วันพุธที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์กราฟเซ็ท ประจำวัน ล่าสุดมาชิดแนวต้านสำคัญแล้ว

เข้าสู่แนวต้านสำคัญแล้วครับ สำหรับ #กราฟเซท ไล่ตั้งแต่แนวต้านเทรนด์ไลน์ สีชมพูนั้น จนถึง ตรงยอดเวฟ 1 เก่าคือ 1382 เป็นจุดที่ต้องระวัง

ถ้าผ่านได้ต้องแรงจริงๆ แรงเป็นพิเศษ

ยังไงก็เริ่มระวังๆกันบ้างนะครับ ถ้เบรกค่อยตามเต็มที่

วิเคราะห์หุ้นสิริ siri ตามที่ถามกันเข้ามาครับ

#siri 
วันนี้มาไล่ดูกราฟที่เพื่อนๆเพจ ถามค้างไว้ เพื่งถามบ้าง ถามค้างไว้นานแล้วบ้างขอมาตอบตรงนี้นะครับ (ช่วงนี้ผมค่อนข้างงานเข้าครับแต่เข้ามาดูตลอด)

สำหรับSIRI ต้องบอกไว้ก่อนผมไม่รู้ว่าธุรกิจเขาจะดีหรือจะแย่ต่อไปยังไง นะครับ ที่พูดตรงนี้คืออาการของคนที่เราอ่านได้จากกราฟว่าคนในตลาดทำอะไร และ รู้สึกยังไงต่อราคา ณ ตอนนี้นะ เข้าใจตรงกันนะครับ

ในส่วนของกราฟ ถ้าราคามันลงในอัตราส่วนมากแบบนี้ แนะนำให้ทำกราฟเป็นแบบ log นะครับ เพระอัตตราส่วนของการขยับของราคามันจะเปลี่ยน(ตรงนี้สำคัญว่าจะพูดตั้งนาน แต่ขอติดค้างรายละเอียดไว้อีกรอบนะครับ)

ตั้งแต่เริ่มขาลง นับเวฟก็จะประมาณนี้ เวฟ 3 ไปจบที่fibo 100 ประมาณนั้น ตรงนี้ทำไมถึงคิดว่ามันจบเวฟ 3 ไปดูที่ กรอบสี่เหลี่ยม A นั้นครับ

ผมแยกเป็นช่วงให้ดูว่าคนเขาคิดกันยังไง ช่วง A นี้จะเป็นช่วงเทกระจาด เป็นเวฟที่ 3 จะเห็นว่า MACD พุ่ง และโวลุ่มเยอะ มันคอนเฟิร์มกัน จบตรงนี้คือคนที่อยากขายเขาขายลงไปเยอะแล้ว ในขาขึ้นเราก็จะเห็นแบบเดียวกันนี้แหละ ในเวฟ 3ของขาขึ้น macd พุ่ง โวลุ่มเยอะ แต่ทิศทางตรงกันข้ามกับขาลงแค่นั้น พฤติกรรมบ่งบอกความรุนแรงของเทรนด์เหมือนกันครับ เมื่อราคาขึ้นไปเหนือเวฟ 3 ของขาขึ้นโดยปกติเราจำเป็นต้องเริ่มระวัง เพราะคนมันซื้อไปเยอะแล้ว

และในช่วงขาลงอย่างตอนนี้ จะสังเกตุได้ที่ ช่วง B ที่ตีกรอบไว้นั้น MACD ไม่ได้พุ่งลงเพิ่มขึ้นถึงแม้ราคาจะลง นั้นแสดงว่า ราคามันเริ่มลงแบบช้าลงเรื่อยๆ คือลงแบบมีคนกล้ารับนั้นเอง การลงแบบมีคนกล้ารับ มันเป็นไง ลองไปอ่านเรื่อง divergence หรือ เรื่อง macd ในบล๊อก หรือโพสเก่าๆที่ผมเคยโพสนะครับ

