วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

ถ้าแรงงานเขมรพากันกลับบ้านเป็นแสนๆเหมือนในข่าวแล้วจริงๆ มันอาจจะมีอะไรกระทบทั้งเศรษฐกิจและสังคมไทยเราไม่มากก็น้อย



มันมีหลายๆแง่ที่น่าคิด
- จะมีตำแหน่งงานเพิ่มให้คนไทยหรือไม่ อันนี้คิดเล่นๆกันดู ตำแหน่งงานพวกนี้ไม่ค่อยจะเป็นตำแหน่งงานที่คนไทยชอบทำเท่าไหร่

- จะมีปัญหาต่อธุรกิจที่จ้างแรงงานเขมรหรือไม่ อันนี้เขาคงกำลังปวดหัวหาคนแทนกันให้วุ่น ไม่มีคนทำงานนี่หนักนะ อะไรหลายๆอย่างช้าลง มันเท่ากับ งบบานปลาย

- สิ่งที่อ้างว่าเป็นต้นเหตุให้แรงงานเขมรเดินทางกลับบ้าน มันดูมีลับลมคมในพีลึกมาก ถ้าเครียดเรื่องข่าวลือแบบที่ข่าวบอก มันก็ไม่น่าจะขนาดยอมกลับไปเยอะขนาดนั้น ตอนแอบมาไม่ได้มากันง่ายๆ ฟรีๆนะ คือเอาจริงๆผมฟังยังไงก็ไม่สมเหตุสมผล ที่จะเชื่อข่าวลือแปลกๆ(แบบที่ออกข่าว) แล้วพากันยอมกลับไปเป็นแสนๆ มันมีอะไรเบื่องหลังไหม (ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแค่สงสัย)

เราจะรวมกันทางเศรษฐกิจอยู่ร่อมร่อแล้วครับ ปัญหาแบบนี้ไม่น่าเกิด ไม่น่าทำ

Overbought - Oversold โดยทั่วๆไปเราจะได้ยินบ่อยๆโดยเขาบอกว่าคือการ "ซื้อหรือขายมากไปแล้ว" มันจริงหรือ ?



ในโลกจริงๆ ความกลัว ความโลภ ของคนเรานี่มันไม่ควรใช้คำว่า "มากไปแแล้ว" มาจำกัดความเลยครับ ถ้าทำแบบนั้น คุณกำลังดูถูกกิเลศอย่างรุนแรง ประเมินค่ามันต่ำไปมาก

ในโลกจริงๆผมไม่เคยเชื่อเลยว่ามันจะมีโซนที่จะบอกเราว่าซื้อมากไปแล้ว หรือ โซนที่จะบอกเราว่าขายมากไปแล้ว

ถ้ามีปัจจัยกระตุ้น คนสามารถขายจนทะลุโลกลงไปต่ำใกล้ๆ 0 หรือถูกจนราคาสินค้านั้นไร้ค่าเลยก็ได้ หรือในทางกลับกันสามารถ ซื้อไปเรื่อยๆจนแพงเวอร์ๆได้เช่นกัน นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ของกิเลศ ผ่าน ความกลัว และ ความโลภ

โดยที่ indicator หลายๆตัวที่ชอบเอามากำหนดโซนซื้อมากไปหรือขายมากไปนั้น จะมีค่าแช่อยู่ในโซนซื้อหรือขายมากไปตลอดได้โดยที่ หุ้นก็ยังขึ้นหรือลงต่อไปอีกได้แบบปกติ

การใช้โซนซื้อหรือขายมากไปนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวถ้าคุณใช้เพียงแค่นั้นตัดสินการกลับตัวของราคาเลย

เพราะที่จริงแล้วมันกลับตรงกันข้ามกันเลย คือ ถ้าราคาเข้าไปที่โซนนั้น มันบอกแค่ความแข็งแกร่งของทิศทางเท่านั้น คือคนซื้อชิบหายเลยเว้ย หรือ ขายกันวายป่วงเลย อะไรแบบนั้น

มันมีปัจจัยรายละเอียดอื่นๆอีกที่ควรเอามาพิจรณาเพื่อตัดสินใจว่ามันจะกลับตัวแล้วหรือยัง

เพราะฉนั้น โซน Overbought - Oversold ในความหมายที่ว่าเข้ามาตรงนี้แล้วจะกลับตัวนั้นมันไม่มี มันให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำ คือมันจะขึ้นอีก หรือลงอีกก็ได้

การดู Overbought - Oversold ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใช้ โซนตัดสิน

การดู Overbought - Oversold ควรเข้าใจความหมายของมันให้ดีๆ และมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยดังนี้

