้มากกว่าคนทุนสูงเป็นต้นครับ

เราควรจะทำยังไงในช่วงก่อนการประกาศข่าว เช่น QE

วันนี้จะโพสเรื่องQEตามเทรนด์เขาสักนิด เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่(555)โพสไปก็ปล่อยไก่ปล่อยเป็ดแน่ เอาแบบนี้แล้วกัน

เรื่อง qe คนรู้ละว่ามันจะมีการพูดกันวันนี้ การที่คนรู้ว่าจะพูดกันวันนี้ แอคชั่นมันออกมาหมดละ สังเกตุสิไม่ว่า หุ้น เงิน ทอง แทบทุกอันยึกๆยักๆ ไม่พุ่งไปไหน(คนไม่ไล่ราคา )

นั้นหมายความว่าโดยปกติคนเขาได้ทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเองไปเสร็จเรียบร้อย (ปกป้องยังไง ก็คุ้มที่จะขายก็ขายไปละ คุ้มที่จะถือ ก็ถืออยู่ไว้) ช่วงเวลานี้ก็รอดูอย่างเดียว

   
เพราะฉะนั้น เรื่อง QE ในคืนนี้ก็เหมือนเกมส์ รัสเชี่ยนรูเลทท์ ที่เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปหยิบปืนมาจ่อหัวตัวเองก็ได้

สำหรับคนที่จะเครียดไม่สบายใจถ้าจะต้องเห็นราคาหุ้นของตัวเองตกลง แล้วดันไม่ได้ทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเองก่อนที่จะมีการคุยเรื่อง QE คืนนี้ ก็คล้ายๆว่าเข้าไปนั่งต่อคิวยิง ถ้าเกิดยิงโดนรูที่มีลูกปืนก็เจ็บ ถ้าเกิดยิงไม่โดน คุณก็ไม่ได้อะไรเป็นพิเศษไปกว่า ได้เสียว แปบๆ

เพราะสุดท้ายคนที่ไม่ได้ไปเล่น กับคนที่เล่น ก็จะรู้พร้อมกันว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง

- ถ้าขึ้น คนที่ไม่ได้เล่นก็เข้าตาม ส่วนคนที่เล่นก็อาจจะซื้อเพิ่ม คุณประหยัด ค่าคอมมิสชั่น และ อาจจะมีโอกาสได้กำไรก่อนคนอื่นสักนิดนึง
แต่อย่าลืมว่าเมื่อตะกรี้ คุณเพิ่งเอาปืนจ่อหัวมา ถ้าโชคดีได้เงินเดิมพันที่ได้นั้นจะคุ้มกับความเสี่ยงที่จะเสียไหมน้อ

- ถ้าลง คนที่ไม่ได้โปรเท็คตัวเองไว้ก่อนหน้า ก็เข้าโรงบาลครับ ส่วนคนที่จัดการตัวเองไปแล้ว จะไปสนอะไร ก็เอาเวลาไปเดินเล่นแล้วรอจังหว่ะเข้าอีกที

เราทำอะไรไม่ได้เลยเพื่อที่จะให้ เขาประกาศตามที่เราต้องการ (หรือแม้แต่คุณแน่ใจได้ยังไงว่าเขาประกาศออกมาแบบนี้ แล้วหุ้นจะขึ้นร้อยเปอร์เซนต์) แต่เราเลือกที่จะปกป้องตัวเองได้นะ เราไม่เล่นเกมส์นี้ได้ แล้วมันก็เห็นๆอยู่ในกราฟ ว่าคนอื่นๆชาวบ้านชาวช่องเขาก็ทำกัน

เพราะงั้น ช่างหัว qe ไปหลับไปนอน แล้วรอดูว่าคนตัวโตๆ เขาคิดว่ามันดี หรือแย่ แล้วเราก็ตามพรุ่งนี้ สิบโมง

คนตื่นสายเท่านั้นที่เสียเปรียบ 5555

เช็คราคาทองคำและแนวโน้มของราคาช่วงนี้กันครับ

กราฟทองคำ ภาพรวมยังเหมือนเดิม ลุ้นให้ไม่หลุด 1270 สมมุติฐานว่า ที่ขึ้นมาจาก 11xx ถึง 14xx เป็นเวฟ แรกของขาขึ้น จะดูสวย แต่ถ้าหลุด 1270 ก็เดินทางไปใกล้โลว์เดิมเป็นอย่างน้อย
   

ในระยะสั้นนี้ แนวต้านสำคัญๆคือ ตรงจุดวงกลม เหลือง กับ แดง เส้นเทรนด์ไลน์ สีฟ้าข้างบนนั้นกดมาใกล้ครบปีละครับ เบรกตรงนี้ได้ถึงจะสำคัญ ถ้าไม่งั้นก็เล่นสวิงกันไป

ทองเป็นอีกตัว เด้งได้จากคืนหมาหอน เดี๋ยวไปดูอีกอันที่ เป็นตัวที่ได้รับผลลบจาก คืนหมาหอนนี้บ้าง เงินดอล


#กราฟทอง แบบสั้นๆ ตีบ่อยมากแล้ว มาดูที่ยาวขึ้นอีกนิดกราฟวัน สมมุติฐาน รอบก่อนของเราคือเด้งไป {4} เพื่อลงมา {5}

ในตอนที่ลงแบบนี้ ขอเพิ่มสมุติฐานอีกตัวคือ จังหวะไป {4} นั้นอาจจะเป็นเวฟที่ 1 ของขาขึ้น ซึ่งสมมุติฐานนี้ จะสวยคือ ลงมาแล้วไม่หลุด 1280 แถวๆที่วงกลมสีเหลือง ไว้นั้นแหละครับ

