วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น DEMCO


DEMCO แนวรับ 13.6 ที่ราคาตอนนี้แหละครับ ลุ้นว่าจะยืนอยู่ไหม แนวต้าน 14.15 ส่วนถ้ายืนไม่อยู่ รับต่อไปคือ 12.95 ถ้าตามเทคนิคต้องระวังหน่อย ลองเอาไปปรับใช้กับข้อมูลพื
้นฐานเอานะครับ 21-2-13

   
DEMCO แนวต้าน 11.6 แนวรับ 11 (ต้านเดิมคราวก่อน)และ 10.8 ตามลำดับ ถ้าเบรกต้านได้ ต้านต่อไปคือ 12.7 บาท 18-2-13

DEMCO ตัวนี้เงียบแฮะ ไม่มีคนถามถึง สงสัยเก็บอุ๊บตั้งแต่แปดบาทกันไปละ 555 แนวต้าน 10.3 แนวรับ 9.4 หรือเส้นประสีเหลืองล่าง ถ้าเบรกต้านได้ 11 บาทเป็นเป้าต่อไป เข้าสู่ช่วงที่ต้องระวังดีๆแล้วครับ 14-2-13
DEMCOตัวแม่แนวต้าน 9.6 แนวรับแรก 8.9 ดูประกอบกับตัวลูกถัดไปนะครับ 22-1-13
DEMCO แนวต้าน แรก 9.1 แนวรับแรก 8.6 บาท จุดรับต้านแต่ละจุดตามลูกศร ถ้าเบรก 9.5 ได้ช่องยาวสุดครับ 16-1-13
DEMCO ถ้าจะขายน่าจะขายตั้งแต่ตอน มันแตะแปดบาทแล้วไม่ผ่านนะครับ (คลิกกลับไปดูกราฟก่อนหน้าประกรอบ) ตอนนี้มันมาแตะแนวรับแล้ว ถ้าเด้งน่าเข้าตาม แต่ถ้าหลุดลงมาตามศรแดงทิ้งให้ไว้ เพราะแบบนั้นจะมีโอกาสลงอีกเยอะครับแนวรับที่ราคาปัจจุบัน แนวต้านแรกที่ราคา 7.7 บาทต้านถัดไป 8.15 บาทครับ 24-12-12
DEMCO อย่าหลุดเทรนสีเขียวนั้นลงมาก็ยังถือเป็นขาขึ้น ที่แปดบาทเป็นแนวต้านสำคัญ สำคัญยังไง
ยอดอันก่อนที่แตะแปดบาทแล้วไม่ผ่าน อันที่ 2 เส้นเทรนด์ไลน์ก็ไปตัดตรงนั้นพอดีช่วยกดถือว่าเข้มยิ่งไปอีก อันที่ 3 เส้น Fibo -132.8 ก็ตัดตรงแปดบาทพอดี มันเลยหนาแน่นพอที่จะย่อในทางตรงกันข้าม(ไว้ใช้ในกรณีหุ้นตัวอื่นๆด้วย) ถ้ามันเบรกที่ตรงแปดบาท ที่มีแนวต้านมาทับกันเยอะขนาดนี้ ก็จะขึ้นแรงเหมือนกันเพราะถือว่า ความมั่นใจในราคานั้นสูงครับ 12-12-12