- Overboughtโซน ควรเกิดขึ้นเมื่อมีคนที่อยากซื้อสินค้านั้นๆในราคาที่สูงขึ้นน้อยลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายไม่มีคนที่อยากซื้อในราคาที่สูงกว่านั้นอีกแล้ว แบบนี้ราคาถึงกลับตัวลง หรือ ออกข้าง อาการแบบนี้เราจับได้ จากการเปรียบเทียบค่าของ indicator ที่เราชอบ rsi macd หรือแม้แต่แค่ เส้น ma เป็นต้น

- Oversoldโซน เกิดขึ้นในทางตรงกันข้ามกับ Overbought คือเกิดขึ้นเมื่อมีคนอยากขายที่ราคาต่ำลงน้อยลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายไม่มีใครอยากขายในราคาที่ต่ำกว่านั้นอีกแล้ว ราคาถึงได้กลับตัวขึ้น หรือ ออกข้าง อาการแบบนี้เราจับได้ จากการเปรียบเทียบค่าของ indicator ที่เราชอบ rsi macd หรือแม้แต่แค่ เส้น ma เป็นต้น เช่นกัน

จะเห็นได้ว่าถ้าใช้โซนใน indicator ดื้อๆว่าเกิน 70 คือซื้อมากไป ต่ำกว่า 30 คือขายมากไป อันนี้ระวังรับมีด หรือ ขายหมู ราคามันจะลงหรือขึ้นไปเรื่อยๆ โดยที่ค่าของ indicator จะแช่อยู่ที่โซนนั้นๆได้นานๆ

ประเด็นคือ คุณต้องรู้ให้ได้ว่า คนไม่อยากที่จะซื้อ หรือ ขาย ต่อไปอีกแล้ว จึงจะพูดได้ว่า มันได้เข้าสู่ Overbought - Oversold โซน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง คือการดู divergence convergence อันนี้ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมกันเขียนไว้เยอะแยะ และฝากไว้ว่าเวลาอ่านศึกษาตำรา ควรเอาคำยากๆสวยๆในหนังสือ ย่อยลงมาเป็นคำง่ายๆ หลักพื้นฐานของการเทรด ไม่มีอะไรมากไปกว่า "ความอยาก" คนเขาอยากซื้อ หรืออยากขายเราก็จัดการตามนั้น ชื่อของ indicator ที่เท่ห์ นั้น มันเอาไว้วัดหรือหา การเคลื่อนไหวของ ความอยากนี้ทั้งนั้น

ประเด็นคือหาวิธีจัดการการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของความอยากนี้ให้ได้ คุณก็เอาตัวรอดได้

ไม่ว่าวิธีการดูการเปลี่ยนแปลงของ "ความอยาก" นี้จะยิ่งใหญ่ถึงขนาดเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่ แต่ เชื่อเถอะครับ ในเทคนิคคอล มันเป็นจอกกากๆ ใบเดียวที่คุณมีอยู่ ใช้มันให้ถูกอย่างน้อยที่สุดคุณก็จะไม่แพ้

วิเคราะห์หุ้น true ตี 3 time frame ตามที่ทักมาครับ

มีทัก #true มาตีสามไทม์เฟรมนะครับ

1. อันแรกดูระดับเดือน รอบมันเริ่มตั้งแต่หลัง แฮมเบอร์เกอร์ ตอนนี้ตีว่าเป็นช่วงของเวฟ 3 ใหญ่อยู่ อันนี้ผมอิงจาก macd คือมันแรงเยอะอยู่ เลยให้น้ำหนักว่าเป็นเวฟ 3 ใหญ่มากกว่าจะจบเวฟ 4 ใหญ่แล้ว แนวรับสำคัญก็เส้นเทรนด์ไลน์สีขาวที่ลูกศรสีเขียวชี้อยู่ เทรนด์ไลน์เส้นนี้รับอยู่มาสี่ปีแล้วครับ ตรงนี้ถ้าไม่หลุด คนที่ถือยาวจริงๆแบบว่าคิดเป็นปีๆ หรือหลายปี ก็ไม่มีไรต้องเครียด ชิดเส้นแนวรับนี้เข้าไปเรื่อยๆแล้วครับ

2. ระดับวัน จะเห็นจากข้อหนึ่งมันทำ pattern และราคาเข้ามุมเรื่อยๆ โดยที่ macd ก่อนหน้านี้แรงมาก แบบนี้ ต้องจับตาเพราะมันดูเป็น pattern ที่น่าคิดว่าอย่างน้อยสุดเป็นแค่เวฟ 4 ของเวฟ 3 ใหญ่ และถ้าจำไม่ผิดเคยโพสทักให้จับตาไปก่อนแล้วหลายเดือนอยู่ในโพสเก่าๆ วันนี้โวลุ่มพุ่ง และราคาเบรกทั้งเส้น ema 200 และ เทรนด์ไลน์แนวต้านที่กดมาหนึ่งปีเต็ม ต้องถือว่าแรงมาก สุดท้ายในระดับวันแนวรับหลัก ที่ไม่ควรหลุดคือเส้น ema200

