วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

การใช้ ฟิโบนัคซิ fibonucci มันใช้ยังไง และทำไมมันถึงเชื่อได้

มีคำถามคาดคั้นจากเพื่อนฝูง ถึงการใช้ ฟิโบนัคซิ fibonucci มันใช้ยังไง และทำไมมันถึงเชื่อได้ (คือถ้าพูดแบบเพื่อนฝูงกันก็คือ ทำไมกูต้องเชื่อว่ามันได้ผล)

คำตอบคือ มันเชื่อไปเลยไม่ได้นะ ถ้าหวังว่าจะใช้มันเป็นจุดตัดสินใจเข้าซื้อ หรือขายเลยน่ะ แกเชื่อมันเท่ากับแกเดาสุ่ม แต่ยังดีหน่อยที่แกสุ่มแบบมีขอบเขต อาจจะฟลุ๊คถูก เหมือนการลากเส้น fibo retracement จาก สูงสุดไปต่ำสุด ที่สงสัยกันมากว่าบางทีชนก็เด้งจริงบางที่ก็ไม่เด้ง

ถ้าอยากใช้ได้ผล อยากรู้ว่าเส้นไหนเราควรให้ค่าให้น้ำหนักมันมาก มันต้องใช้อย่างอื่นด้วย

ฟิโบนัคซิมันเป็นจุดที่คนใช้ในการระวังเนื่องจากเริ่มแรกเลยมันเป็นสิ่งที่มนุษย์สังเกตุธรรมชาติ และได้ผลลัพธ์เป็นสัดสวนนี้ในหลายๆสิ่ง แล้วเชื่อว่าเมื่อเรารับรู้สิ่งต่างๆที่เป็นสัดส่วนนี้ แล้วมันจะส่งผลต่อจิตใจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ยกตัวอย่างนะ

สัดส่วนของคน ไม่ว่าใบหน้าหรือแขนขา สำหรับคนที่พวกเราคิดกันว่าสวยหล่อ หุ่นดี ไปจนถึงเหมาะสำหรับเป็นพ่อเป็นแม่ของลูก คือเห็นแล้วรู้สึกว่ามีพันธุกรรมดีนั้น พอไปวัดแล้วมันได้สัดส่วนกว้างยาวในแบบฟิโบนัคซี่

ส่วนคนที่ผิดสัดส่วนไปนั้น เราเห็นแล้วรู้สึกหนักใจมากกว่าจะสบายตา

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสิ่งอย่างนับไม่หมดไม่ถ้วนในธรรมชาติ ในจักรวาลนี้เลยด้วยซ้ำ การเรียงตัวกันของเกสรดอกไม้ ปกติเรียงแบบฟิโบนัคซี่ เราจะเห็นมันสวยงามน่ามองสบายใจ ถ้ามีดอกไหนมีเกสรเกินมาสักแถวสักเม็ด เราจะรู้สึกเลยว่าดอกนี้มันไม่ปกติ อาจจะเป็นดอกพิการหรืออะไรก็แล้วแต่ซึ่งทำให้เราไม่สบาย

ในราคาหุ้น เราใช้มันร่วมกับ elliott wave ใช้ยังไง ง่ายๆอย่าไปคิดมาก ใช้ดูว่าถ้าเวฟ 1 มีขนาดเท่านี้ แล้วเวฟ 2 ได้ขนาดเท่านี้ ในเวฟ 3 มีจุดไหนบ้างที่ไปถึงแล้ว คนจะยังสบายใจกับมันอยู่ ไม่ใช่สบายใจกับรูปกราฟนะ สบายใจกับ ผลกำไรที่จะได้เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ราคามันได้วิ่งขึ้นมาแล้ว ในขาลงก็เช่นกัน ราคามันลงมาจนถึงจุดที่โดนใจแล้ว มันต้องเริ่มหยุดเพื่อเทสว่าจะลงอีกไหม

ดังนั้นเวลาที่ราคาไปถึงจุด ฟิโบนัคซิที่สำคัญ เมื่อวัดจากเวฟที่เป็นต้นทุน มันต้องมีการเทส ว่ายังไปต่อไหม ดังนั้นเวลาราคาไปชน มันต้องมีอาการออก ไม่ว่า ชนแล้วหยุดหรือย่อ ในขาขึ้นที่ไปชนแนวต้าน หรือไปชนแล้วหยุดหรือเด้ง ในขาลงที่ไปชนแนวรับ

มันต้องหาความมั่นใจก่อนทั้งนั้น!