ราคาลงเรื่อยๆแบบมีคนรับ และดูโวลุ่มไม่มากแบบนี้ มันเป็นเพราะอะไร ก็เพราะคนในตลาดหลักๆ เขาขายไปตั้งแต่เวฟ 3 หรือ ที่ช่วง A ก่อนนี้เยอะแล้วไงครับ ตอนนี้คนที่ขายส่วนมากก็จะเป็นรายเล็กรายน้อย ขายไปเรื่อยเปื่อยวันละนิดละหน่อย ส่วนรายใหญ่นั้นเขาได้ขายส่วนที่ควรขายจนเกลี้ยงแล้ว เขาก็รอดูว่า พวกเม่าน้อยๆทั้งหลาย ขายจนหมดแรงหรือยัง ขายจนหมดแรงเป็นยังไง ก็คือ การที่คนรอรับเริ่มมีมากกว่า คนที่ตั้งขายนั้นเอง

ตั้งขายถูกลงอีกปุ๊บโดนช้อนเก็บปั๊บ อาการแบบนี้แหละคือขายจนไม่มีของจะขายแล้ว มันเป็นdivergence ค่าเฉลี่ย และ macd มันจะไม่ลงต่ำ เพราะ ราคาไม่โดนไล่แรงเหมือนตอนที่มีของจะขาย

พอไม่มีของจะขาย จะเกิดอะไรขึ้น คำตอบมีสองอย่าง อย่างแรกวิ่งออกข้างคือมีแต่คนเล็ง ปัจจัยบวกยังไม่มาชัดเจน เจ้มือยังเก็บไม่พออะไรเทือกนั้น และอีกอย่างก็คือเริ่มขึ้น คือขายจนไม่มีคนจะขายแล้ว ก็แสดงว่ามันกลับเข้าสมดุลแล้ว คนขายคนซื้อมีจำนวนพอๆกันหรือมคนซื้อมากกว่าก็วิ่งเลย

ไม่ว่าจะในขาลงหรือในขาขึ้น พอเจออาการแบบนี้ถ้าใครอ่านเพจนี้มานาน จะรู้เลยว่าผมจะบอกบ่อยๆเลยให้วางเงื่อนไข เพื่อเข้าในขาลง หรือออกในขาขึ้น โดยปกติผมชอบใช้ เทรนด์ไลน์ หรือใครชอบเส้ม ma อื่นๆก็แล้วแต่ถนัด

ลากเส้นที่เป็นแนวต้านของเทรนด์ไลน์ไว้ ถ้ามันเบรกก็ตามไปตามแผน แต่ถ้ไม่เบรกก็ปล่อยมันไป ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร

แผนในการเข้าคืออะไร แผนนั้นคือการจัดการหน้าตัก การออกแบบไม้ที่จะเข้าของใครของมันนั้นแหละครับ

เช่น ถ้าเบรกเทรนด์ไลน์เส้นใกล้นี้เข้า 1 ไม้ ถ้าเบรกเส้นถัดไป เข้าอีกสองไม้ ถ้าต้านถัดไปไม่ผ่าน ก็จัดการเซฟตัวเองตามแต่แผนใครแผนมัน

โดยรวมของ Siri อยู่ในช่วงปลายเวฟ 5 ขาลง ถ้าทุกอย่างคอนเฟิร์มว่ามันจบเวฟ 5 แล้ว ยังต้องมีเทสอีกว่า 5 เวฟขาลงที่ผ่านมานี้เป็นเพียงเวฟย่อยของ เวฟ a ของขาลงหรือเปล่า เพราะงั้นจุดเทสจะมีอีกเยอะกว่าจะแน่ใจว่ากลับตัวจริง