3. ระยะสั้นสองชั่วโมงกันบ้าง จะเห็นว่าตอนนี้วิ่งออกไปเป็นเวฟ 3 แล้ว และอย่างที่บอกในข้อสอง macd สูงโวลุ่มสูง แบบนี้ถือรอไปเรื่อยๆ ไดเวอร์เจนซ์เมื่อไหร่คนเล่นสั้นค่อยตั้งเงื่อนไขออก

สุดท้าย ข่าวร่วมกับจีนไรนั้น มันเป็นดีลที่มีคนรู้ก่อนแล้วไม่ใช่ข่าวแบบปัจจุบันทันด่วน ดังนั้นมันมีไทม์ไลน์แน่ๆ ผมก็ขอยืนยันคำเดิมอย่าไปสนข่าวดูกราฟอย่างเดียวก็เห็น

สุดท้ายกว่า สถานการณ์การเมืองแบบนี้ผมว่ามันโอเคมากกับบริษัท พูดมากไม่ดี






รีโพส 8 มิถุนายน 2014 Andrew Carlssin หนุ่มนักย้อนเวลา

เก็บมาฝากแบบเอาฮานะครับ
ถ้าคุณย้อนเวลาได้ คุณจะย้อนเวลาไปทำอะไร นายคนในเรื่องนี้กลับไปซื้อหุ้น

ปล เรื่องในลิ้งนี้มีข้อมูลหลายส่วนที่ผิดเพี้ยน เพราะงั้นอ่านเล่นเอาฮา ตอนว่างแค่นั้น

ตามไปอ่านเล่นที่นี้ http://hitech.sanook.com/1389293/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A-andrew-carlssin-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2/

วิเคราะห์หุ้นบัตรเครดิต KTC เก็บตกจากโพสเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2014

ก่อนอื่นบอกก่อนมีเพื่อนในเพจถามมาว่าหุ้นบัตรเครดิตที่เคยพูดถึงนานแล้วตอนนี้เป็นยังไง ขนาดผมเขียนเองยังลืมไปละ ไปค้นดูเคยเขียนจริงๆด้วย รู้สึกดีใจมาก แสดงว่าอะไรที่เขียนๆไว้แม้จะนานแล้วก็ยังมีคนดู

บทความที่ว่าคืออันนี้นะครับ วัฒนธรรมประหลาดของเราคนไทย อยากกินมะพร้าวดันไปขึ้นต้นมะขาม

เริ่มที่กราฟราย week ก่อน ช่วงขาขึ้นรอบนี้หลักๆคือมองว่าเป็นช่วง (เวฟที่ 5) หรือ ยังเป็น (เวฟย่อยของเวฟที่ 3 ใหญ่) อยู่ ตรงนี้ ภาพกว้างๆที่เราต้องจับตาคือ ถ้าราคาขึ้นไปถึงไฮเดิมแถวๆ 51 บาท ถ้าราคาไปถึง ก็ดู macd ข้างล่างนั้นว่ามันเตี้ยมากไหม ถ้าเตี้ยกว่ายอดเก่าก็ระวังดีๆ เริ่มวางเงื่อนไขออก เงื่อนไขวางยังไงอันนี้พูดบ่อยแล้วลองหาอ่านอันเก่าเนาะ

มาถึงส่วนของรอบสั้น จากกราฟรายวันตอนนี้ มีเทรนด์ชัดเจนตามที่ตีกรอบเทรนด์ไลน์ไว้ ทิศทางแน่นอนไปที่ยอดไฮเดิมราคาที่พูดถึงจากกราฟราย week ไปดู macd ระยะ day ยังมีแรง ดูเป็น convergence แบบนี้ ถ้ามีย่อไม่หลุดกรอบเทรนด์ มันมักเด้งขึ้นไปอย่างน้อยยอดเดิมของมันหรือสูงกว่า เช่น ตอนนี้ราคา 45.5 ถ้าพรุ่งนี้หรือวันอื่นๆข้างหน้า ราคาเกิดหล่นลงมา แต่ไม่หลุดเส้นเทรนด์ไลน์เส้นล่าง(หรือแนวรับอื่นแล้วแต่ท่านวางแนวรับยังไง) ถ้าดู macd แล้วยังสูงต่อเนื่องมันมักจะกลับขึ้นไปเทสอย่างน้อย 45.5 บาทอีกครั้ง(หรือหลายครั้ง) จนกว่าคนจะแน่ใจว่าไม่มีการไล่ราคาอีกแล้ว