DEMCO จากกราฟคราวก่อนที่ตีไว้ บอกว่าเบรกกรอบพักตัวมาแล้ว(คลิ๊กดูรูปก่อนหน้าประกอบ) ก็ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้ใกล้ถึงแนวต้านที่ประมาน 8 บาท ถ้าขึ้นไปยืนเหนือตรงนั้นก็คือกลับเข้าสู่กรอบขาขึ้นแบบดูดีนะครับ ถ้าแรงไม่พอ ก็โดนตบกลับลงมาตามลูกศรขาว
สรุป ถ้าใครยังไม่มี ก็เล็งไว้ถ้ายืนเหนือ 8 บาทได้ก็แจ่ม ส่วนใครที่มีอยู่แล้วก็จับตาที่แปดบาท ถ้าไปไม่รอดอาจจะเซฟกำไรที่นี่ 12-10-2555
DEMCO ถ้าจบได้ที่นี่ก็ดูดีครับ MACD โผล่พ้นน้ำตามที่บอกไว้ราคาอยู่เเหนือเทรนด์ไลน์ แต่โดนกดหน่อยเพราะวิ่งทะลุออกไปนอกเส้น BB ลุ้นช่วยกันครับ ^^
DEMCO กราฟสวยเหมือนกันครับ พรุ่งนี้ถ้าแท่งเทียนวางอยู่บนเส้นเหลือง ถือว่าเบรกสำเร็จ แนวรับ จะเปลี่ยนมาเป็น เส้นเทรนด์เหลือง แนวต้านยังเป็น 7.8-8 บาท MACD ใกล้พ้น 0 แล้วพรุ่งนี้ถ้าแท่งเทียนวางเหนือเส้นเหลืองน่าจะทำให้พ้นน้ำได้ โวลุ่มอย่างที่บอกครับ คอนเฟิร์ม ว่าคนเข้าซื้อเยอะขึ้น RSI ยังมีช่องให้วิ่งก่อนเข้าสู่ เขตซื้อเยอะเกินครับถ้าใครชอบใครเล็งก็นับเป็นเวลาที่ดี แต่ระยะสั้นอาจมีย่อตามแนวต้านที่บอกครับ 28-11-2555
DEMCO อีกทีที่ลองคลิกย้อนกลับไปดูกราฟเดิมที่ตีไว้วิ่งชนแนวต้านแล้วย่อลงมาเด้งที่ Fibo 23.6 และคงไปวัดกันอีกทีที่ 8.3 ว่าจะเบรกหรือย่อลงมาอีกที 
ใครซื้อที่แนวรับที่ตีไว้คราวก่อน กำไรไปไม่น้อยแล้ว เตรียมระวังช่วง hi เดิมไว้ดีๆ 16-10-2555
DEMCO ชนแนวต้านใหญ่ที่ศรแดง ใครเข้าตรงนั้นไม่ต้องบอกว่าดอยแค่ไหน แนวรับที่ Fibo 23.6 ตรงปลายลูกศรสีเขียว ต้องลุ้นว่าเอาอยู่หรือไม่ หลังจากขึ้นไปเยอะ 
ปล อันนี้ไม่ได้เช็คข่าวนะครับ ดูข่าวประกอบด้วยเด้อ 5-10-2555
Demco ถ้าจะถือยาวตอนนี้เสี่ยงหน่อยครับ ทางเทคนิคถ้าไม่เบรกเส้นสีเขียวขึ้นไปตามลูกศรเขียวก็ดูไม่ค่อยดี ยิ่งถ้าหลุดเบรกเส้นแดงลง ก็จะเป็นเวฟขาลงเต็มที่ สรุปทางเทคนิค ตอนนี้เป็นช่วงวัดใจว่าจะขึ้นต่อหรือลง หุ้นจะวิ่งในกรอบเส้นแนวรับสีแดง ไปถึงเส้นเขียว ถ้าเบรกขึ้นไปถือเป็นขาขึ้นต่อ ถ้าเบรกสีแดงลงมา เข้าตำราอีเลียท ลงไปรอรับ 5.6 
Demco รายได้สองไตรมาสเท่าของปีก่อนทั้งปี แต่ราคาก็สะท้อนออกมาเป็นสองเท่าแล้ว ไม่รู้ว่าถ้า 3g เสร็จจะได้ไปทำเสาทำไรให้เขาไหมถ้าได้คงจะแจ่มนะครับ ส่วนตัวคิดว่าระยะใกล้ๆ นี้รอมันเบรกก่อนค่อยตามลงก็ไปรอเก็บ การถือยาวหุ้นตอนแตะๆพันสามตอนนี้ค่อนข้างเสี่ยงหน่อย ถ้าปรับฐานหนักเราจะดอยนาน 1-11-2555









 



วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น ASP


ASP เคลื่อนออกข้างไล่เส้น 38.2 ที่ราคา 2.3 ไปเรื่อยๆเมื่อถึงปลายธงคงต้องมีจุดแตกหัก แต่อีกพักใหญ่เลยกว่าจะถึงครับ 28-9-2555

   

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น ASIAN

ASIAN แนวรับคือ 3.76 แนวต้านคือ 3.82 ซึ่งถ้าเบรกได้ต้านต่อไปคือเส้นเทรนด์ไลน์ประ เส้นบน และ 3.92 9ามลำดับ
   

ASIAN หุ้นห้องเย็น ลงมาแตะเส้นแนวรับสีส้มแล้ว จะเด้งหรือไม่ก็มีช่องให้กำ

ไรไม่มากเพราะเข้าปลายธง ทางที่ดีรอเบรกที่ปลายธงแล้วค่อยเล่นตามเทรน ตามข่าวกันให้ดีจ้า 28-9-2555