ผมเคยพูดว่า siri ยังเป็นขาขึ้น คนหลายคนหัวเราะ ว่าคุณคิดได้ยังไง ราคาลงมาจาก ห้าบาทกว่า เหลือสามบาทนี่นะขาขึ้น ซึ่งผมก็อธิบายไป ว่าไม่เถียงว่า ตรงห้าบาทกว่าลงมาสามบาทนั้นเรียกว่าขาลง

แต่เทรนด์ใหญ่มีเทรนด์เล็กซ้อนอยู่ครับ ถ้าเราถอยห่างออกไปดูไกลๆ เราจะเห็นครับ เวลาดูกราฟ อย่าไปดูไทม์เฟรมเดียว ดูให้ครบ ทั้งกว้างทั้งเล็ก

สุดท้าย ลองเปิดกราฟมองภาพใหญ่ (รูปถัดไปนี้แหละ)เอากราฟสัปดาห์ก็ได้ โดยเวลาเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงแฮมเบอร์เกอร์เป็นต้นมา ราคาตอนนี้ชิดเส้นเทรนด์ไลน์แนวรับ ของ "ขาขึ้น" พอเรามองตรงนี้ เราจะเห็นว่า ที่ลงมาเยอะๆนั้น มันไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติบ้าบออะไร เพราะตอนมันขึ้นไปเยอะๆ คุณจะแกล้งลืมมันไม่ได้ ราคาไปไม่ผ่านต้านก็ลงมาเทสแนวรับ ถ้าแนวรับเอาอยู่ก็ไปต่อ เอาไม่อยู่ก็เผ่น มันมีแค่นั้น

เทรนด์ใหญ่มีเทรนด์เล็กซ่อนอยู่ เทรนด์เล็กก็มีเทรนด์ที่เล็กกว่าซ่อนอยู่ครับ

วิเคราะห์หุ้น advanc

#advanc ช่วงนี้หลังไมค์ ของหุ้นที่ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเมืองเข้ามาถี่ คิดว่าการเมืองจะทำให้มันลงไปแค่ไหนเยอะไหมมีคำแนะนำยังไง

มาเช็คกราฟแล้วก็คิดว่าถ้าที่ลงตอนนี้ของ advanc มันเกี่ยวกับการเมือง ก็ถือว่ามันเหมาะเจาะมาก(โดยส่วนตัวผมไม่สนข่าวและคิดว่ามันไม่เกี่ยวกันหรือถ้าเกี่ยวก็น้อยมาก เฉพาะรายย่อยแค่นั้น) ในกราฟแสดงให้เห็นว่ามันชนต้านพอดี พอชนไม่ผ่านมันก็ย่อแค่นั้นเอง เราเห็นอาการแบบนี้ในทุกสินค้าตามตำราเป๊ะ จึงทำให้ไม่คิดว่าที่ราคาลงมานี้มันเกี่ยวกับข่าวที่ว่ามันเป็นของทักษินสักนิด

ส่วนแนวรับตอนนี้คือ 200 ตรงราคานี้จะมีขนาดเป็น การย่อ 61.8% ของขนาดที่ขึ้นมาจาก 5iii - 5iv ถ้าตรงนี้ไม่หลุดจะตีว่าจบเวฟ 5 แล้วเตรียมเป็นขาขึ้นก็ได้โดยแนวต้านก็จะไปอยู่ที่แถวๆ 222 แต่ถ้าหลุด ก็มีสิทธิ์ ลงไปถึงทำนิวโลว์

ซึ่งถ้าถึง นิวโลว์ ดู macd ดีๆ ถ้าไม่เกลียดทักษินมากจนเกินไปก็ถือว่าน่าจับตามองนะ มีโอกาสเกิด divergence ในระดับวันได้



จังหวะของมันก็สอดคล้องกันกับเซท โครงกราฟ set กับ advanc หรือหุ้นตัวนำตลาดอีกหลายๆตัว แทบจะเหมือนกัน
(ซึ่งก็แน่อยู่แล้วเพราะมันเป็นกลุ่มนำตลาด)