การไล่ราคากับ macd มันเกี่ยวข้องกันยังไง อันนี้ลองหาอ่านโพสเก่าๆในบล๊อกก็ได้ครับ

ตอนนี้ถ้าคนที่มีหุ้นควรต้องทำไง ก็คงต้องถือไปเรื่อย รอดูว่าในกราฟวันเนี้ย มันจะเกิด divergence เมื่อไหร่ ถ้าเกิดแล้วขั้นแรกให้ระวัง วางเงื่อนไขอาจจะใช้เส้นเทรนด์ไลน์เหมือนที่ตีในกราฟตัวอย่างนี้ก็ได้ ถ้าหลุดเทรนด์ไลน์เริ่มแผนปล่อยอะไรประมานนั้น ขั้นต่อไป ถอยออกมาเช็คกราฟ week ถ้าทำนิวไฮหรือไฮเดิมแล้ว(แถวๆ 51 บาท) เริ่มหมดแรง ให้ดูว่า divergence ตรงนี้ห่างมากไหม ถ้าห่างมากก็คงต้องเด็ดขาดเรื่องการปล่อยของออก

เพิ่มเติมนิดหน่อย ขอเล่าย้อนหลังนิดไม่ว่ากันนะ แต่ผมได้ทักไว้ก่อนแล้ว

จากบทความนั้น ถ้าจำไม่ผิด ผมได้ทักไว้ว่า ถ้ามาถึงจุดที่ควรซื้อ(divergence) คนที่ฟังข่าวหรือมโนเรื่อง การขาดทุนเพื่อสำรองเงินอะไรสักอย่างของธุรกิจบัตรเครดิต(ซึ่งผมไม่เข้าใจเท่าไหร่ ตามที่บอกไปในบทความเก่านั้น) เขาจะไม่กล้าซื้อแน่ๆ จุดนั้นคือ divergence ที่เห็นชัดในกราฟที่ 2 กราฟรายวันนั้นแหละครับ อาการแบบนี้ ฮามากดูดอกสุดท้ายก่อนจะขึ้นมีการกระชากลงข่มรายย่อยด้วย บอกแล้วว่า พวกหุ้นในกลุ่มไฟแน้นซ์เข้าเก่ง เขี้ยวลากดิน

สุดท้ายยังยืนยันคำเดิม

"การวิ่งของราคามันเก็งกำไรทั้งนั้น ใช่อยู่วันหนึ่งถ้าธุรกิจดีๆ ฐานของราคาหุ้นแบบกว้างๆ ต้องเลื่อนไปตามผลการดำเนินงานของบริษัทนั้นๆ แต่เวลาปกติหุ้นพุ่งๆขึ้นไปนั้น เขารอหรือพยายามทำให้คนหาเหตุมาอธิบายผลนี่แหละ แล้วจึงพาไปอยู่ดอยกัน ยิ่งไปดูกราฟจะยิ่งเห็นชัด มันมีจังหว่ะทางเทคนิคให้เห็นเยอะเลย"

#ktc



กราฟค่าเงินบาท 2 มิถุนายน 2014 รีโพสจากเฟส

ส่วนค่าเงินบาท หลังจากเบรกแพทเทิร์นเวฟ iv ซึ่งเป็นย่อยของเวฟ 5 นี้มา ต้านต่อไปคือที่ ไฮเดิม แถวๆ 33.15 ตรงนี้สอดคล้องกับ การขายหุ้นของฝรั่งเมื่อเดือนก่อน

จะเห็นว่าหลังจากนี้ถ้าเงินบาททำนิวไฮ จะมีจุดให้เราจับตาฝรั่ง ว่าจะกลับมาซื้อไหม โดยที่

ถ้าเงินบาททำนิวไฮแล้วมีไดเวอร์เจนซ์ให้เห็นซึ่งน่าจะออกมาตั้งแต่ในไทม์เฟรมวีค แล้วฝรั่งกลับมาซื้อ อันนี้จะเป็นจุดดีสำหรับหุ้น




ไดอารี่ รีโพสจากเฟส 2 มิถุนายน 2014

วันนี้อิ่มหนำสำราญกันไป มาดูตอนเย็นว่าจะมีฝรั่งเข้าซื้อไหม

หัวทองหรือหัวดำไม่รู้นะฝรั่งรอบนี้ ถ้าหุ้นขึ้นสวนกับทิศทางเงินทุนต่างประเทศ ผมเคยเขียนไว้ในบล๊อกนานมากแล้วว่า สุดท้ายของรอบ อาจจะระวังนิด คนรับของอาจจะเป็นคนไทยโยนให้กันเดียว

ในตลาดหุ้นไม่มีคำทีว่า "คนไทยด้วยกัน"