วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ว่าด้วยเรื่องบิทคอยน์ และ สกุลเงินดิจิตอล cryptocurrency อีกรอบ

ว่าด้วยเรื่องบิทคอยน์ และ สกุลเงินดิจิตัล cryptocurrency อีกรอบ

บิทคอยน์คืออะไร?

บทบาทที่เป็นตัวนำให้บิทคอยน์ (bitcoin)หรือ เงินดิจิตอล (cryptocurrency)หลายๆเจ้า เป็นกระแสดังๆในตอนนี้ก็คือ ลักษณะด้านความเป็นสินค้าสำหรับเก็งกำไรเหมือนๆกับพวก น้ำมัน โกโก้ ข้าวโพด ฯลฯ 
เพียงแต่ว่าแรงกว่า ด้วยเพราะธรรมชาติที่มันเกิดจากเทคโนโลยีนั้นเอง(ตอนนี้น่าจะมีไม่มากนัก คนที่จะสนใจคอนเซปป์ หรือ มองว่าเงินดิจิตอลมันมีคุณค่ายังไง เห็นได้ว่าที่มันบูมตอนนี้เพราะ ผู้คนเห็นราคาที่พุ่งขึ้นไปเป็นประวัติศาสตร์ และกำลังพุ่งลงแรงนั้นแหละ)
#เข้าไปตักประโยชน์จากบิทคอยน์คงมีสองอย่างสองวิธี
1. หาส่วนต่างเก็งกำไร solution คือเรียนรู้วิชาเทรดเหมือนๆเราเก็งกำไรสินค้าอื่นๆ หุ้น ข้าวโพด ยาง เป็นต้น
2. เก็บเงินดิจิตัลไว้เพื่ออนาคตเพราะคิดว่าวันหน้าจะมีราคา อันนี้คงต้องไปหาเทคนิคการขุด หรือ หาทางได้มันเพิ่ม โดยไม่สนใจราคาที่ผันผวนตอนนี้ คล้ายๆกับคนที่ซื้อหุ้นที่คิดว่าพื้นฐานดีอะไรทำนองนั้น

บิทคอยน์หรือสกุลเงินดิจิตอลจะเกิดมาแทนหรือเทียบชั้นกับสกุลเงินปกติอื่นๆหรือไม่ ?

ตอบได้หลายทางส่วนผมยังยืนยันคำเดิม การจะเป็นสกุลเงินได้มันมีรายละเอียดอีกเยอะ ไม่เพียงแค่คอนเซปป์ที่ดี เพราะเจ้าที่เจ้าทาง อำนาจทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจเขาคุมอยู่ เงินดิจิตอลเกิดง่ายๆไม่ได้หรอก
.
อันนี้เขียนไว้เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนนี้ยังยืนยันคำเดิม
- bitcoin จะเกิดจริงเหรอ ถ้ามันจะล่มจะล่มเพราะอะไร ลองมาอ่านกัน --> http://thaitraderblog.blogspot.com/2014/03/bitcoin.html
- องค์ประกอบสำคัญ ของการเป็นเงินสกุลต่างๆคืออะไร -->http://thaitraderblog.blogspot.com/2015/01/blog-post_4.html
- การจะเป็นสกุลเงินหลักๆได้มันมีหลายมิติประกอบกัน --> http://thaitraderblog.blogspot.com/2015/01/blog-post_10.html

นอกจากนี้แอดมินขอฝากงานเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง สำหรับท่านที่ต้องการลงทุนทำธุรกิจขายล็อตตเตอรี่ออนไลน์ กับ บริษัทขายล็อตเตอรี่มังกรฟ้า ท่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี้เลย มังกรฟ้าล็อตเตอรี่ ที่นี้เขาขายล็อตเตอรี่ และรับสมัครคนขายล็อตเตอรี่ด้วย ลองเข้าไปดูกันนะครับ

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

โลกที่เห็นและน่าจะเป็นไป 2558 (ผมไล่อัพเดตบล๊อกจากบทความและบ่นๆในเฟสบุ๊คครึ่งปี มาถึงตรงนี้วันที่ 4-1-2558 ตีสองครึ่ง)

ยังไม่ได้มาเขียนอะไรลงต้อนรับปีใหม่ถึงเพื่อนๆในเพจเลยครับ แต่มีแน่ก่อนตลาดเปิด(หมายถึงบทความที่เป็นการเป็นงานหน่อย)

ปีหน้านี้คงเป็นปีที่มันส์ ในส่วนของตลาดหุ้นบ้านเราถ้าจับพลัดจับผลูทำนิวไฮได้ก็ ไม่ได้มีแรงหรือมีปัจจัยอะไรใหม่ มาช่วยหนุ่นแบบแจ่มแจ้งนัก ต้องระวังกันหน่อยนะครับ

ส่วนถ้าหลุดเส้นแนวรับ (ให้เปิดกราฟเลือกไทม์เฟรมระดับเดือน แล้วลากเส้นเทรนด์ไลน์แนวรับครอบตั้งแต่มี 52 มาดูครับ) เส้นแนวรับนี้ถ้าหลุด กลัวแต่จะลงลึก ลึกแค่ไหน อาจจะเหลือไม่ถึงพันก็ไม่แปลกนะ

ในส่วนของโลกนี้ทั้งใบ สิ่งที่น่าจับตามองอย่างตื่นเต้นหนีไม่พ้นราคาน้ำมัน+ทอง ที่โดนผลกระทบจากวิกฤติการเมืองของโลก อย่างที่เคยเขียนๆไปในโพสก่อนหน้านี้ข้างล่างแหละครับ

ปี 2015 จะเป็นปีที่มีเรื่องอะไรเยอะแยะแน่ๆ(มันก็เรื่องเยอะทุกปี) แต่จะเป็นปีที่แนะนำว่าอย่าเฉื่อยชา อะไรหลายอย่างอาจจะกลับทิศกลับตัวในช่วงปีนี้ก็ได้ครับ

ในส่วนหนึ่งที่ผมย้ำมาน่าจะ 2 ปีกว่าแล้วก็คือ เรื่องการหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม โลกนี้มันคงไม่แตกเป็นเสี่ยงๆ ถึงมีวิกฤติหนักๆ มันก็จะมีที่ให้เรายืนต่อสู้อยู่เสมอแน่นอนครับ

แล้วอาวุธที่เราจะใช้ต่อสู้ในวันนั้นก็คือ ความรู้ ประสบการณ์ของเรานี้เอง

สวัสดีปีใหม่ ขอให้ทุกท่านมีความสุข สมหวัง พัฒนาในทุกๆด้าน

เมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต ให้เจอตัวเองที่เป็นเด็กน้อย เขลากว่าวันปัจจุบันนี้

เมื่อมองก้าวไปในอนาคตให้เห็นภาพตัวเองผู้ชาญฉลาด ยืนสุขุมอยู่ต้นทางของแสงสว่าง

ให้มั่นใจและสบายใจได้ว่า ถ้าวันนี้เราเป็นนักเก็บเกี่ยวความรู้ ไม่มีทางที่ตัวเราเองในวันพรุ่งนี้จะเป็นคนคนเขลาหรือมีมูลค่าน้อยกว่าตัวเราเมื่อวานในอดีตครับ

ใครยังกลับไม่ถึงบ้าน หรือยังเที่ยวไม่ยอมกลับก็ให้มีความสุขเดินทางปลอดภัยครับ

มหาเกมสงครามการเงินโลก ที่ห้ามมองข้าม

ผมสงสารปูติน
มหาเกมสงครามการเงินโลก ที่ห้ามมองข้าม

มีเรื่องหนึ่งสำคัญมากๆ มากแค่ไหน ผมคิดว่าตั้งแต่สงครามเย็นจบ โซเวียตแตก รอบนี้เป็นการเผชิญหน้าครั้งใหญ่สุดของชาติตะวันตก กับรัสเซียแหละครับ แต่บ้านเราค่อนข้างเงียบเงียบมากๆ

เรื่องที่ว่าก็คือเรื่อง ปัญหาในรัสเซียตอนนี้ครับ

ผมแชร์เรื่องรัสเซีย ใน 2 โพสก่อนๆติดกัน วันนี้มาเขียนเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับเรื่องนี้สักหน่อยนะครับ มันสำคัญ และลองอ่านประดับความรู้ มันสำคัญสำหรับคนที่อยากเป็นนักอ่านทิศทางทรัพย์สินอยู่นะ

#ทั้งหมดนี้ไม่ใช้ข้อเท็จจริงเป็นเพียงความคิดเห็นของผู้เขียนต่อเรื่องนี้

ขอเริ่มเรื่องเมื่อ องค์การนาโต้เริ่มขยายตัวพยายามดึงประเทศแถบยุโรปตะวันออก(พวกใกล้ชิดรัสเซีย) เข้าร่วมองค์การเรื่อยๆ ซึ่งมันเท่ากับเป็นการจำกัดอำนาจของรัสเซียลงมาก