#true ก็วิ่งตามกรอบของมันมาเป็นเดือนแล้ว ไม่มีอะไรแปลกไปกว่านั้น
ส่วน #intuch เหมือน น้าแอด เปี๊ยบ

เพราะงั้นน่าจะใช้เครื่องมือเดิม คิดคล้ายๆเดิม ใครชอบพื้นฐานก็ดูไปแนวเดิม ใครชอบ เทคนิค ก็เดิมไปตามปกติ

ข่าวฟังบ้างก็ดี แต่อย่าเอามันมาเป็นตัวตัดสิน น่าจะปลอดภัยกว่า

#dtac ก็ไม่มีอะไรต่างกับ advanc มากนัก แค่เพิ่งถึงต้านและกำลังเทสแนวต้านนี้ ถ้าไม่ผ่านก็คงจะไปในทำนองเดียวกันกับ advanc

bitcoin จะเกิดจริงเหรอ ถ้ามันจะล่มจะล่มเพราะอะไร ลองมาอ่านกัน

มีคำถามหลังไมค์มาเรื่อง bitcoin มาลองอ่านกันแบบบ้านๆ เอาแบบว่าถ้ามันจะเกิดสิ่งที่มันต้องมีน่าจะมีอะไรบ้าง

อันนี้เอาสั้นๆก่อน 

ถามว่า เทียบกับเงินปกติ พี่ว่ามันมั่นคงไหม อนาคตมีโอกาสเอามาใช้จริงป่าว
ตอบว่า เรื่องอนาคตมีโอกาสเอามาใช้จริงไหมนี้ไม่ฟันธง ถ้าโลกมนุษย์ ในอนคตกลายเป็นสถานที่ในฝันแบบ โอลิมเปีย อะไรแบบนั้นก็คงเป็นไปได้ เลย ด้วยเพราะข้อจำกัดมันมีเยอะอยู่ เช่น bitcoin มีสินค้ารูปแบบอื่นค้ำประกันเหมือนเงินปกติไหม เงินปกติอาจจะมี ทอง รัฐประเทศ ธุรกิจ หรือแม้แต่ระเบิดนิวเครียร์ ค้ำประกัน ว่าถ้าเงินปกติเจ็ง สิ่งค้ำประกันพวกนี้ยังพอจะทำให้เราอุ่นใจว่าจะมีการชดใช้บ้างจริงไหม นั้นคือเหตุผลที่เงินปกติมีชีวิต เพราะความเชื่อมั่นล้วนๆ เชื่อมั่นในสิ่งค้ำประกันนั้นมาก เงินสกุลนั้นก็มีค่าแบบพื้นฐานกว้างๆมากหน่อย ถ้าเชื่อมั่นในสิ่งค้ำประกันของเงินสกุลนั้นๆน้อย ค่าแบบพื้นฐานกว้างๆของมันก็จะน้อยลงตามไปด้วยนั้นเอง ส่วน bitcoin มีอะไรแบบนี้หรือไม่อันนี้ลองคิดต่อเองครับ

ถามว่า น่าเล่นไหมครับ
ตอบว่า แล้วแต่มุมมองของเราต่อมัน ถ้าจะเอามาเก็บตอนนี้ ผมว่ามันคงยังไม่ใช่อะไรที่เสี่ยงน้อย โอเค วันหน้ามันอาจจะมีอะไรบางอย่างทำให้มันถูกยอมรับอย่างกว้างขวางก็เป็นได้ แต่มันคืออะไรที่ "อาจจะ" คำว่า "อาจจะ" นี้มันบรรทุกความเสี่ยงไว้ครับ ถ้าคุณจะเล่น คุณควรบริหารคำว่า "อาจจะ" นี้ให้ดีๆ