มีทุนเท่านี้ ถ้าราคามันขึ้นไปถึงตรงนี้ มันจะยังสบายใจหรือ เริ่มไม่สบายใจที่จะถือหรือยัง คือสิ่งที่เป็นต้นเหตุผลเดียวกันกับที่เรา เห็นคนหน้าตาสมส่วน fibo แล้วรู้สึกว่าสวยหล่อสบายใจสบายตาที่จะมอง แล้วพอไปเห็นคนหน้าตาเบี้ยวๆบิดๆ แล้วรู้สึกถึงความผิดปกติ ไม่เป็นธรรมชาติ ของคนเรานั้นแหละ

ทุนของคนที่มีผลกับตลาดมักอยู่ที่เวฟแรกๆทั้งนั้น แต่อาจจะเป็นเวฟแรกๆของเวฟ สาม หรือของเวฟ ห้า หรือเวฟ หนึ่ง ก็แล้วแต่แผนแต่ไม้ ที่เขาเข้า มันจะมีเวลาที่เขาสบายใจที่จะถือรอดูอยู่ทั้งนั้น

คำถามต่อไป ถือรอดูอะไร ?
ก่อนจะตอบคำถามนี้ เราขอถามนายว่า มนุษย์ทุกคนต้องแต่งงานกับคนที่หน้าตาสวยหล่อ และเชื่อว่าคนสวยหล่อนั้นๆ เป็นคนดีที่น่าอยู่ด้วยไหม คำตอบคือไม่ใช่ไหมละ

มันมีอะไรหลายอย่างที่เราต้องดูด้วยจากคนสวยคนหล่อพวกนั้น นายคงไม่อยากแต่งงานกับคนสวยแบบลำยองหรอกจริงไหม

แต่นายปฏิเสธไม่ได้ที่เดินผ่านลำยองแล้วต้องเหลียวหลังมอง และคิดว่าถ้าเขาเป็นภรรยาจริงก็คงดี ใช่หรือไม่

อย่างที่บอกไปแต่แรก ฟิโบนัคซิเป็นจุดใช้ระวังเป็นจุดที่เห็นแล้วต้องหยุดดูว่างั้นเหอะ การระวังนี้เราระวังอะไร ก็ระวังรอดูคนอื่นไงว่าเขาคิดยังไง ไปเจอต้านนี้แล้วไม่ค่อยมีคนไล่ซื้อแล้วก็คงต้องเริ่มวางแผนปล่อย หรือไปถึงรับนี้แล้วไม่ค่อยมีคนไล่ขายแล้วก็คงต้องเริ่มวางแผนซื้อในทางตรงกันข้ามนั้นเอง

การดูว่าคนอื่นคิดไง อันนี้ก็ไปดูเรื่องโมเมนตั้ม (ไม่อธิบายตรงนี้หาอ่านดูครับช่วงนี้เขียนเรื่องนี้เยอะมากไล่ๆลงไปดูยังไม่มีเวลาเอาลงบล๊อกสักที)

จะเห็นว่าจะแต่งงานกับสาวงามก็ยังต้องดูนิสัย จะเลือกซื้อขายหุ้นราคางามๆ ก็ยังต้องดูแรงดูสถานการณ์ประกอบ

และเราก็เตือนนายๆเพื่อนในเพจเราแบบความหวังดีของเพื่อน เวลาศึกษาหรือ่านหนังสือ อย่าเพิ่งเชื่อ และยิ่งอย่าเพิ่งเชื่อแบบสิ้นเชิงถ้านายยังเพียงแต่แค่ฟังเขามา ไม่ว่าคนที่บอกจะยิ่งใหญ่เป็นเทพเจ้ามาจากไหน มันไม่ได้การันตีว่าสิ่งที่เขาทำหรือพูดนั้น "จะใช้ได้ผลกับนายด้วย" ให้นายใช้เวลาศึกษา จนมันคิดได้เป็นคำ เป็นนิยามจากปากนายเอง

นั้นแหละมันคือสมองนายย่อย องค์ความรู้แล้ว ถึงตอนนี้ จะไม่ต้องมีใครมาบอกนายว่านั้นถูกหรือผิด เพราะมันไม่สำคัญเลย แต่สิ่งที่นายจะได้ นายจะรู้ว่านายต้องใช้อะไรเวลาไหน เหมือนนักมวยไทย เขาไม่ได้คิดหรอกว่าพอเข้าวงในต้องกอดคอตีเข่า มันมาอัตโนมัติ จากการฝึกฝนและการเรียนรู้จนองค์ความรู้โดนย่อยเป็นหนึ่งเดียวพร้อมใช้แล้ว