ในยูเครนมี ผู้ชิงตำแหน่งผู้นำ สองคน คนหนึ่งรัสเซียหนุน คนหนึ่ง ประเทศตะวันตกหนุน ผู้สมัครฝ่ายประเทศตะวันตกหนุนนั้นแน่นอนว่า เขาอยากเอาประเทศเข้าร่วมนาโต้ ตรงนี้รัสเซียยอมไม่ได้หรอก ยูเครนเป็นประเทศที่สำคัญที่สุดรองจากรัสเซียหลังจากแยกออกจากโซเวียตครับ

ในยูเครนมีกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับรัสเซียมากมายอยู่ ปล่อยไปเฉยๆก็ล่มจมสิ นั้นเป็นเหตุให้รัสเซีย สนับสนุนไครเมีย อย่างออกหน้าออกตา กรรมของคนยูเครน ประเทศคงไม่สงบไปอีกนานแหละครับ เรื่องนี้ถ้าเอาให้ละเอียดจริงๆมันยาวไว้มีโอกาสจะมาลงรายละเอียดเฉพาะครับ

ประเทศลูกน้องเริ่มปันใจออกห่างเรื่อยๆ เมื่อเป็นแบบนี้ ทางรัสเซียอยู่นิ่งไม่ได้หรอกครับ รัสเซียจับมือกับจีน และกลุ่มประเทศที่ลงท้ายด้วย "สถาน" อีกสามสี่ประเทศ พวกใกล้ชิดรัสเซียทางเอเชียกลางน่ะ จัดตั้งองค์การที่ตอนหลังใช้ชื่อว่า "องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้"

"องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้" นี้ทำความร่วมมือกันคล้ายๆนาโต้ หรืออย่างน้อยก็มีเป้าหมายที่จะเป็นแบบนั้น เมื่อทางซ้ายของรัสเซียพันธมิตรเริ่มหดหาย รัสเซียก็เริ่มมาจับมือกับพรรคพวกทางขวาละครับ

"องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้" นี้เริ่มขายตัวเรื่อยๆ มีรัฐสังเกตการณ์ ที่กำลังดูๆอยู่ตัวสำคัญๆ เลยคือ อินเดีย และ อิหร่านครับ

เกริ่นเรื่องเศรษฐกิจรัสเซียสักนิดสั้นๆ ถ้าคุณไม่เคยขับรถรัสเซีย ไม่เคยใช้มือถือหรือแทบเล็ทรัสเซีย ไม่เคยนุ่งกางเกงรัสเซีย ไม่เคยกินอาหารรัสเซีย และไม่เคยไปเที่ยวรัสเซีย นั้นแหละครับบอกให้รู้ว่า ตัวสินค้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจรัสเซียที่สำคัญคือ "พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ" รัสเซียผลิตพลังงานได้อันดับสองของโลก

เมื่อ เดือน พค ที่ผ่านมานี้ กลุ่ม เซี่ยงไฮ้ นี้เริ่มร่วมมือกันใช้เงิน หยวน กับ รูเบิล ในการซื้อขายกัน แทน USD และนี้แหละครับทำให้ระเบิดเริ่มลง

พอประกาศได้สักแป้บนึ่งให้ดูกราฟราคาน้ำมัน ตรงที่วงกลมนั้นแหละครับคือช่วงที่เขาเริ่มไม่ใช้ USD ในการติดต่อค้าขายในกลุ่มเซี่ยงไฮ้

ตรงนี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมราคาน้ำมันที่วิ่งอยู่ในกรอบดีๆ และเอาเข้าจริง มีแนวโน้มจะเบรกขึ้นด้วยนะ กลับหัวทิ่มลง ถึงตอนนี้ก็ลงมาครึ่งหนึ่งแล้วครับ ช่วงนี้นี่เองที่มีการอัดอุปทานน้ำมันเข้ามาจากใครก็ไม่รู้คร้าบ

ราคาตอนนี้มันลงมาถึงจุดต่ำสุดของเทรนด์ ที่ยาวมาตั้งแต่ ปี 44 และ 52 ตอนมีวิกฤติเศรษฐกิจใหญ่ของโลก(ถ้าเราเทียบราคาน้ำมันตอนนี้กับสถานการณ์การเงินของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเงินปั้มออกมามากเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่างๆของประเทศตะวันตก มูลค่าของเงินตอนนี้มันต่ำกว่าจุดต่ำสุดของราคาน้ำมันตอนนั้นแล้วแน่ๆคร้าบ)

โอป่ง โอเปก ไม่ร้องไม่บ่นสักแอะ ถ้าเป็นสมัยก่อนต้องมีมาตรการอะไรสักอย่างออกมาแก้แล้วคร้าบ จะลดกำลังการผลิต หรืออะไรก็ว่าไป เขาเงียบเพราะอะไรก็ไปดูรายชื่อสมาชิกของเขาเอา ผองเพื่อนอเมริกันทั้งนั้นคร้าบ

น้ำมันตกขนาดนี้เพราะอะไรให้ย้อนกลับไปดูตรงที่บอกว่าเศรษฐกิจของรัสเซียมันอยู่ได้เพราะพลังงานครับ เมื่อราคาน้ำมันตกครึ่งหนึ่งแบบนี้ รัสเซียซวยหนักครับ แต่ว่ามันยังไม่จบนะ

ในกรณีไครเมียในยูเครน รัสเซียโดนฝั่งตะวันตกลงโทษฐานที่เข้าไปยุ่ง โดยการคว่ำบาตรครับ มันยิ่งทำให้แย่ลงไปอีกนะ แล้วมันก็ยังไม่จบแค่นั้นสิครับ

ค่าเงินรูเบิลยังถูกทุบด้วยใครก็ไม่รู้อีกแล้ว (ซึ่งพอจะเดาได้จากการแก้เกมส์ของรัสเซียด้วยการขึ้นดอกเบี้ยอย่างแรง ก็แก้เกมทีมทุบค่าเงิน ซึ่งน่าจะมีนายจ้างคนเดียวกันกับ พวกปล่อยอุปทานน้ำมันมานั้นแหละครับ)

ทั้งหมดทั้งมวลที่เขียนมายืดยาว ต้องการจะชี้ให้เห็นเหตุการณ์ต่างๆดังนี้
1. เริ่มมีการกดดันรัสเซียจากชาติตะวันตกทางฝั่งนาโต้
2. รัสเซียเริ่มร่วมมือกับจีนก่อตั้งองค์การเซี่ยงไฮ้คานอำนาจ
3. เมื่อมีการเริ่มไม่ใช้ USD ในกลุ่มองค์การเซี่ยงไฮ้(ทำให้ตะวันตกต้องทำไรสกัด)
4. แหย่หนวดเสือที่ยูเครน ซึ่งรัสเซียเสียไปไม่ได้อยู่แล้ว มันคือการเสนอสงครามโดยที่รัสเซียจำเป็นต้องร่วม
5. จากข้อ 4 ได้ข้ออ้างคว่ำบาตร
6. เริ่มทุบน้ำมันกับรูเบิลทำให้รัสเซียลำบากไปใหญ่

ทั้ง 6 ข้อนี้ถ้าเราไม่โลกสวยมากไปเราคงพอจะประมวลได้ว่ามันมีโอกาสเกี่ยวข้องกันสูง ซึ่งถ้ามันเกี่ยวข้องกันจริงมันคืออะไร

- มันคือแผนสกัด องค์การเซี่ยงไฮ้ ใช่ไหม
- มันคือแผนการรักษาเสถียรภาพ USD ซึ่งพักหลังนี้ขลังน้อยลงใช่หรือเปล่า(พักก่อนปูตินพูดบ่อยๆถึงความเหลวกแหลกของ USD)
- มันคือการเชือดหมีให้ลิงที่สังเกตุการณ์อยากเข้าร่วมกลุ่มคนไม่นิยม USD ดูเป็นเยี่ยงใช่ไหม

ต่อไปนี้รัสเซียจะไปต่อยังไง ท่านปูตินจะแก้เกมนี้ได้ไหม(หรือจะกระเด็นออกไปก็ไม่รู้) จีนจะช่วยกันกับรัสเซียทำอะไร(ตรงนี้สำคัญ) ประเทศอย่างอินเดียวที่เป็นยักหลับตอนนี้ เจอเหตุการณ์แบบนี้จะยังอยากเข้าร่วมกลุ่มด้วยหรือเปล่า

เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องจับตามองอย่างมากคร้าบ ยักษ์สู้กัน คนตัวเล็กๆอย่างไทยแลนด์ มันไม่รอดที่จะโดนสะเก็ดกระเด็นใส่ไปด้วยหรอก

เรื่องนี้สนุก ตอนนี้เราก็ดีใจกันได้ใช้น้ำมันถูกดี แต่ไม่รู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปพอเขาเริ่มแก้เกม จะเห็นว่าเหตุการณ์ต่างๆในโลกนี้มันดูยังไงก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเกิด คือมันมีแผนอยู่แล้ว มันมีลำดับการเกิด มันมีอะไรประเภท "ทฤษฎีสมคบคิด" (ที่จริงไม่อยากใช้คำนี้เพราะมันเหมือนเป็นคำของพวกหลุดโลก)