ถามว่า พี่ว่ากราฟมันเหมือนหุ้นไหม
ตอบว่า อะไรที่มีการเก็งกำไร แล้วเอามาพล๊อตกราฟ มันก็เหมือนกันหมด bitcoin ก็ไม่ได้ยกเว้น ลองไปหาชาร์ทราคาของ bitcoin มาดูสิ เทส ไฮสองครั้งแล้วกำลังตก นั้นหมายความว่า คนได้ซื้อไปเยอะแล้ว ความต้องการน้อยลงก็ลงมาเป็นเวฟ 1-5 ซึ่งตั้งสมมุติฐานว่าอาจจะเป็นเวฟ a ของขาลงเหมือนกันเปี๊ยบกับการเก็งกำไรสินค้าอื่นๆ สาเหตุที่เหมือน เพราะว่า มันคือ การเก็งกำไรเพียวๆ ยิ่งเก็งกำไรมากแค่ไหน มันยิ่งเหมือนกันมากเท่านั้น

กิเลศของมนุษย์ ไม่ว่าจะซับซ้อนหรือผ่านพ้นไปนานแค่ไหน มันก็ยังมีหน้าตาท่าทางเหมือนเดิม มันทำซ้ำๆแบบเดิม แต่เปลี่ยนแค่สถานที่เวลา และตัวที่ถูกมันกระทำเท่านั้น

มนุษยมีสองส่วน
ส่วนที่หนึ่ง ศึกษามองเห็นแล้วว่ามันเป็นยังไงแล้วหาประโยชน์จากมัน
ส่วนที่สอง ไม่สนฟ้าสนดิน ก้มหน้าก้มตาให้กิเลศเล่นงานครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมเลย

เป็นมนุษย์ ส่วนที่หนึ่ง กันนะ

ผลกระทบต่อพวกเราทุกคน จากการเปลี่ยนแปลงทางการเกษตรของไทยในอนาคคต ตอน 2

ผลกระทบต่อพวกเราทุกคน จากการเปลี่ยนแปลงทางการเกษตรของไทยในอนาคคต ตอน 2

จากตอนแรกผมพูดถึง การเข้ามาของกลุ่มทุนเกษตร และการทำทุกอย่างแบบครบวงจร จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้ เกษตรกรรายย่อยเลย ซึ่งอ่านเล่นๆก่อนได้ที่นี้ http://thaitraderblog.blogspot.com/2014/03/1.html

ตอนนี้ขอว่าต่อโดยทำนาย(เดา) จากสิ่งที่เป็นในตอนนี้ ว่าอนาคตเกษตรกรไทยจะเป็นอย่างไร

1 จากการที่กลุ่มทุนเกษตรทุ่มทำทุกอย่างเองครบวงจร ตั้งแต่เพาะพันธุ์ ยันแปรรูปขั้นสุดท้าย รวมถึงขายปลีกขายส่งเองหมด อันนี้จะทำให้เกษตรกรรายย่อยหาที่แทรกไม่ได้เลย คำว่าไม่ได้เลยนี้คือไม่ได้จริงๆ คือปลูกผักมาก็ต้นทุนสูงแล้ว จะเอาไปขายในตลาดสดก็สู้ห้างขายผักไม่ไหว วันหน้ามันจะมีไปทุกมุมถนน เยอะยิ่งกว่าตลาดสดเทศบาลแน่ๆ ข้อนี้เดี๋ยวมันจะโยงมาถึงพวกเราที่ไม่ใช่เกษตรกรครับ

2 จากเหตุผลข้อแรก เกษตรกรไทยจะแทบไม่มีวันพัฒนาการผลิตไปมากกว่านี้ได้เลย คือผลิตมาก็ขายสู้เขาไม่ได้ ยิ่งทำมันยิ่งหมดไปกับต้นทุนที่สูงขึ้น คนจะไปพัฒนาอะไรได้ยังไง ต่างคนต่างทำ มันไม่เหมือนกลุ่มทุนเกษตร ที่เขาทำกันทีใหญ่ๆ ลงทุนพัฒนาอะไรไปมันก็คุ้ม มันก็ยิ่งได้ต้นทุนที่ถูก ดังนั้นเกษตรกรไทย จะถอยหลังไปเรื่อยๆ ผลผลิตที่ได้ก็ถอยหลัง