ไอ้พี่เลี้ยงข้างล่างเวทีก็แหกปากไปงั้นแหละ นักมวยบนเวทีไม่ได้ยินหรอก ให้สอนข้างเวทีแบบแหกปากเสียงดังแค่ไหน ถ้านักมวยไม่ฝึกมาดีมันไม่รอดหรอก

เมื่อไปถึงตรงนั้นนายจะเห็นว่าตำรา หนังสือ หรือ สิ่งที่เขาว่า มักมีความตลกจำนวนมากแฝงอยู่

สุดท้าย เราถามนายบ้าง นายงงตรงนี้มากี่ปีละ
ตอบ ก็เป็นปีๆแล้วละเพื่อน เราไม่ค่อยมีเวลาศึกษาเหมือนนายเลย
งั้นเราแนะนำให้นายให้เวลากับมันศึกษามันโดยเอาเวลาที่ งง มา 1 ปีนั้น คูณด้วยตัวเลข 32.8% 61.8% 1.618% 2.618%...... ไปเรื่อยๆจนกว่านายจะพอใจและสบายใจที่ยังศึกษาอยู่

วันนั้นนายอาจจะพบอะไรบางอย่าง ว่าโมเมนตั้มของความอยากรู้ของนายไม่เคยลดลงเลย ยิ่งไปไกลยิ่งรู้สึกว่าไม่รู้ แล้วมันก็จะยิ่งอยากรู้เพื่อนเอ๋ย

การใช้กราฟที่มีสเกลแบบ linear หรือ log แตกต่างกันอย่างไรอันไหนควรใช้ตอนไหน

การใช้กราฟที่มีสเกลแบบ linear หรือ log แตกต่างกันอย่างไรอันไหนควรใช้ตอนไหน อันนี้ไม่ค่อยมีคนพูดถึง ที่จริงเป็นเรื่องสำคัญมาก

โปรยไว้ก่อนว่า รายะจาก 1-20 กับ ระยะจาก 100-120 มีระยะเท่ากัน แต่ความหมายเป็นเปอร์เซนต์ไม่เท่ากัน

ดังนั้นการตั้งค่ากราฟ จะต่างกันตามแต่ช่วงนั้นๆเมื่อเทียบกับอีกช่วงหนึ่งห่างกันอย่างไร

ไว้เดี๋ยวว่างแล้วจะมาเขียนละเอียดครับ

ความสัมพันธ์กันของเงินบาทกับเซท แบบไม่ต้องดูราคา ดูแรงมันอย่างเดียว

อันนี้บอกไว้ก่อนเป็นมุมมองของคนที่คิดอิงว่าทุกอย่างมันคือการเก็งกำไร ไม่ได้คิดว่าการที่หุ้นขึ้นพรวดพราดหรือลงฮวบๆ ในช่วงสองสามปีนี้คือ เศรษฐกิจเมืองไทยมันดีขึ้น หรือแย่ลงแล้ว คิดในแง่ที่ว่าราคาพวกนั้นไม่ว่าขึ้นหรือลงคือเก็งกำไรล้วนๆ ดังนั้น เมื่ออ่านไปแล้วก็เอาไปหารไปลบ ออกตามแต่ทัศนคติรวมๆที่ท่านมีต่อตลาดของใครของมันนะครับ


ความสัมพันธ์กันของเงินบาทกับเซท แบบไม่ต้องดูราคา ดูแรงมันอย่างเดียว ดูแบบนี้เพื่อให้เห็นลักษณะการเดินของมัน และ ช่วยให้โดนราคาหลอกได้น้อยลง จะเห็นว่ามันแปลผกผันกันแบบเห็นได้ชัด ในอัตรส่วนที่ใกล้เคียงกัน

ค่าเงินไม่ได้มีแต่ฝรั่งที่เล่น แต่พวกคนที่เล่นมีส่วนผลกับทิศทางของราคามากกว่ารายย่อยทั่วไป

นั้นคือส่วนที่ชี้ให้เห็นว่า

1 เพราะเรามีฝรั่ง การเก็งกำไรค่าเงินบาททั้งจากฝรั่งและคนอื่นๆ กับ การเก็งกำไรเซท จึงสัมพันธ์กันแบบแทบแยกไม่ออก

2 ถ้ายอมรับว่าข้อ 1 มีเค้าความจริง งั้นก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าต้องจับตาค่าเงินบาทถ้าเล็งหุ้นอยู่ หรือถ้าเล็งเงินบาทอยู่ก็คงต้องจับตาหุ้นไปด้วย