แล้วจีนกับรัสเซียก็พอจะมีทองอยู่บ้างซึ่งถึงจะน้อยกว่าอเมริกามาก แต่มันมีนัยสำคัญนะครับ ตรงนี้ให้จับตาเป็นพิเศษกันด้วย ทั้งขาขึ้นขาลง ให้ระวังกันดีๆ

ไว้มีโอกาสจะมาต่ออีกนะครับ


  อเมริกันเขากลัวขึ้นสมองเรื่องทฤษฏีแอปเปิลเน่า หรือโดมิโน มาตั้งแต่สมัยสงครามเย็นแล้วครับ

ใครที่ไม่ไปในทิศทางของอเมริกัน มักถูกเตะตัดขา เพราะถ้าไม่ตัดขา แล้วดันเกิดทำสำเร็จ จะมีชาติอืนๆทำตามต่อๆไป เหมือนแอปเปิลในตระกร้า เน่าผลเดียว เดี๋ยวก็เน่าทั้งตะกร้าครับ

ประเทศปฏิเสธ USD สองสามประเทศ ถ้าไม่ล่มจม เดี๋ยวประเทศอื่นๆก็เอาตาม

นั้นละทุนนิยมโลก มหามิตรนี้มันไม่มีหรอก มีแต่ศัตรูชั่วคราว กับ ศัตรูถาวร 555 


กราฟน้ำมันที่พูดถึงในบทความ


การจะเป็นสกุลเงินหลักๆได้มันมีหลายมิติประกอบกัน

การจะเป็นสกุลเงินหลักๆได้มันมีหลายมิติประกอบกัน

ครั้งหนึ่งผมเคยเขียนและลงบทความเกี่ยวกับความไม่สมประกอบในสถานะการเป็นสกุลเงินตราของบิทคอยน์ (นานแล้วหาอ่านได้ในบล๊อก)
โดยผมให้เหตุผลว่า

การจะเป็นเงินสกุลหนึ่งๆได้มันมีมิติมากกว่าความเพอเฟ็คของคอนเซ็ปของการสร้างเงินสกุลนั้นๆ

ไม่ว่าจะเป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจ การเมือง ขาใหญ่ทึ่ถืออยู่ หรือแม้แต่เรือรบ รถถัง เครื่องบินรบ ระเบิดนิวเครียร์ ฯลฯ

เหล่านั้นคือสิ่งทึ่บิทคอยน์ไม่มีเลย จึงทำให้มันเป็นเพียงแค่สกุลเงินในจินตนาการ มากกว่าที่จะเกิดแบบจริงจังได้ในเวลาอันใกล้นี้

ครั้งนั้นที่เขียนลงมีคนไม่เห็นด้วยมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยพยายามให้เหตุผลมากมายถึงความสมบูณร์แบบของมัน รวมถึงคิดว่าผมตกโลกยึดติดว่าเงิน USD ต้องเป็นเงินหลัก

ผมไม่ได้ยึดติดหรอกครับ สกุลเงินมันมีมิติกว่านั้นจริงๆ การจะมีสกุลเงินใหม่ๆมาแทน USD นั้นเกิดขึ้นได้แน่นอน แต่ไม่ง่าย เพราะคุณต้องเอาชนะอะไรประเภท " หลักประกันทางเศรษฐกิจ การเมือง ขาใหญ่ทึ่ถืออยู่ หรือแม้แต่เรือรบ รถถัง เครื่องบินรบ ระเบิดนิวเครียร์" นี้ให้ได้เสียก่อน

ขนาดรัสเซียยังโดนถล่มเละถ้าใครติดตามเรื่องนี้มาแต่ต้น ปัญหาที่รัสเซียเข้าไปยุ่งแต่แรกมันมีลับลมคมในเยอะ ใครสนใจเรื่องเกี่ยวกับ ทฤษฏีสมคบคิดหน่อยๆ จะจินตนาการความเป็นไปได้ของแผนการสกัดดาวรุ่งนี้ได้หลายฉากเลย

จิน ก็มีช่องให้สกัดเยอะกว่ารัสเซียด้วยซ้ำ ส่วนบิทคอยน์ยิ่งแล้วใหญ่
ตรงนี้คือตัวอย่างทีีทำให้เห็นภาพง่ายมากที่สุดว่าบิทคอยน์ยังขาดอะไรอีกมาก และมันคงตลกดีถ้าจะไปฟันธงตั้งแต่ตอนนี้ว่ามันจะเป็นสกุลเงินหลักของโลก บิทคอยน์เบาโหวงไม่มีอำนาจใดๆเลย
เอาใจช่วยรัสเซียให้ผ่านไปได้ครับ

ทั้งหมดนี้มาจากข่าว http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1419133762

แนะนำคนรุ่นใหม่ คิดว่าทำเอาไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเงินเก็บในอนาคตดีกว่าครับ

แนะนำคนรุ่นใหม่ คิดว่าทำเอาไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเงินเก็บในอนาคตดีกว่าครับ
ถ้ารวยเร็วได้จริงๆ ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้ รวยเร็วไม่ใช่เหตุผลที่ดีของการลงทุน

เพราะพวกอยากรวยเร็วนี้มันพลาดง่าย เวลาศึกษาหาประสบการณ์มีน้อย เพราะมันรีบ ส่วนมากก็ล้มไม่เป็นท่า

ให้เวลากับการศึกษาหาความรู้เยอะๆ ค่อยๆทำไปเก็บประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เวลารวยที่เหมาะสมจะมาถึงเองแน่ๆ

มีความสุขวันสุดสัปดาห์กันครับ

เซทวันนี้ รีบาวด์กลับมา 61.8% ของที่ลงไปพอดี

พูดละเอียดยืดยาวมันมักงง แล้วพาลจะไม่อ่านกัน 555 เอาไว้ค่อยรวบแบบละเอียดเวลาถึงจุดสำคัญหรือ สักอาทิตย์ละครั้งพอ

เซทวันนี้ รีบาวด์กลับมา 61.8% ของที่ลงไปพอดี ตรงนี้เป็นแนวต้าน และมีแนวรับเป็นเส้น ema 200 ที่รองอยู่นั้นแหละครับ ตรงนี้สำคัญนะ ถ้าไม่ผ่านก็มีสิทธิ์ลงไปเทสโลว์เดิมหรือมากกว่า

เงื่อนไขง่ายๆของตอนนี้คือ
1 ถ้าเบรกแนวต้าน ต้านสำคัญต่อไปก็ไฮก่อนหน้า(หรือเกือบถึง) ไปเช็คแรงที่นั้น ซึ่งพูดก็พูดดูลักษณะตอนนี้ไม่มีไรชี้ว่าจะหนุนให้มีแรงเยอะผ่านไฮเดิมนั้นไปได้ง่ายๆ
2 ถ้าหลุด ema 200 นั้นลงมา ก็อย่างที่บอก มีสิทธิ์ลงไปเทสอย่างน้อยโลว์เดิมหรือต่ำกว่า(กรณีเวฟ c)

เท่านี้ท่านก็จะได้เงื่อนไข และจุดระวังต่างๆในระยะสั้นนี้แล้วครับ
ไปเพิ่มเติมด้วยการดูแรงดูโมเมนตั้ม ในระยะไทม์เฟรมที่สั้นลงเอา

การใช้เทคนิคคอลกับราคาสินค้าคือการมองหาเงื่อนไขเพื่อที่เราจะได้เอาไปจัดการกับการเทรด ย้ำว่ายังไม่เคยเห็นใครเอาไปทำนายอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ย้ำอย่างที่เคยบอก สำหรับรอบนี้ ไม่ได้มีเงินใหม่เข้ามาจากเมืองนอก รอบนี้ยังไงๆ ก็ต้องเล่นแบบระวังมากๆมาตั้งแต่ต้น

โชคดีมีสุขครับ


โดยส่วนตัวผมไม่สนข่าวลือไรพวกนั้นเลย มันทำให้พานิคได้จริงซึ่งก็ยิ่งดี

โดยส่วนตัวผมไม่สนข่าวลือไรพวกนั้นเลย มันทำให้พานิคได้จริงซึ่งก็ยิ่งดี แต่ว่าก่อนมันจะลงอาการมันออกมาสักพักใหญ่ๆแล้วนิ

และไอ้อาการที่บอกว่าออกมาพักใหญ่ๆแล้วนี้ไม่ได้เพิ่งมาพูดหลังมันเกิดแล้ว ไปดูกราฟเก่าๆก็มีเงื่อนไขให้จับให้วางให้ระวังมาตลอด

เมื่อกี้มีข้อความส่งมาพูดถึงเรื่องข่าวไม่ค่อยดีเหมือนที่หลายๆคนคงได้ยินมา ไม่ขอลงรายละเอียด