3 จากสองข้อแรก คนเกษตรกรกลุ่มหนึ่งก็คงต้องแก้ปัญหาด้วยการไปเป็นลูกจ้างกลุ่มทุนเกษตร ส่วนอีกกลุ่มก็จะยังดันทุรังทำต่อ(กลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพวกเราอีกแล้ว)กลุ่มสุดท้าย เลิกทำไปหางานอย่างอื่นทำดีกว่า

4 จากเกษตรกรที่ยังดันทุรังทำต่อไปในข้อสาม และผนวกกับเหตุผลจากข้อแรก คือดันทุรังทำขาดทุนๆไป ขายสู้กลุ่มทุนเกษตรก็ไม่ได้ เกษตรกรไทยที่เหลือยังทำเกษตรอยู่จริงๆกลุ่มนี้จะกลายเป็นอะไรประเภท เอาหอมเน่ามาเทปิดถนน เอาหมูเอาเป็ดมาฆ่าหน้าสภา เอาไข่มาปากำแพงบ้านนายก เพื่อเรียกร้องเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้า

ไม่กี่ครั้งแรกมันก็ยังเป็นเงินเฉพาะหน้าอยู่ ไอ้หลายๆครั้งเข้า มันคืออะไรในแบบที่เรียกว่าทำเป็นประเพณี คือนอกจากเพาะปลูกเก็บเกี่ยว ส่งขายเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ยังต้องทำอีกอันสุดท้ายให้จบตามประเพณีคือ ต้องไปประท้วงเอาเงินช่วยเหลือ (โดยที่เงินช่วยเหลือนี้ไม่ได้ทำให้เรียนรู้และแก้ไขปัญหา)

ทีนี้ก็ได้เกิดช่องสวยๆสำหรับพรรคการเมืองหัวใส ที่เห็นช่องว่างตรงนี้ เป็นโอกาสให้ได้ใช้หาเสียงสนับสนุน

(ตรงส่วนข้างล่างนี้ไม่ได้มีเจตนาว่าพรรคการเมืองไหนแบบเจาะจงจริงๆนะครับ คือในความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าในอนาคต ไม่ว่าพรรคไหน มันจะคิดกันแบบนี้ทั้งนั้น)

สิ่งที่พรรคการเมืองจะทำก็คือ สัญญาว่าจะให้ในสิ่งที่เกษตรกรอยากได้(ซึ่งปกติก็ประท้วงเอาแต่คราวนี้ไม่ต้อง) โดยที่สิ่งที่พรรคการเมืองให้ต้องไม่ไปแก้ปัญหาตรงนี้ให้หมดไป(เน้นว่าต้องไม่ใช่การแก้ปัญหา ต้องไม่ทำแบบยั่งยืน คือจ่ายแล้วจบ พอเลือกตั้งครั้งต่อไป ก็เอาไปต่อรองแลกเสียงคะแนนอีกที) เพราะถ้าปัญหาตรงนี้หมดไปนักการเมืองจะเอามุขไหนมาแลกเสียงอีกล่ะ

การทำแบบนี้มันจะเข้าวงจรอุบาท ที่ผมบอกว่ามันเกี่ยวกับเราทุกคนคือ แทนที่เงินภาษีจากทุกๆคนในประเทศ ที่เก็บไปจะเอาไปใช้ทำอะไรได้อีกเยอะแยะ หรือว่าเอาไปแก้ปัญหาเกษตรแบบตรงประเด็นเลยได้