3 ถ้าเราคิดว่า ตอนนี้เงินไปอยู่ที่สินค้าตัวไหน เราก็อาจจะให้สินค้าตัวนั้นเป็นตัวหลักที่ต้องจับตา เพราะถ้าเขาพอแล้วจากสินค้าตัวนั้น คือมันยากที่จะไปต่อแล้ว เขาก็คงต้องโยกเงินไปที่สินค้าอีกตัวที่น่าสนใจกว่า (และสำหรับสินค้าตัวต่อไปนั้นมันอาจจะเป็นหุ้นไทยหรือไม่ก็ได้)

เช่นช่วงที่ผ่านมา เงินมันออกจากหุ้น และดูเหมือน ว่ามันไปอยู่ที่เงิน us ซึ่งทำให้เงินบาทอ่อน ดังนั้นถ้าค่าเงินยังไปไม่ถึงจุดที่มั่นใจมากๆว่าต้องกลับตัว เซทก็คงยังหวังยากว่ากลับตัวเลยด้วยเหมือนกัน

ถ้าสมมุติว่ามีรอบขาขึ้นรอบต่อไปของเซทหลังจากนี้จริง จะยิ่งเป็นช่วงที่จะต้องจับตามองเงินบาทอย่าให้คลาดสายตา เพราะว่าค่าเงินบาท มันจะแข็งไปกว่านั้นได้ลำบากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าช่องทำกำไรมันแคบลงเรื่อยๆ ทั้งจากเงินบาท และเซท มันอาจจะกลับทางกันแบบสมบูรณ์ คือประมาณว่าตอนนั้นเงินบาทอ่อนยาว เซทก็ลงยาว แล้วมันก็วนไปเกิดช่องใหม่ให้เก็งกำไรอีกที

สมัยก่อนนานมากๆแล้วคนคนหนึ่งเกิดมาอาจจะได้เจอรอบใหญ่แค่รอบสองรอบ

โลกนี้เปลี่ยนไปแล้ว มันเร็วขึ้นมากนะครับ เมื่อก่อนรอบอาจจะใช้เวลานานตั้งแต่เริ่มจนจบ แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยีมันไปไกล อะไรๆมันเร็วขึ้นรอบมันเลยเร็ว คำสั่งแค่คลิกเดียวมันก็ไปทั่วโลกแล้ว

และเทคโนโลยีนี่แหละจะยิ่งทำให้โลกนี้เป็นโลกของการเก็งกำไรยิ่งขึ้นเรื่อยๆ(อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวไร้ซึ่งเหตุผลอันไดรองรับ)

ถ้าอยู่ในเกมส์แล้วไม่คิดไม่สังเกตุแล้วแปลกใจ หรือตั้งข้อสงสัย อันไดเลย อาจจะอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

ไม่มีตำราเล่มไหนวิเศษเท่ากับความขี้สงสัยของเราเอง

จบห้วนๆ ไหมละ 5555



วิเคราะห์หุ้น บ้านปู banpu

#banpu แบบภาพกว้างๆละเอียดๆเคยโพสไปแล้วและผมหาไม่เจอละ(ช่วงนั้นคอมเจ๊งหายหมด) อันนี้เอาภาพ ใกล้ๆนี้ก่อนว่าเราลุ้นอะไรกันอยู่นะครับ

ตั้งสมมุติฐานเลยว่า ราคาจาก 22-34.14 นั้นเป็น เวฟแรกของขาขึ้น ตรงนี้จะยังสวยควรมีลักษณะ ประมานนี้

1 ไม่หลุด26 บาท หรือ เส้นเทรนด์ไลน์แนวรับที่ตีไว้ในกราฟนั้น หรือแถวๆ เส้นแนวนอนสีแดงนั้น สามอันนี้ถ้ารู้จักใช้มันปรับพอร์ทตามได้เป็นไม้ๆตามลำดับ ถ้าแถวๆนี้ไม่หลุด ก็ได้ลุ้นแนวต้านหลักที่ยอดที่เราวางสมมุติฐานว่าเป็นเวฟ 1 นั้นแหละครับถ้าเบรกตรงนั้นได้ ถึงสวย ถ้าเบรกได้ macd ของกราฟ week คงพ้นน้ำด้วย นั้นแสดงว่าช่วง สามเดือนที่ผ่านมาคนขายน้อยลงกว่าช่วง หกเดือนครึ่งที่แล้วมาก

2 ถ้าหลุดข้อ1 และทำ new low ด้วยแล้วถือว่า กระบวนการหาสมมุติฐานว่าเริ่มก่อตัวขาขึ้น หรือยัง ก็ต้องไปเริ่มใหม่