โดยส่วนตัวผมยังเชื่อว่าหุ้นมันขึ้นไปเทสแนวต้าน แล้วไม่ผ่านแบบหมดแรง ถ้าไปดูกราฟเก่าๆก็จะเห็นว่าแต่ละขั้นแต่ละลำดับของ แนวรับแนวต้านมีอธิบายมาเรื่อยๆ

ไม่ว่าจะเป็นราคาไม่มีคนไล่ เงินใหม่ฝรั่งไม่เข้า แล้วถ้าไปนับเวฟนี้ก็เห็นนะ ลองค้นโพสเก่าๆดู

ในส่วนของข่าวนั้น มันปฏิเสธไม่ออกหรอกว่า มันไม่เกี่ยวข้องเสียเลยทีเดียว แต่มันไปมีผลตรงที่พานิคมากกว่า

และนิยามของพานิคอย่างหนึ่งคือ "ัมันจะไม่พานิคไปตลอด"

ผมคิดว่ายึดมั่นกับวิธีกระบวนการของระบบเดิมของเรานั้นแหละดีแล้ว ให้คิดดูเปรียบเทียบเอง ถ้าข่าวนั้นเป็นจริงมันกระทบระยะยาวๆหน่อยกับ ตลาดเราจริงไหม

- ถ้าตอบว่าจริง เงื่อนไขเป็นยังไงก็คิดวางกัน
- ถ้าไม่จริง เราควรรอเสียบรอรับตรงไหนก็จัดเงื่อนไขไว้

พอพูดมาถึงตรงเงื่อนไขที่ต้องใช้กับข่าวลือนี้ มันก็หนีไม่พ้นเทคนิคคอล จับตาดูแรง ดูโมเมนตั้มอีกอยู่ดี

เลยขอสรุปว่า ใช้ระบบเดิมนั้นแหละ ข่าวลือก็ไม่ได้ทำให้เกิดข้อยกเว้น


จากแนวรับหลักของกราฟก่อนนี้ แถวๆ 1510-1520 มันคือแถว ema 200

จากแนวรับหลักของกราฟก่อนนี้ แถวๆ 1510-1520 มันคือแถว ema 200 ตามลูกศรน้ำเงินชี้ครับ วันนี้ไม่ต้องพูดถึงกระโดดลงหลุดลุ่ย ไปที่รับต่อไปคือ 61.8% ตามลูกศรแดงชี้

โวลุ่มมหาศาล แนวรับหลักตอนนี้ยังเป็นที่เดิม จุดลูกศรแดงนั้นแหล
เย็นนี้จะมาตีละเอียดอีกทีครับ

ใครขยันไปตีไปศึกษาก่อน สังเกตุโมเมนตั้มก่อนลงสิ เกิดอะไร แล้วลองไปดูเล่นๆในไทม์เฟรมเล็กๆด้วยว่าโมเมนตั้มเป็นยังไง ควรช้อน หรือรอก่อน ให้ดูที่ #โมเมนตั้มนี้แหละ

ไดเวอร์เจนซ์ไม่มาถ้าเข้าไปรับ ก็เลือดสาดมีดบาดเป๋า

เพิ่มเติมแก้ไข แนวรับที่หลุดเบรกลงมากลายเป็นแนวต้านไปในตัวนะครับ


เวลาเจออะไรแบบนี้นักลงทุนที่เตรียมตัวตลอดไม่ได้ตกใจไรกับเขาหรอกครับ

อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อราคาน้ำมันโลกดิ่ง สัญญาณ"เตือนภัยอันตราย"ที่กำลังมาเยือน!
จากข่าวข้างบน
เวลาเจออะไรแบบนี้นักลงทุนที่เตรียมตัวตลอดไม่ได้ตกใจไรกับเขาหรอกครับ
สิ่งที่ต้องทำคือ "สงสัย"
สงสัยอะไรละ ? คำตอบก็คือสงสัยว่าเงินมันจะไปไหน
ไปที่ทองดีไหมน้อ ว่าแล้วก็ไปดูโมเมนตั้มของทอง ท่านก็จะได้เงื่อนไขให้ทำงานต่อ

รอบมันต่อกันนานๆเรื่องบังเอิญถึงเกิดทีแต่สำหรับเรื่องนี้ไม่บังเอิญแน่ๆ มันต่อรอบกันครับ

เรื่องบังเอิญคือเรื่องปัจจุบันทันด่วน ไม่ใช่อะไรอบบนี้

ทองคำเหมือนเดิมครับ แชร์อันเดิมแล้วกันครับ

ทองคำเหมือนเดิมครับ แชร์อันเดิมแล้วกันครับ ช่วงนี้มีเวลามาอัพเดตน้อย เดี๋ยวพออะไรลงตัว งานรันได้ด้วยตัวมันอีกสักนิด จะกลับมาโพสรายวันเช่นเคย อย่าเพิ่งจากกันไปไหนนะคร้าบบบ

ปลเพิ่มเติมสักนิด น้ำมันราคาลงเรื่อยๆ แนวรับต่อไปของน้ำมัน 50-55 (ลักษณะเป็นแนวรับปลายของคลื่นสี่บนยอดคลื่นหนึ่ง) ตรงนี้คิดเล่นๆแล้วกัน เงินจะไหลไปลงไหน

ไปดูโมเมนตั้มการขายของทองนะครับ มันไม่ได้แรง รายละเอียดที่ว่าถ้าทองลงแล้วโมเมนตั้มไม่แรงมีสมมุติฐานยังไงก็อ่านจากในกระทู้ที่แชร์นี้แหละคร้าบ

โชคดีคร้าบ
มาหัดดูวิเคราะห์กราฟทองกันที่นี้เลย ละเอียดยิบ

กราฟเก่ายังใช้ได้นะครับ วันนี้มาทวนอีกสักหน่อย วันที่หุ้นลงลึก ทีแรกกะจะมาทักตอน 1550

ช่วงนี้ยังไม่สะดวกทำกราฟใหม่เลย แต่กราฟเก่ายังใช้ได้นะครับ วันนี้มาทวนอีกสักหน่อย วันที่หุ้นลงลึก ทีแรกกะจะมาทักตอน 1550 แต่มันโดดข้ามมาก่อนละ T_T

หุ้นขอใช้กราฟเก่า หลังจากไป ชน 1600 สองรอบไม่ผ่าน แรงอ่อนๆก็ลงตามระเบียบครับ(ลักษณะดับเบิลทอป) อย่างที่บอกในกราฟก่อนว่าระวังจะเป็น เวฟc ซึ่งแนวรับตอนนี้อยู่ที่ 1510-1520
กราฟก่อนไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม ->https://www.facebook.com/ThaiTraderPage/photos/a.205203229516556.43320.205203022849910/741310625905811/?type=1&theater

ในส่วนของการซื้อขายสุทธิของปีนี้เป็นปีที่คนไทยเล่นกันเอง ดูตามรูปการซื้อขายสุมธิ ประกอบ ไทยย่อยโยนให้ไทยใหญ่ และอีกครั้งต้องระวังว่าสุดท้ายไทยใหญ่จะโยนคืนเช่นกัน

ข้อสังเกตุ ตอนนี้ หุ้นทำดับเบิลทอป 1600 ส่วนค่าเงินบาทก็ทำ ดับเบิลทอป(เงินอ่อน) ที่ 33.1-33.2 เช่นกัน ตรงนี้จึงเป็นแนวต้านระยะสั้นของเงินบาท
ทำให้เราสามารถสร้างเงื่อนไขคร่าวๆจากข้อมูลตรงนี้ได้ดังนี้
1. ถ้าเงินบาทอ่อนทะลุแนวต้านนี้ไป หุ้นจะลงอีกลึกอีกไกล ฝรั่งขายร่วมอีกก็ระวังมากๆ
2. ถ้าเงินบาทคาๆอยู่ตรงนี้แถมแข็งย่อลงมา แบบนี้อาจจะมีช่วงเด้งระยะสั้นให้หุ้น พอชื้นใจ

แต่อย่างที่บอกมาหลายครั้งรอบนี้ ถ้ายังไม่จบพักรอบของเวฟแบบครบถ้วนซึ่งผมไม่คิดว่ารอบนี้มันจะลงน้อยเท่านี้ เพราะแรงมันอ่อนในระดับสัปดาห์นี้ ยังไงก็ขอคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน

เดี๋ยวมาต่อที่ทองกราฟเก่าเหมือนเดิม

ช่วงนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก งานใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งก็ต้องดูแล ช่วงที่ผ่านมาญาติเสียอีกสองคน (RIP) ทำให้วุ่นวายไม่มีเวลามาอัพเดตกราฟ มาพูดคุยกันเลยครับ

ช่วงนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก งานใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งก็ต้องดูแล ช่วงที่ผ่านมาญาติเสียอีกสองคน (RIP) ทำให้วุ่นวายไม่มีเวลามาอัพเดตกราฟ มาพูดคุยกันเลยครับ