แต่ว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะทำ เขาจะเอาเงินภาษีของทุกๆคนในประเทศไปเลี้ยงไข้เกษตรกร เพื่อที่จะเอาไว้ต่อรองคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง

เรื่องทั้งหมดนี้จึงสรุปมาได้ประมานนี้

กลุ่มทุนเกษตร --> กดเกษตรกรให้แย่ --> นักการเมืองเลี้ยงไข้เอาคะแนนเสียง --> พอได้คะแนนเสียงก็เอาไปแลกกับเงินสนับสนุน --> กลุ่มทุนเกษตร

วงจรอุบาทนี้เบียดเบียนเอาภาษีจากพวกเราทุกคนไปใช้เพื่อให้มันยังหมุนยังวิ่งอยู่ได้

วิธีการแก้ปัญหามันคงต้องใช้ความเข้าใจและจริงใจอย่างเดียว

ประเทศมันดูมืดมนนะครับ ในสถานการณ์ตอนนี้ ต้องทำความเข้าใจกัน

เกษตรกรไม่ใช่คนอื่น เขาไม่ได้ตั้งใจทำให้มันแย่ และเราทุกคนควรเข้าใจและร่วมมือกันครับ

เวลานั่งดูหุ้นก็สังเกตเห็นว่ามีโวลุ่ม ตั้งสั่งซื้อเข้ามาเยอะ ทำไมสุดท้ายแล้วราคามันลง

มักมีคนถามผมว่า เวลานั่งดูหุ้นก็สังเกตเห็นว่ามีโวลุ่ม ตั้งสั่งซื้อเข้ามาเยอะ ทำไมสุดท้ายแล้วราคามันลง หรือมีแต่โวลุ่มสั่งขาย แต่ทำไมอยู่ๆก็พุ่งขึ้น

ถามไปถามมาได้ความว่านั่งจ้อง ช่องโวลุ่ม bid offer ในสตรีมมิ่ง 

ถ้าแบบนี้คงต้องบอกว่ามันมาวัดไรได้น้อยและเต็มไปด้วยกลลวง ถ้าจะดูโวลุ่ม ให้ไปดูโวลุ่มที่ซื้อขายกันแล้วจริง ดูในกราฟนั้นจะยิ่งเห็นชัดเพราะมันวิ่งไปด้วยกันกับราคาต่างๆที่เกิดขึ้น

ตรงช่องโวลุ่มในสตรีมมิ่งนี่เจ้าเอาไว้หลอกเม่า ตั้งซื้อไว้เยอะๆ ไว้หลอกขาย ตั้งขายไว้หลายๆไว้หลอกเอาของ ยากที่จะเดา มันเป็นเสียงปี่เสียงกลองชั้นดีเลยเอาไว้กระตุ้นเม่า ไปดูของจริงที่มีการซื้อขายแล้วจะช่วยได้มากกว่า

การมองแต่สตรีมมิ่งมันเหมือนมองเกมส์แบบคลุกฝุ่นบนเวทีเลย มันไม่เห็นภาพจริงภาพกว้าง ถ้าเอาแค่นี้มาตัดสินใจซื้อขาย บอกได้เลยว่า "เม่าของแท้"

วิเคราะห์กราฟ set และ set50

#กราฟเซท ตรงยอดเวฟ 1 แถวๆ 1382 นั้นเป็นต้านที่สำคัญต้านสุดท้าย ถ้าไปถึง ระวังๆหน่อย ถ้าเบรกเลยก็ดูจะเป็นอะไรที่ผิดธรรมชาติ ถ้าเบรกลองดู ฝรั่งให้ดีๆว่าเขาเอาไงเขาเอาด้วยไหม ถ้ายังไม่ได้เอาด้วยเหมือนเดิม อาจจะต้องระวังกันนิด คนไทยดันกันเองจะไปได้ถึงไหนไม่รู้

#set50 ยังพอมีแรงในระยะสั้นนี้ เทสต้านแถว 905 นี่แหละครับ