ข้อสังเกตุอย่างหนึ่ง เวลาเจอ bullish divergence หลายๆครั้ง ของสินค้าที่ลงมายาวๆ หรือสินค้าที่เน้นเก็งกำไรมากๆ ในไทม์เฟรมย่อยๆ มันมักจะบีบ ไดเวิอร์เจนซ์เรื่อยๆไปจน macd ใกล้ 0 โน้นเลย

ถ้าแบบนี้เราลากเทรนดไลน์รอง macd ที่มัน ไดเวอร์เจนซ์ตรงนั้นไว้ ถ้าเบรกขึ้นเหนือน้ำจะสวยและแรง แต่ถ้าเบรกเทรนด์ไลน์ ที่เราลากไว้ลงมาก็มักจะลงแรงเหมือนกัน คือไปหาแนวรับราคาอันต่อไปเลย

ตรงนี้ลองสังเกตุกันใหนหุ้นหลายๆตัวดูนะครับ

เรื่องจำนำข้าว เรื่องช่วยเหลือเกษตรกร กันอีกสักที

ผมพยายามพูดเรื่องจำนำข้าว จะพยายามลงไปถึงเรื่องฝักเรื่องฝ่ายให้น้อยที่สุด แต่ละฝ่ายมีข้อดีข้อเสียของตัวเอง อันนี้คืออิสรภาพที่ทุกท่านจะเลือกชอบหรีอไม่ชอบ หรือชอบทั้งสองฝ่าย หรือไม่ชอบทั้งคู่ ก็ได้

สำหรับโครงการรับจำนำข้าวนี่ แว้บแรกผมก็แอบลุ้นนะว่ามันจะดี คือคอนเซปมันพอได้นะ ฝ่ายนี้เขามักมีอะไรแปลกๆที่ออกจะฉูดฉาด ให้เราๆคิดสงสัยกันว่ามันจะทำได้จริงหรือว้า เอาเข้าจริงนโยบายนี้ดูดีนะ ดูดีกว่าโยนเงินไปทิ้งเป็นปุ๋ยแบบโครงการก่อนหน้านั้น

ข้อดีของมันข้อนึ่งคือได้ข้าวมาจัดการเอง ซึ่งการมีสินค้าด้วยในจำนวนมากนี่ทำให้เราคุมเกมส์ได้ง่ายขึ้น การโยนเงินลงไปก็อาจจะไม่เสียเปล่าเพราะข้าวที่ได้มาถ้าจัดการได้ดี ก็เรียกเงินกลับคืนได้ ถ้าเจอมือจัดการเทรดเก่งๆดีไม่ดีได้กำไรเลยด้วยซ้ำ

แต่ก็อย่างที่เราได้รู้กันไปแล้ว ไม่รู้ไปไงมาไงตอนท้าย คนจัดการดันทำให้มันกลายเป็นข้อเสียของโครงการไปซะงั้น พันคอตัวเองจนหายใจไม่ออก เป็นเหตุให้

"รัฐนี้กำลังติดดอยข้าว"

ส่วนตัวนั้นผมยังคิดเหมือนเดิม การแก้ปัญหาการขาดทุนของเกษตรกร ไม่ต้องไปอุ้ม ไปโอ๋เกษตรกร ไปรับจำนำหรือประกันราคาห่าเหวอะไรหรอก

ต้องให้เขาเริ่มเรียนรู้สิ่งที่โลกเป็นและทิศทางที่โลกกำลังไป ไม่ใช่ฝืนเดินสวนทางไปโดยไม่ได้เรียนรู้สิ่งที่เป็นจริงๆเลย การไปโอ๋ก็เหมือนไปฉีดสเตียร์รอยด์ให้เขา ไอ้วันที่ได้ยาอยู่ทุกอย่างก็สดใส เจ็บไข้ได้ป่วยก็หายไปเป็นปริดทิ้ง เหมือนได้ยาเทวดา

แต่วันไหนขาดยาวันนั้นแหละจะแย่ลุกไม่ขึ้น และอาจจะมีอาการหนักกว่าเดิม

ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า นี่แหละคือทางออก ให้การปกครองส่วนท้องถิ่น มีเทรดเดอร์ตำบล หรือ อำเภอละคนไปเลย คอยประสานงานแจ้งข่าวสารราคาสินค้าล่วงหน้า

ชาวบ้านจะได้รู้ว่าปลูกอะไรตอนนี้อีกสามเดือนคุ้ม ถ้าเขาไปเลือกปลูกไอ้ที่มันไม่คุ้ม วันหน้าเขาก็จะรู้เองว่าทำไมยังจนอยู่

http://thaitraderblog.blogspot.com/2013/08/blog-post_27.html
อันนี้เป็นเรื่องตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่เขียนไว้เดิมนานละ