ทวนสักนิดเริ่มจากทอง ดูโพสล่าสุดได้เลยทุกอย่างยังเหมือนเดิม ใช้สติ ถ้าราคาลงให้ยิ่งดูแรงดูโมเมนตั้มนะครับ แนวรับแนวต้านหลักรอง ดูกราฟก่อนหน้าได้ เน้นดูแรงอย่าไปดูข่าว ไอ้ที่บอกจะลงอีกจะขึ้นแล้วนี้หาต้นสายปลายเหตุไม่เจอเลย ดูแรงว่าคนยังอยากขายไหมเมื่อเทียบกับช่วงก่อน อันนี้คือข้อมูลจริงอย่างเดียวเลยที่เรามี เอาตรงนี้ไปประกอบการตัดสินใจเอาครับ

ข้ามไปดูหุ้น ก็ดูกราฟเดิมนั้นแหละได้เลย ข้างล่างๆที่เคยโพสไว้ล่าสุด ต้านแรก พันหก ถ้าเบรกได้ไปพันหกห้าสิบอีกที และอีกครั้งให้ดูแรง อย่าไปหวังไรมากอย่าไปวางใจ ตั้งแต่นี้ไปให้ระวังตลอด เงินเมืองนอกเงินฝรั่งมันไม่มีมาใหม่นานแล้วนะ ใครชะล่าใจช่วงนี้ระวังโดนเรียกคืนกำไร เคยพูดไว้เป็นปีละ ช่วงก่อนจบรอบหนึ่งรอบไหน ฝรั่งไม่เข้าเพราะเขาเงินเยอะมันหมุนมันโยกช้า ปลายรอบเขาเลยเอาเงินไปลงตลาดที่มีช่องกำไรกว้างกว่าแทน ดังนั้นระวังสุดถ้ายสถาบันไทย กับไทยรายย่อยนี้ละโยนให้กันเอง คนโดนโยนใส่มักเป็นรายย่อย

รอบใหม่รอบยาวๆเขาจะว่าไปกี่หมื่นกี่พันจุดก็อีกเรื่อง ระยะเหตุการณ์ตอนนี้ที่เห็นเป็นยังไงให้เป็นตามนั้น ให้ดูให้จัดการไปตามข้อมูลจริง สองสามพันจุดอาจมาถึงจริงแต่ถ้าไม่ระวัง อาจจะโดนหุ้นลงแค่สองร้อยสามร้อยจุดปิดเกมส์ของคุณไปก่อนถึงเป้าสามพันจริงครับ

ในส่วนของการศึกษา นี้ก็อย่าให้ช้า อย่าละเวลาเปล่า หมั่นอ่านหมั่นฝึก ผมไม่รู้คนอื่นเป็นยังไง สำหรับผมเองเวลาปกติว่างปุ๊บเปิดดูกราฟหาฝึกหาหุ้นตีเล่น เพื่อคลายเครียดจากงานอื่นๆ อันนี้พูดจริงๆตีกราฟคลายเครียดเหมือนได้เล่นเกมส์

ได้ใช้วิชาที่ศึกษามาได้ทดสอบ ตีเยอะๆ มันยิ่งคล่อง มันจะมีหลายๆสิ่งในเทคนิคคอล ที่ถ้าทำบ่อยๆมันจะรู้เองอัตโนมัติแบบเดียวกับเวลาเราหัดปั่นจักรยานครับ ปั่นเป็นแล้วอธิบายไม่ถูกว่าเป็นยังไง แต่มันรู้เอง เหมือนกับว่ามีเซ้นส์เรื่องนั้นๆไปในตัว

ดังนั้น การเป็นนักลงทุนนี้มันเล็กน้อยและง่ายมากใครก็ทำได้ เอาเงินโยนลงพอร์ทก็เป็นได้แล้ว การเป็นนักศึกษานี้แหละยิ่งใหญ่ มันเป็นตัวชี้ความแตกต่างของผู้แพ้กับผู้ชนะในตลาดระยะยาว

อย่าเป็นแค่นักลงทุน เป็นนักศึกษาด้วยครับ

ขออนุญาตน้อง นศ เจ้าของรูปด้วยครับ เอามาประกอบบทความ


มาหัดดูวิเคราะห์กราฟทองกันที่นี้เลย ละเอียดยิบ

ทองๆๆๆๆๆ

ย้อนกลับไปที่กราฟเก่า ที่โพสกันมาเป็นปีๆ แล้ว ก็ยังใช้ได้ในภาพกว้างใหญ่สุด เราเท้าความกลับไปสักนิดพอให้เห็นแนวสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่นะครับ

ส่วนนี้อิงคอนเซปพื้นฐานของอีเลียทเวฟ หน่อยนะครับ ถ้าใครชอบหรือกำลังศึกษาอยู่ก็อ่านเล่นดู แต่ถ้ายังไม่ ก็ข้ามไปตรงที่ผมมาร์ก **** ยาวๆไว้ข้างล่างเลย

เริ่มที่ดูในกราฟแรก(กราฟเดือน) ตรงเฉพาะเส้น fibo สีแดงก่อน ตรงนี้เราเอาไว้วัดขนาดเวฟ ของขาขึ้นใหญ่ จะเห็นว่าเวฟที่ 3 ของรอบใหญ่สุดนี้ไปจบที่ 132.8% ของเวฟที่ 1 ตรงนั้นไม่มีไรสำคัญแล้วในตอนนี้ แต่สิ่งที่อยากจะชี้ให้เห็นคือ เมื่อจบเวฟ 3 ในสินค้าที่เก็งกำไร เวฟ 4 มันมักลงไปถึงยอดของเวฟ 1 หรือ กว่านั้นได้

ข้ามมาส่วนที่ 2 ในกราฟเดิมนี้ ให้ดูที่เส้น fibo สีน้ำเงิน ตรงนี้คือการ วัดขนาดของเวฟย่อยๆ ของเวฟ 4ซึ่งถึงตอนนี้ ราคาทองได้ลงมาเป็นขนาด 100 % ของเวฟ แรก ของเวฟที่ 4 แล้ว และที่ยอดของเวฟ 1 ใหญ่ นั้นคือขนาด 161.8% ของเวฟย่อยของเวฟ 4 เลขนี้มีนัยยะคุณก็รู้

ช่วงที่ผ่านมาประมานปีครึ่ง ที่ราคาทองวิ่งอยู่ในกรอบ 3 เหลี่ยม(เส้นเทรนด์ไลน์สีแดง) ตรงนี้เป็นตัวที่ให้ย้ำจับตามาตลอดโดยมีเงื่อนไขหลักดังนี้

#เงื่อนไขหลัก
1. ถ้าเบรกสามเหลี่ยมนั้นตามลูกศรสีเขียว เราจะมีโอกาสได้เล่นรีบาวด์ระยะกลาง ซึ่งแนวต้านหลักๆที่สำคัญจะอยู่แถวๆ 4i ซึ่งจะถือว่าเป็นการจบเวฟ 4iii เพื่อไปเวฟที่ 4iv ซึ่งถ้าผลลัพธ์ออกทางเงื่อนไขนี้เรามีโอกาสได้เล่นอยู่ช่วงใหญ่ ซึ่งเงื่อนไขนี้ ถึงจะดูไม่ดีแล้วแต่มันยังไม่ได้ถูกทำลายเรียบเสียทีเดียวนะครับ

2. ถ้าเบรกสามเหลี่ยมนั้นลงตามลูกศรแดง ตรงนี้คือแนวโน้มที่จะลงไปเพื่อจบเวฟ 4 ใหญ่นี้เลยหรือ ย้อนกลับวกไปที่ข้อ 1 (ตรงนี้ยังมีเงื่อนไขอีกเยอะอยู่ครับ เดี๋ยวเราจะว่าเงื่อนไขกันในกราฟที่ 2) ซึ่งว่าที่จริงแล้วเมื่อราคามันเลือกมาที่เงื่อนไขที่ 2 มันยิ่งได้ลุ้นไปอีกแบบ ได้ลุ้นยังไง ดูกราฟที่ 2 เลยครับ
----------------------
กราฟที่ 2 ก่อนอื่นไม่ต้องสนใจเลขเวฟ ที่อยู่บนกราฟ เพื่อไม่ให้งง จะมีบางส่วนที่ผมจะอธิบายเพื่อให้มองภาพนี้ง่ายๆ

ตรงนี้จะมีเส้น fibo สีเขียว ทีตีไว้เพื่อวัดขนาดเวฟย่อยของเวฟที่ 3(iii) ของเวฟ ที่ 4(ใหญ่อีกที) ตรงนี้ถ้าใครงง ลองหาบทความอ่านเพิ่ม เรื่องเทรนด์ใหญ่มีเทรนด์เล็กๆซ่อนอยู่ ในแต่ละเวฟใหญ่จะมีเวฟ ย่อยๆ ซ่อนอยู่นั้นแหละครับ ถ้านับเฉพาะส่วนของขาลงเวฟ 4 ใหญ่นี้ ตอนนี้ มันคือ ช่วงที่เรากำลังมองหาเงื่อนไขเพื่อตัดสินใจว่ามันเป็น จุดจบของเวฟ 3 ย่อย หรือ ตอนนี้กำลังจะไปที่เวฟ 5 ย่อย ของเวฟ 4