ถ้าหลุด ก็น่าเชื่อว่าจะลงไปใกล้ low ที่ {3} หรือ ไม่ก็ new low ซึ่งเป็น {5} ไปในตัว

เมื่อดู macd มันเหมาะมากที่จะลง {5} จะได้เห็นกันชัดๆอีกทีว่า คนไม่อยากขายมากกว่าโลว์ที่แล้วแค่ไหน (divergence ให้เห็นอีกที จะเป็นการ ชี้ให้เห็นว่า โอกาสลงต่ำกว่านั้นน้อยลงเรื่อยๆ คนถือยาวเก็บก็จะสบายใจกว่าครับ)

วิเคราะห์ ค่าเงินบาท ในช่วงนี้กันหน่อย


เมื่อยังไม่ลด qe ปุ๊บ ก็แสดงว่าอย่างน้อยเดือนหน้าจะมีเงิน usd เพิ่มเข้ามาอีก เงิน usd เลยอ่อนหนัก (ซึ่งมันก็หมายความว่าเงิน usd อ่อนนะ เงินบาทเราแข็งขึ้นหรือเปล่านี่อีกเรื่องหนึ่งต้องดูรายละเอียดอย่างอื่นพวกฝรั่งเข้ามาซื้อของบ้านเราแค่ไหนประมานนั้น)

   
แนวรับตอนนี้คาอยู่ที่เวฟ 4 เลย มี ema 200 รองอยู่ต้องเทสที่นั้นสักนิด ตรงนี้เป็นการสะท้อนเงิน usd ที่อ่อน พอฝุ่นพานิคหายตลบเมื่อไหร่ ลายมันจะออกละว่า เงินบาทไทยจะแข็งขึ้นเพราะฝรั่งเข้าไหม

ถ้าหลุดลงตามศรเขียวนั้น ได้ แนวต้านต่างๆของหุ้นก็อาจจะโดนแหกไปด้วย เพราะฝรั่งเอาจริงครับ

ดังนั้นก็แช่งเงินดอลกันนะครับ 555


QE กับสถานการณ์ สินทรัพย์โลก

qe เป็นเหมือนเสตียร์รอยด์ ที่ฉีดใส่สินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก มันไม่ได้ทำให้ทิศทางเปลี่ยนไปไหนเลยนะ มันแค่ทำให้ทุกอย่างเป็นไปเร็วขึ้น
เช่นเด้งจากแนวรับที่ควรจะเป็นเร็วขึ้นแทนที่จะเทสต่อให้ทุกอย่างกระจ่าง หรือหลุดลงไปเร็วขึ้น แทนที่อะไรจะกระจ่างเหมือนกัน

   
เดี๋ยวพอพานิคเริ่มซา มันจะปวกเปียก คนที่คลั่งเข้าใส่ถ้าไม่เซฟตัวเองและกลับเข้าสู่ความจริงเร็วๆ ระวังไว้นิดก็ดีนะครับ

ทัศนคติ ต่อ qe รายวัน จนเห็นอะไรก็เอา qe เป็นต้นเหตุทั้งหมด ที่ออกตามสื่อต่างๆทีวงทีวี เว็บซ้งเว็บไซท์ มันตลกจริงๆ ครับ อย่าไปเชื่อจนไม่เป็นตัวของตัวเอง ฟังไว้เป็นข้อมูลพอ

ผมเคยบอกแล้ว เราคาดการณ์ทัศนะคติ คนแสนคนได้ แต่ว่าอย่าไปคาดการณ์ ทัศนคติ แค่ของลุงเบน กับเพื่อนๆของเขา เพราะสิ่งนั้นมันไร้ประโยชน์ มัน 50/50 มันเดา มันเป็นตุเป็นตะ แล้วมันก็หน้าหงายกันมาหลายครั้งแล้ว ครั้งล่าสุดนี้ก็เงิบกันทั่วโลกจริงไหม

มันไม่ใช่เกมส์ของเรา เราจัดการเดาว่าเขาจะเอายังไงไม่ได้ เหมือนที่เคยบอกในบทความก่อนหน้านี้ว่า เราจัดการที่ตัวเราได้

พอข่าวเรื่องไหนดังอย่าคลั่งจนลืมแนวทางของตัวเอง

คำเตื่อน จากคนเทรด ออแกนิค ไม่ชอบเสตียร์รอยด์ ไม่ชอบสารเคมีไดๆทั้งสิ้น มันฉีดมากรูดูก่อนเอาแช่น้ำให้สะอาด เกมส์ของตัวเองมาค่อยจัดเข้าปาก

วิเคราห์หุ้น set index วันนี้

แนวรับตอนนี้คือ 1450 1420 ตามลำดับ การซื้อขายไม่ออกแนวไล่ราคานะ ออกข่าวมากระตุ้นเปิดแก็พ แล้วนิ่ง กระตุ้นแล้วนิ่ง macdo นั้นเลยไม่พุ่งไปตาม

   
อาการแบบนี้เรียกว่าไม่ใช่ความอยากของตลาดโดยรวม ช่วงที่แรเงาเป็นช่วงเสตียรอยด์ที่ว่า สังเกตุกันดูว่า มันอยู่ช่วงไหนกำลังเป็นยังไงเอานะครับ อาการแบบนี้ไม่อยากปากเสีย