วิธีการแก้แบบจริงใจมันมีแต่ไม่ทำกัน เพราะการให้การเรียนรู้ มันมักไม่เข้ากันกับนโยบายที่ใช้หาเสียง คือมันไม่เตะตา โดนใจ เข้าใจง่าย แบบอะไรที่แจกเงินไปเลยอ่ะนะ

และ ณ ตอนนี้ แบบนี้แหละคือประชาธิปไตย แบบไทย คือประชาธิปไตยแบบใจร้อน ด่วนได้ ไม่มีความอดทนรอดู ประชาธิปไตยในสากลโลกนี้ มันต้องค่อยๆเติบโต เรียนรู้กันไป

ฟ้าลงผ่าเผาทุ่ง เพื่อให้ทุกอย่างเท่าเทียมกัน ทุกสิ่งอย่างค่อยๆงอกงามหลังจากนั้นอย่างใจเย็น คือสิ่งที่ธรรมชาติทำอย่างใจเย็นกับระบบของตัวเอง

ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบสเตียร์รอยด์แบบนี้แน่นอน

ปล ผมไม่ได้ต้องการจะเบลมแต่ฝ่ายนี้นะ อีกฝ่ายก็มีลักษณะดั้งเดิมที่แปลกประหลาด ไม่เคยคิดอะไรใหม่ๆสร้างสรรเหมือนกัน เรียกว่า

"ทำใจเกลียดฝ่ายหนึ่งไม่ลง แต่ผมก็คงทำใจรัก อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้เช่นกัน"

พูดเรื่องการใช้ MACD กับ MACDO ใน MACD HIST กันสักทีนะครับ


มาพูดเรื่องการใช้ MACD กับ MACDO ใน MACD HIST กันสักทีนะครับ ติดค้างมานาน อ่านหลายๆรอบถ้าไม่เข้าใจ อ่านให้จบซ้ำอีกแล้วจินตนาการตาม จะได้รู้ลำดับของมันว่าอันไหนหมายถึงอะไรเอาไว้ดูอะไรครับ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าคนอื่นเขาตีให้ใช้ยังไงอันนี้แล้วแต่ว่าเราเข้าใจมันในแง่ไหน ส่วนที่จะอธิบายนี้่เป็นแง่การตีความของผม ซึ่งลองแล้วก็โอเคเลย

เข้าเรื่องกันเรื่อง MACD คืออะไรผมเคยเขียนละเอียดแล้วไปหาอ่านกันในบล๊อกได้ ตอนนี้จะแนะนำคร่าวๆ เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์กันโดยเปรียบเทียบตามนี้นะครับ

กราฟราคา = ทวด
ema = พ่อ
MACD = หลาน
MACDO = เหลน

อธิบายตรงนี้ก่อนก็คือ ในการสร้าง ema ก็คือการเอาราคามาหาค่าเฉลี่ย โดยจะถ่วงน้ำหนักยังไงก็แล้วแต่ความเหมาะสม จึงสรุปได้ว่า ema คือลูกของกราฟราคา

MACD ก็คือการเอา ema มาสร้าง เพื่อดูว่าค่าเฉลี่ยของราคาช่วงนี้ เทียบกับช่วงก่อนนั้นเป็นยังไง ซึ่งก็คือลูกของ ema และเป็นหลานของ กราฟราคานั้นเอง

MACDO คือการเอา MACD มาสร้างอีกทีโดยเอา MACD มาหักออกจากค่าเฉลี่ย ของตัวMACD เองอีกที ซึ่งจะสรุปได้ว่า MACDO นี้ก็คือลูกของ MACD และเป็นหลานของ ema และเป็นเหลนของ กราฟราคา

จะเห็นว่า พ่อ หลาน เหลน ต้องมีการสืบทอดลักษณะบางอย่างมาจาก ทวดซึ่งก็คือกราฟราคา โดยที่สิ่งที่ทำให้มันแตกต่างกันออกไปนั้นคือ ช่วงเวลาในการดูครับ

ให้คิดง่ายๆแบบนี้นะครับ โดยปกติ ลูกจะอธิบายพ่อได้ดีที่สุด ดีกว่าที่ ลูกจะอธิบาย ปู่ หรือยิ่งแย่ไปใหญ่ถ้าจะเอาลูกไปอธิบายทวด เพราะอะไรหลายๆอย่างได้แปลงวิธีสร้างของมันไปมากแล้ว ลูกมักหน้าเหมือนพ่อมากกว่าปู่หรือทวด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้นตระกูลมันมาจากกราฟราคา มันจึงใช้อธิบายลักษณะของราคาได้ตามลำดับ