ตรง 4iii1 นั้นคือเวฟแรกที่เราลาก fibo คล่อม เพื่อจะหาว่า 4iii3 หรือ 4iii5 นั้นมันมีจุดไหนที่ควรต้องจับตา และเราได้จุดที่ 161.8% ของ 4iii1 นั้นแหละเป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตา ตรงนี้เป็นแนวรับสำคัญ จะเห็นว่าราคาลงมาแถวๆนี้ 3 รอบ ในรอบประมาณปีครึ่งแล้วไม่หลุด

ที่ 161.8% ตรงนี้จึงเป็นจุดวัดที่ดีเมื่อเราย้อนกลับไปดู เงื่อนไขหลัก ที่เขียนไว้ข้างบนนั้น

โดนตรงนี้มี #เงื่อนไขย่อยว่า
1 ถ้าราคาไม่หลุด เงื่อนไขหลักข้อที่ 1 คือสิ่งที่เราให้น้ำหนักมากกว่าว่าตอนนี้เราอาจจะได้โอกาสลุ้นเด้งยาวๆไปในส่วนของ 4iv
2 ถ้าราคาหลุด เงื่อนไขที่ 2 คือสิ่งที่เราให้น้ำหนักมากกว่า

ณ ตอนนี้ราคามันยังไม่หลุด 161.8% ที่เราวัดไว้นี้ ดังนั้นจุดนี้คือจุดลุ้นรีบาวด์ ถ้าไม่หลุดมันยิ่งคอนเฟิร์มแนวรับตรงนี้ว่าแข็งแกร่ง

แต่ถ้าหลุด แนวรับหลักจริงๆ ต่อไปคือ ยอดเวฟ 1 ในภาพกราฟแรกเลยครับ โดยระหว่างทางจะมีเงื่อนไขอีกเพียบ ตรงนี้ถ้าหลุดจริงค่อยมาดูย่อยๆกันอีกที

************************************************************

สรุป สำหรับคนที่ไม่อ่านส่วนรายละเอียดข้างบน หรืออ่านมาแล้วก็ตาม ให้ดูที่กราฟที่ 2 ซึ่งเป็นกราฟ ระดับวัน ราคาทองจุดที่ผมวงกลมสีแดงๆทั้ง 3 จุดนั้นคือแนวรับที่มีนัยสำคัญ คือจุดที่ต้องจับตาตอนนี้

จุดนี้ไม่ใช่จุดแนวรับมั่วๆ (มีขนาด 161.8% ตามรายละเอียดข้างบนไม่อธิบายซ้ำละนะครับเดี๋ยวยาว) ซึ่งราคาเทสตรงนี้สามครั้งในรอบ ปีครึ่งที่ผ่านมาราคายังไม่หลุด

ซึ่งในรอบนี้ที่จุดนี้ ( แถวๆนี้ 1150-1170) ถ้ามันเอาอยู่อีกครั้ง มันจะยิ่งสร้างความมั่นใจมากๆ ให้กับนักลงทุนทั่วไป ว่ามันเป็นแนวรับจุดที่แข็งจริง ในทางเทคนิคคอลมีชื่อเรียก ทริปเปิลๆ ไรนั้นแหละครับ ซึ่งโดยปกติ เทสต้านบนสามครั้งไม่ผ่าน คนก็กลัวแล้วครับ ทางตรงกันข้าม ถ้าเทสแนวรับล่างสามครั้งแล้วยังเอาอยู่ คนก็จะเริ่มกล้าแล้วละ ตรงนี้ถ้าไม่หลุดจึงเป็นจุด น่าเก็บนะ

#แต่ถ้าหลุด ให้ไปดูกราฟแรก ลูกศรสีแดงนั้นคือเส้นทางต่อไปของราคาทอง โดยมีแนวรับหลักสำคัญ อยู่ที่ ยอดเวฟ 4 หรือแถวๆ 980-1000 อะไรแถวนั้น

ณ ตอนนี้ราคามันยังไม่ได้หลุดแนวรับ กำลังเทสอยู่ ในกรณีที่หลุดเราค่อยมาดูเงื่อนไขย่อยๆระหว่างทางกันอีกที

ซึ่งถ้ารับนี้เอาอยู่ก็อย่าตกรถก็แล้วกัน

-------------------------
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสักนิด ราคาทองนั้นมันไม่ใช่แค่สินค้าที่รายย่อยเราเก็งกันเท่านั้น มันมีความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศใหญ่ๆหลายประเทศ เพราะงั้น ประเทศเหล่านี้(จีน รัสเซีย .... อื่นๆ) จึงเป็นรายใหญ่ หรือเอาให้ เข้าใจง่ายๆแบบหุ้นไทยเราคือ พวกนี้เป็นเจ้ามือใหญ่ของตลาด

ถ้าเขายัน หรือ เขาตบ มันมีผลแรงกับราคาสูง คนที่เล่นควรเคร่งครัด อย่าไปยึดติดกับกฏในหนังสือมากไป ต้องพร้อมปรับตามเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น เขาไม่ให้ลงมันก็ไม่ลงนะ มันซับซ้อน มันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามการเงิน มันเป็นส่วนหนึ่งของสงครามแย่งความเป็นผู้นำโลกครับ เราตัวเล็กๆ อย่าไปฝืน เขาไปทางไหนก็ปรับตัวไปตามเขานั้นแหละครับ




บัญชีที่แย่คือเขาทำให้คนจ้างพอใจ เพื่อที่จะให้นักลงทุนรู้สึกดีเมื่อได้อ่าน

แฮปปี้วันฮอลโลวีน
จากข่าวนี้ http://www.thairath.co.th/content/460318
บัญชีที่แย่คือเขาทำให้คนจ้างพอใจ เพื่อที่จะให้นักลงทุนรู้สึกดีเมื่อได้อ่าน

บัญชีที่แย่นี้มีเยอะ
ยุโรปเคยเกิดเรื่องนี้บ่อยๆ อเมริกาก็ใช่ย่อย
ส่วนเมืองไทยนี้รู้อยู่แก่ใจ

ต้องเกิดวิกฤติจริงๆบ้านเราถึงสอบสวน แต่ตัวเป้งมักหนีรอดหมด ถ้าโดนคดีก็หนีออกนอกประเทศ ตอนปี 40 มีให้เห็นมาแล้วครับ

ดังนั้นใช้ข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจให้หลากหลาย ไม่ใช่จมอยูแต่กับบัญชีงบอย่างเดียว

เดี๋ยวผีจะหลอกเอา

กราฟแรกเป็นเซทระยะสั้น แนวรับ แนวต้านรอง แนวต้านหลักที่ต้องระวัง

กราฟแรกเป็นเซทระยะสั้น แนวรับ แนวต้านรอง แนวต้านหลักที่ต้องระวัง เรียงกันตามลูกศรที่ชี้ตำแหน่ง fibo เลยครับ หลักต้านสำคัญ 1570

ส่วนกราฟที่ 2 คือเหมือนที่เคยโพสจุดกลับตัวสั้นรอบก่อนว่า เราควรให้สมมุติฐานว่าตรงนั้น เป็น a หรือ 1 ของขาลง และจุดวัดเงื่อนไขที่ดีก็มาถึงแล้ว คือที่ลูกศรสีแดงชี้นั้นเป็นจุดแรกครับ ถ้าไม่ผ่านก็ระวังกันหน่อย หรือ ถ้าผ่านแล้วไปทำ new hi ไม่ได้ก็ต้องระวังเช่นกัน

จุดระวัง 2 ไทม์เฟรมมันซ้อนกัน เราก็ควรระวังมากหน่อยนะครับ

อันนี้คือโพสก่อนหน้าที่ต่อเนื่องกันครับ
https://www.facebook.com/ThaiTraderPage/photos/a.205203229516556.43320.205203022849910/741310625905811/?type=1&theater



ฟองสบู่ทิวลิปเกิดยังไง วิกฤติครั้งนั้นอธิบายได้ดีมากๆในสารคดีเรื่องนี้ครับ

ฟองสบู่ทิวลิปเกิดยังไง วิกฤติครั้งนั้นอธิบายได้ดีมากๆในสารคดีเรื่องนี้ครับ

สารคดีแนะนำสำหรับคนนอนเล่นกลางวันแบบเดียวกันกับผม 5555

มีเวลาก็ดูจนจบครับ ถ้าไม่มีเวลาดูช่วงนาทีที่ 12 เป็นต้นไปถึงประมานนาทีที่ 20

เรื่อง "ฟองสบู่ทิวลิป" ลองดูนะครับน่าสนใจสำหรับนักเก็งกำไรทั้งหลาย

ยุโรปเจอสมบัติค้นพบโลกใหม่มีเงินมาก คนในอัมสเตอร์ดัม รวย เริ่มหาของฟุ่มเฟยมาเล่น สิ่งหนึ่งนั้นคือดอกทิวลิป มีการเก็งกำไรดอกทิวลิป มีการสร้างฟิวเจอร์เพื่อสิทธิในการเก็บเกี่ยวพืชผลเป็นครั้งแรกในโลก และสุดท้ายก็เช่นเคย ทุกอย่างเกิดซ้ำเดิมคือ