ต่อไปนี้จะเป็นการเรียงลำดับว่าอะไรอธิบายอะไรได้ดี

- MACDO อธิบายกำลังของ MACD ได้ดีและรวดเร็ว
- MACD อธิบายกำลังของค่าเฉลี่ยราคา ema ได้ดีและรวดเร็ว
- ema ก็อธิบายกำลังกราฟราคา ได้ดีและรวดเร็ว

เมื่อตีความออกมาเป็นคำพูดอีกทีคือ

- MACDO จะบอกว่า MACD น่าจะไปต่อหรือกลับตัวได้ดี
- MACD จะบอกว่าค่าเฉลี่ยของราคา ema ตอนนี้น่าจะไปต่อหรือกลับตัวได้ดี
- ema จะบอกว่าราคาตอนนี้น่าจะไปต่อหรือกลับตัวดี

เราจะเห็นว่าสัญญานตรงนี้มันมีระดับชั้นของมันที่เรา "ควร" จะใช้ในการพิจรณา โดยผมจะอธิบายตรงนี้ออกมาดังนี้

ให้ดูตามรูปนะครับ

1 ที่เส้นและลูกศรสีเหลืองบนรูปกราฟ เมื่อคุณเห็นสัญญาน divergence(กลับตัว) จาก MACDO นั้นหมายความว่า MACD ใกล้จะอ่อนซึ่งมันส่งไปถึงกราฟราคาระยะสั้น(ในขอบเขตการย่อหรือเด้งของ MACD รอบนั้น) มันน่าจะมี เด้ง หรือย่อ ขึ้นกับทิศทางหลักของราคา ถ้าเป็นแบบนี้ เมื่อคุณเข้าไปดูกราฟในไทม์เฟรมที่เร็วขึ้น คุณจะเห็นว่า ตัว MACD จะมี สัญญานการกลับตัว เช่นกัน "แบบนี้ให้ระวังในรอบสั้น"

2 ที่เส้นสีแดงๆบนรูปกราฟ เมื่อคุณเห็นสัญญานการกลับตัว จาก MACD นั้นหมายความว่า ค่าเฉลี่ยของช่วงนี้ได้เริ่มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อน ราคาก็มีสิทธิ์กลับตัว แล้วเมื่อคุณเข้าไปดูในไทม์เฟรมที่เล็กลง เส้น ema สองเส้น เส้นยาวกับเส้นสั้น ที่เป็นต้นกำเนิดของ MACD จะดัดกันให้เห็นครับ "แบบนี้ให้ระวังในรอบกลาง"

3 เมื่อคุณเห็นสัญญานจนละเอียดจาก สองข้อข้างบนแล้ว ทีนี้จะเป็นการวางเงื่อนไขเพื่อออก เงื่อนไขเพื่อออกผมเคยบอกหลายรอบแล้ว ว่าคุณจะใช้เทรนด์ไลน์ก็ได้ หรือถ้าชอบใช้ ema ก็ดีแล้วแต่ใครชอบอันไหนในที่นี้จะยกตัวอย่าง ema โดยที่ แล้วแต่ว่าคุณจะใช้ ema กี่วันตามแต่จะพิจรณา ซึ่งเงื่อนไขว่าจะเลือกใช้กี่วันก็คงต้องดูที่ทุน และ แผนในการออกของเป็นไม้ๆของคุณครับ ประเด็นการวางเงื่อนไขคือ ถ้าผ่าน สองข้อแรกมามันให้สัญญานว่ามันอ่อนกำลังเตรียมกลับตัวชัดแล้ว ต่อไปนี้คือคุณอาจจะวางกฏไว้ว่า ถ้ากราฟราคาลงต่ำกว่าเส้น ema ของเรา เราขาย เราใช้ ema เพราะมันบอกราคาได้ดีและเร็วที่สุด เพราะมันใกล้ชิดกันกับกราฟราคาที่สุด ema คือลูกของกราฟราคาอย่างที่บอกไปแล้วข้างต้น

สรุป
1 Macdo ให้สัญญานบอกการกลับตัวที่เร็วโดยบอกว่า การขึ้นมายอดนี้ของ Macd ใกล้กลับตัวหรือยัง
2 Macd ให้สัญญานบอกการกลับตัวของค่าเฉลี่ยราคา เป็นอีกชั้นที่จะช่วยคอนเฟิร์มข้อแรก
3 ค่าเฉลี่ย ema ในช่วงที่ "เกิดสองข้อแรกแล้ว" มันคอนเฟิร์มว่าต้องระวังมากๆแล้ว ถ้าตรงนี้โดนตัดลง คือการออกของตามเงื่อนไขแล้วครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วงงให้กลับขึ้นไปอ่านอีกเอาจนเข้าใจ อันนี้มันเป็นระบบอย่างง่าย จากค่าเฉลี่ย จริงๆ มันมีเหตุมีผลของมันที่สามารถนำไปใช้กันได้มันส์แน่ ทำความเข้าใจว่าแต่ละอันคืออะไรมีที่มายังไง ตัวของมันใช้อธิบายอะไร