"เมื่อถึงจุดที่คนไม่กล้าไล่ราคาที่สูงกว่านั้นแล้วคนออกจากเกมส์ช้าก็รับเคราะห์ไปครับ"

สนุกครับลองดูกัน ไว้ว่างๆจะมาเล่าเพิ่มเติมให้ฟัง

ความอยาก และ ปัจจัยความจริง สองเรื่องนี้ต้องประเมินให้เป็น สำหรับนักเก็งกำไรในสินค้าอะไรก็ตาม ต้องรู้ว่ามันมีความสำพันธ์กันยังไง

จากข่าว
หนี้เน่าแบงก์พาณิชย์ทะลัก เศรษฐกิจวูบคนไทยหมดแรงผ่อนบ้าน-รถ

ความอยาก และ ปัจจัยความจริง สองเรื่องนี้ต้องประเมินให้เป็น สำหรับนักเก็งกำไรในสินค้าอะไรก็ตาม ต้องรู้ว่ามันมีความสำพันธ์กันยังไง

ครั้งก่อนปัจจัยมาจากอะไรอย่างอื่นซึ่งคล้ายๆกันกับครั้งนี้อยู่หลายๆด้าน(ปี 40 เก็งอสังหา รวมหัวกันปล่อยกู้ ยืมเงืนมาปล่อยทำยอดโดยไม่ดูปัจจัยจริงๆ สุดท้ายเมื่อได้ของกันครบแล้ว คนไม่ไล่ซื้ออสังหาต่อ พวกกู้มารับของบนยอดดอยก็เลยไม่มีเงินพอไปจ่ายหนี้ ค่าเงินบาทปิ๋ว วิกฤติต้มยำเกิด)

ครั้งนี้ปัจจัยก็มีเหมือนกัน aec นี้หล่ะตัวหลักกระตุ้นอสังหา ความหวังมันมักวิ่งแซงหน้าความจริงตลอด(อันนี้แล้วแต่ประสบการณ์ของใครของมันที่จะประเมินว่า ความหวังมันวิ่งไปเกินปัจจัยจริงแล้วหรือยัง)

กิเลศมันมักวิ่งไปเวอร์เกินหน้าเกินตาปัจจัยจริงๆเป็นประจำนี่สิ
ทำอะไรต้องรู้ตัว ยังไงรอบนี้ลองมาจับตาดูกัน กิเลศจะวิ่งเกินปัจจัยอีกไหมครับ

เมื่อคนในเกมได้ของหมดแล้ว ความอยากความคาดหวังจะแสดงออกสวนทางกันกับปัจจัยจริง(Divergence) อันนี้แหละเรื่องสำคัญที่นักเก็งกำไรต้องรู้ ต้องคอยจับสัญญาน

เรื่องเดิมที่ค้างไว้เดี๋ยวมาต่อ เอาอันนี้มาลงก่อนเพราะว่ามันตรงและคล้ายกับช่วงวิกฤติช่วงที่ 2 ของตลาดหุ้นไทย ในโพสก่อนหน้าข้างล่างนั้นครับ

ทำไมบางคนกลัววิกฤติตลาดหุ้นมากๆ แล้วทำไมบางคนนั่งรอนอนรอสัญญานการมาของวิกฤติ

ทำไมบางคนกลัววิกฤติตลาดหุ้นมากๆ แล้วทำไมบางคนนั่งรอนอนรอสัญญานการมาของวิกฤติ มาอ่านกันตรงนี้เถอะ ผมจะเขียนเป็นช่วงๆ ไป

ตรงนี้ผมจะเชิญมาฟังเรื่องหุ้นย้อนหลัง โดยชวนมองมันผ่านกราฟเทคนิคคอลที่ผมถนัดนี้แหละครับ

ซึ่งผมจะชี้ไปที่วิกฤติแต่ละครั้งในตลาดหุ้นไทยเราว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วตั้งแต่สมัยนั้นๆ เทคนิคคอลสามารถใช้การได้ไหม รวมถึงเล่าเกร็ดเล็กๆต่างๆในช่วงวิกฤตินั้นๆด้วย

แล้วคุณจะตะลึงว่า ทุกวิกฤติมันมีต้นเหตุมาจากอันเดียวกันเลย และคงพอเดาได้ว่าในอนาคตมันก็จะเกิดวิกฤติซึ่งมีต้นเหตุมาจากสิ่งเดียวกันอีกแหละ กิเลศไม่เคยให้บทเรียนกลุ่มคน แต่ในส่วนของปัจเจกชน นั้นคุณจัดการมันได้ครับ

ผมแบ่งช่วงสำคัญๆของหุ้นเป็น 5 ช่วง และขอเริ่มพูดถึงช่วงที่ 1 ก่อนในโพสนี้

ช่วงที่ 1 นี้เริ่มเมื่อมีการก่อตั้งตลาดหุ้นไทยเรา ปี 2518 ไปจบเมื่อราวๆปี 2522 วิกฤตินี้เรารู้จักมันในชื่อ "วิกฤติราชาเงินทุน-วิกฤติราคาน้ำมัน"

ในช่วงนี้กลุ่มโอเปคได้ขึ้นราคาน้ำมัน 30% ประเทศที่ขุดน้ำมันได้ไม่พอใช้อย่างบ้านเราก็รับเคราะห์ตามระเบียบครับ เงินเฟ้อในประเทศพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว บัญชีขาดดุลก็พุ่งตามกัน ตอนนั้นต้องลดค่าเงินบาทลง 9 %

ซ้ำยังมาเจอเหตุการณ์บริษัทเงินทุน ราชาเงินทุนนี้แหละครับก่อปัญหาโดยการปล่อยกู้ให้บริษัทลูก โดยที่ไม่มีอะไรคค้ำประกันเลย

ร้ายกว่านั้นข้อมูลบางที่ยังบอกว่า บริษัทลูกพวกนี้ก็เอาเงินกู้นั้นๆวนมาซื้อหุ้นบริษัทแม่ ทำให้ราคาหุั้นเพิ่มจาก สองร้อยกว่าบาท เป็นสองพันกว่าบาท

การทำแบบนี้ทำให้ราคาหุ้นและผลประกอบการของราชาเงินทุน ขึ้นอยู่กับการปล่อยกูให้บริษัทลูกที่เอาเงินมาซื้อหุ้นของบริษัทแม่ เป็นวงจรธุรกิจที่โคตรอุบาทจริงๆ

ในการเก็งกำไรราคาแบบเต็มสตรีมแบบนี้ สุดท้ายแล้วมันจะมาถึงจุดที่ "ไม่มีคนกล้าเสนอซื้อในราคาที่สูงกว่านั้นอีกแล้ว" หรือที่เราเรียกอีกอย่างว่า "ฟองสบู่แตก" นั้นแหละครับ

พอถึงตรงนี้ ราชาเงินทุนไม่มีเงินสภาพคล่องแล้วครับ หุ้นตกลงมาเหลือสามร้อยกว่าบาท บริษัทลูกที่กู้เงินไปแล้วมาซื้อหุ้นของบริษัทแม่ก็ขาดทุนสิครับจะเอาเงินที่ไหนมาใช้คืน พวกเจ้าหนี้ของบริษัทแม่อีกทอดก็เริ่มวุ่นวาย

เก็บหนี้ไม่ได้ นั้นทำให้สุดท้ายรัฐต้องเข้ามาจัดการ วิกฤติรอบนี้ถ้าจำไม่ผิดจบด้วยมีคนติดคุกครับ

ได้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยพอให้เห็นภาพวิกฤติครั้งนี้ ข้อมูลคร่าวๆเท่าที่หาได้จะประมานนี้ครับ ที่นี้เรามาดูในส่วนของเทคนิคคอลกันบ้าง

จากข้างบนที่ผมเขียนบอกว่าการเก็งกำไรที่อุบาทครั้งนี้ สุดท้ายแล้วมันจะมีราคาที่คนไม่ซื้อต่อ ซึ่งตรงจุดนี้เองคือหายนะที่ผู้บริหาร ราชาเงินทุนไม่เข้าใจ

ลองดูในกราฟที่ 2 ตรงนี้ถ้าใครที่ติดตามกันมานานท่านจะเห็นว่า มันเกิด Divergence ระดับสัปดาห์ นั้นมันมีความหมายว่า ราคาของตอนนี้ เมื่อเทียบกับยี่สิบสามสิบสัปดาห์ก่อน คนมันไม่ไล่ซื้อไล่ราคาอีกแล้ว ตรงนี้ผมย้ำเสมอ ว่ามันคือสัญญานที่ซีเรียสเลยนะ ระดับสัปดาห์เตือนมานี้ต้องโคตรระวังแล้ว (หุ้นไทยตอนนี้ก็มีแนวโน้มเช่นเดียวกัน)

หมายถึงว่ายิ่งราคาเพิ่มสูงขึ้น คนยิ่งขายสวนออกมา พฤติกรรมของราคา ต่อค่าเฉลี่ย ต่อ macd นี้ผมเขียนแบบเห็นภาพชัดๆในบล๊อกแล้วลองไปหาอ่านเพิ่มเอาสำหรับคนที่ยังงงว่าตรงนี้มันสำคัญยังไงนครับ

ลองข้ามไปดูในส่วนของ Elliott wave ท่านก็จะเห็นว่า เวฟ 5 ไปจบที่ 361.8% ของขนาดเวฟ 1 พอดี ซ้ำร้ายกว่านั้น มันดันตรงกับข้อสังเกตุที่มักจะเกิดขึ้นในทฤษฏี Elliott wave ซะด้วย คือ เวฟ 3 จบยาวๆ และเวฟ 1 กับ 5 ขนาดเท่ากันเป๊ะ และในส่วนของการเทสแนวต้านของคลื่น มันก็ดันพอเหมาะพอเจาะ กับตัวเลข Fibo ที่เราใช้กันในตอนนี้อีก

ตรงนี้ผมไม่รู้ว่าเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้วเมืองไทยเรามีนักลงทุนที่ใช้เทคนิคคอล ที่คล่อง Elliott wave คล่อง การดูโมเมนตั้มมากแค่ไหน ซึ่งผมคิดเองว่ามันคงไม่เยอะ (ขนาดทุกวันนี้ก็ยังไม่เยอะ)

ตรงนี้มันเป็นหลักฐานหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า เทคนิคคอลมันไม่ได้เกิดได้เพราะมีคนใช้ แต่มันเกิดขึ้นได้เพราะพฤติกรรมกิเลสของมนุษย์

เมื่อเกือบๆ 40 ปีที่แล้วมีกลุ่มคนไทยยุคแรกๆในตลาดหุ้นได้แสดงร่องรอยและหลักฐานของ "พฤติกรรมกิเลศ" ในตลาดหุ้น ทิ้งไว้ให้เราได้ย้อนกลับไปศึกษาโดยผ่านความรู้เทคนิคคอล

ตรงนี้มันมีประโยชน์ที่เราควรใส่ใจ อาการแบบนี้มันออกมาทุกช่วงวิกฤติที่ผมจะพูดต่อไปในรอบหน้า มันเกิดทุกครั้ง แล้วเราจะมาไล่ดูด้วยกันว่าครั้งหน้านี้มันจะซ้ำรอยเดิมอีกไหมครับ

วันเกิดของผมเมื่อสามปีก่อนผมตั้งเป้าว่าจะสร้างเพจ และจะเขียนไปเรื่อยๆ เป็นเวลา10 ปี ถึงเวลานั้นพอดีผมจะเลิกงานอื่นๆ ทุกอย่าง แล้วมาพูดมาเขียนเรื่องหุ้นนี้แบบเต็มตัว ตอนนี้ผ่านไป 3 ปี ถ้าพูดถึงก็ยังห่างจากปลายทางมากๆ แต่ผลตอบรับดีมากซึ่งผมดีใจจริงๆ

มีการส่งข้อความหลังไมค์เข้ามาสอบถามแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อยๆ ซึ่งก็ถือว่าผมไม่ได้เขียนและพูดอยู่ฝ่ายเดียว 555

พรุ่งนี้ครบรอบวันเกิดปีที่ 33 ของตัวผมเองและ เป็นปีที่ 3 ของแรงจูงใจที่ทำทำให้เกิดเพจนี้ ตัวผมคงได้ไปทำบุญและขอปันบุญปันความรู้ให้ทุกท่านต่อๆไปครับ

ติดตามวิกฤติช่วงที่ 2 ในโอกาสต่อไปครับ



เซทระยะสั้น มันเริ่มได้ลุ้นกลับตัวสั้น ตรง 261.8% 17 ตุลาคม 2014

เซทระยะสั้น มันเริ่มได้ลุ้นกลับตัวสั้น ตรง 261.8% นั้น มันได้ลุ้นสัญญานกลับตัวเริ่มออกมา และเมื่อนับเวฟก็พอจะอยู่ในโซนเวฟ 5 ของระยะสั้นนี้แล้ว

ทั้งนี้ถ้าตรงนี้กลับตัวระยะสั้นได้จริง เราควรตีสมมุติฐานให้มันเป็นเวฟ a แล้วไประวังที่เวฟ b อีกที ถ้าเป็นแนวนี้เดี๋ยวจะมาอัพเดตกราฟวันหน้าครับ


ทำไมเราต้องมีระบบ แล้วระบบจริงๆมันคืออะไร แล้วมันสำคัญยังไง

เรื่องย่อเกริ่มนำของ "ระบบ"

ทำไมเราต้องมีระบบ แล้วระบบจริงๆมันคืออะไร แล้วมันสำคัญยังไง ผมขอเกริ่นสั้นๆก่อนแล้วจะมาเขียนละเอียดอีกรอบ

การจัดการความเสี่ยงคือการวางเงื่อนไข

เงื่อนไขคือการวางทางเลือกถึง "สิ่งที่จะต้องทำ" เพื่อรับมือกับผลที่เกิดขึ้นจริงในความเป็นไปได้ด้านต่างๆ

"สิ่งที่จะต้องทำ" นี้จะถูกพัฒนาไปเรื่อยๆ จุดประสงค์ก็เพื่อให้ผลกระทบจากข้อผิดพลาดที่มาจากความเสี่ยงจำกัดและน้อยลงเรื่อยๆ นี่แหละคือการพัฒนาการจัดการความเสี่ยง

เมื่อเราพัฒนาชุดของเงื่อนไขจนสามารถใช้ชุดเงื่อนไขเดิมนั้นซ้ำๆ ตลอดไป นี้คือสิ่งที่เรียกว่า "ระบบ" ****

มนุษย์ซึ่งมีปัญญา พอสังเกตเห็นว่ามีอะไรต้องทำซ้ำๆแบบเดิมๆหรือคล้ายๆเดิมตลอด พวกเราจึงสร้าง "ระบบ" ขึ้นมาและนี้แหละคือเอกลักษณ์ที่แสดงถึงว่าเราคือมนุษย์

- การล่าสัตว์ในสมัยโบราณก็มีระบบ
- การเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่โบราณก็มีระบบ
- การผลิตสิ่งต่างๆก็มีระบบ
- ในสังคมก็มีระบบคือกฏหมาย

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจัดการชุดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นซ้ำๆเดิมทุกวันนั้นเอง

แน่นอนในการที่ต้องเจอชุดเหตุการณ์เดิมๆซ้ำๆจากตลาดหุ้น มันก็ต้องมีระบบเช่นกัน แล้วนั้นแหละคือสิ่งที่จะพูดถึงต่อไป

ระบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เพอร์เฟ็คดังนั้นมันต้องมีการพัฒนาปรับปรุงอยู่เสมอ การหวังถึงระบบที่เป็นจอกศักดิ์สิทธิ์นี้ยากมาก ยากจนแทบจะเท่ากับเรื่องไร้สาระไม่น่าเสียเวลาหวังถึง

แต่ระบบที่จัดการให้ได้กำไร ให้อยู่ได้ในตลาดนั้นมีจริงแน่ๆ ทั้งนี้จะได้กำไรมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ

- ความเข้าใจของผู้สร้างระบบ
- ประสบการณ์ของผู้สร้างระบบ
- การพัฒนาระบบอุดรูรั่วข้อด้อยของระบบอยู่เสมอ

การมีระบบของตัวเอง สไตล์เข้ากับพื้นฐานชีวิตตัวเอง นั้นคือเรื่องวิเศษยอดเยี่ยม เพราะว่าเราเข้าใจ หลับตาคลำ หรือ ทำสิ่งใดในระบบนี้ เราก็รู้หมดว่ามันคืออะไร เราทำทำไม

นั้นคือเหตุผลและสิ่งที่ผมพูดเสมอว่า คุณต้องมีระบบของคุณเอง มันซื้อขายกันยากนะระบบนี้ เพราะปัจจัยสำคัญในระบบคือใจของคุณเอง ดังนั้นถึงซื้อระบบจากที่เดียวกัน ผลลัพธ์ของแต่ละคนก็มักไม่เหมือนกัน

มันต้องระบบที่เข้ากับตัวคุณเองได้เท่านั้นครับ แล้วใครละจะสร้างระบบที่เข้ากับตัวคุณเองได้

ก็ตัวคุณไงครับ
พร้อมหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วไว้บทความหน้ามาเข้าถึง "การสร้างระบบเทรดในตลาดหุ้น" กันแบบเน้นๆเลย

แหม...ช่างปิดท้ายได้เหมือนบริษัทขายตรงจริงๆ 5555