คุณจะไม่ผิดหวังที่ได้อ่านบทความนี้แล้วเอาไปฝึกให้เข้าใจ

บางทีผมรีบเขียน ไอ้ที่คิดๆไว้ว่าจะใส่ลงไปให้อาจจะลืมแต่ถ้าคิดขึ้นได้จะมาลงต่อให้ที่คอมเม้นต์นะครับ

พรก ฉุกเฉิน อันนี้อาจเป็นสัญญานอะไรบางอย่างให้ต้องจับตา 21 มค 57

พรก ฉุกเฉิน อันนี้อาจเป็นสัญญานอะไรบางอย่างให้ต้องจับตา (ปกติผมแนะนำว่าอย่าไปสนข่าวการเมืองมากส่วนอันนี้ต่างกัน แต่ถึงยังไงก็ยังต้องทำไปตามแผนตามเงื่อนไขเหมือนเดิมนะ)

มุมมองของผมคือ พรก ฉุกเฉิน "อาจจะ" ทำให้มีข้อสรุปของการขัดแย้งทางการเมืองในหัวข้อปัจจุบันนี้ในเร็วๆวัน

ไม่ว่าในทางการเมืองนั้น ฝ่ายไหนจะได้จะเสียก็แล้วแต่อันนั้นเราไม่รู้(ผมไม่รู้และคงไม่เดา)

สิ่งที่เกิดกับตลาดตลอดมาคือ ตลาดชอบอะไรที่มันไม่คลุมเครือครับ จะชัดเจนว่าดี หรือชัดเจนว่าเลว อันนี้ตลาดชอบ และมันมักจะวิ่งไม่ว่าวิ่งขึ้นหรือวิ่งลง ตลาดจะหงอยๆถ้ามันยังคลุมเครือ หาข้อสรุปไม่ได้สักที

พรก ฉุกเฉินอาจจะมีส่วนทำให้เกิดความชัดเจนนี้ขึ้น อันนี้มองในแง่พี่น้องในตลาดหุ้นล้วนๆนะครับ ไม่ได้มองในตัวของการเมือง

พอมันชัดเจนแล้วมันจะกระทบกับลักษณะของตลาดในหลายมิติ แต่ทั้งนี้ ผมยังเชื่อเหมือนเดิมว่าไม่มีไรเปลี่ยนในตลาด แค่มันอาจจะเกิดเร็วขึ้นกว่าเดิมแค่นั้น

จากที่เรามีแนวรับแนวต้าน ที่รอไปเทส ถ้าคลุมเครืออยู่ก็ยังไม่ไปเทสสักที พอชัดเจนแล้วก็วิ่งเลยวิ่งไปเทส

มันเกิดเร็วขึ้นได้โดยทั้งนี้มักจะยังอยู่ในระบบที่ต้องเทสความมั่นใจเหมือนเดิม ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรที่จะทำให้ตลาดพร้อมใจกันเบรกไปโดยไม่ได้เทสความมั่นใจ เพราะตลาดที่ไม่ใช่ส่วนปั่นหุ้นหรือมีอันธพาลคุมเบ็ดเสร็จจริงๆมันจะเป็นตลาดของมวลชน ดังนั้น มันตัดสินใจเลยโดยไม่ดูว่าคนอื่นๆคิดยังไงไม่ได้

ตลาดหุ้นตอนนี้ และสถานการณ์ทางการเมืองตอนนี้ ถ้าคุณมัวแต่เซ็งจนลืมสังเกตุลืมศึกษาคุณจะพลาดเหตการณ์สำคัญ ในชีวิตจริงเงินจริง ที่จะช่วยสอนช่วยให้คุณมีประสบการณ์ที่หาได้ยาก

ผมกระดากปากที่บ้านเมืองเป็นอย่างงี้แล้วจะบอกกับทุกคนว่าคุณโชคดีที่จะได้ผ่านเรื่องแบบนี้ แต่ถ้ามองในแง่การเรียนรู้ อะไรแย่ๆร้ายๆ นั้นแหละคือสิ่งที่เราควรเจอ พอเจอแล้วมันจะเข็มแข็ง เราจะโตไปอีกขั้นนึ่ง

เสียดายผมโตไม่ทันตอนต้มยำกุ้ง