วิเคราะห์เทคนิคหุ้น ราคาเป้าหมายแนวรับแนวต้าน หุ้น CPALL

CPALL เอาแบบสั้นนะครับ แนวรับคือ 49.24 แนวต้านแรก 49.9 ตรงนี้ลุ้นว่าไม่หลุดเทรนด์ไลน์นะคระบ เวฟ 5 ระยะสั้นนี้จบแน่นอน รอเริ่มต้นใหม่ 21-2-13



   
CPALL ตอนนี้พักตัวนะครับ แนวรับ 46แนวต้านแรกเป็นเส้นสีฟ้าบน ต้านต่อไป 49 บาทครับ 12-2-13

CPALL แบ่งกรอบเทรนด์เป็นสามเทรนด์นะครับ อันแรกกรอบพักตัวสีเหลือง แค่พักแล้ววิ่งออกข้าง รอจังหวะเช็คที่กรอบล่างของเทรนด์ขาขึ้น ซึ่งอันแรกคือกรอบเทรนด์ไลน์ขาขึ้นสีเขียว ถ้าไม่หลุดกรอบนี้คือแตะเส้นเขียวล่างแล้วเด้งได้ ก็มีสิทธิ์ขึ้นไปอีกเยอะ อีกอันคือกรอบขาขึ้นสีฟ้า คือถ้าเลยเส้นเขียวล่างออกมามาวัดที่กรอบสีฟ้านี้ ถ้าชนเส้นฟ้าล่างแล้วเด้ง ก็ไปต่อ รวมแล้วแนวรับแรก แถวๆ 44 บาท แนวต้านคือที่ราคาปัจจุบันไล่ตามเส้นเหลืองบน ถ้าเบรกตรงนี้ได้ค่อยมาดูกันอีกทีว่ามีสิทธิ์ไปได้ถึงกรอบไหน 19-1-13





CPALL แนวรับคือที่ 45.75 นี่แหละครับถ้าราคายังไม่ไปไหนรอดูตอนไปชนเส้นสีเหลือง

เส้นกลางนะครับ ตรงนั้น ถ้าเด้งก็ตาม ถ้าย่อลงมาก็ปล่อย ถ้าย่อลงมาแนวรับคือที่ 44 บาท ถ้าเด้งขึ้นแนวต้านอยู่ที่ 47.25บาท 2-1-13 






CPALL ขึ้นเอาๆ แปลกมากไม่มีคนถามถึงหุ้นตัวนี้ เบรกกรอบขาขึ้นขึ้นไปอีกที แต่สัญญาน RSI ก็ซื้อเยอะมากแล้วเข้าตอนนี

้อาจจะต้องระวังหน่อยนะครับ 18-12-12





CPALL วิ่งเก็บพลังออกข้างไปเรื่อยๆMACD ยังดำน้ำแต่ราคาไหลขึ้นเรื่

อยๆตามเทรนด์ไลน์ถ้าเบรกขึ้น แนวต้านอยู่ที่ 45.4 บาทแถวเส้น Fibonacci Retracement -361.8 เบรกลง 38.35 เส้น FIBO 261.8 ส่วนกรณีในเทรนด์ไลน์ เส้น EMA 50 จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ระยะสั้นๆอาศัยเป็นแนวรับได้ครับ 5-12-2555 


Elliott Wave การนับเวฟโดยใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ช่วย ตอนที่ 1 พื้นฐาน Elliott Wave

 ก่อนจะพูดถึง Elliott Wave เรามาเข้าใจกันก่อนว่าราคาหุ้นหรือสินค้าที่เราต้องการดูมักมีลักษณะอย่างไร ไม่ต้องคิดให้ยืดยาว ตลาดหุ้น มี 3 สถานะ
  1. ตลาดขาขึ้น หรือ Up Trend ก็คือตลาดที่ราคาปิด ของวันนี้ สูงกว่าราคาปิดของเมื่อวานนั้นเอง จะเป็นขาขึ้นกี่วันก็แล้วแต่ เดี๋ยวเราจะได้เรียนรู้การคาดการณ์กันว่า จุดราคาที่เราคาดการณ์ว่าเป็นจุดสูงสุดนั้น เขาหากันยังไง
  2. ตลาดขาลง หรือ Down Trend ก็คือตลาดที่ราคาปิดวันนี้ ต่ำกว่าราคาปิดวันก่อน จะนานแค่ไหนสำหรับเทรนด์นี้ ก็เช่นเดียวกับ ตลาดขาขึ้น เดี๋ยวเราจะว่ากันว่าดูยังไง
  3. ตลาดออกข้าง หรือ Side way ก็คือตลาดที่ราคา ปิดวันนี้กับเมื่อวานเท่ากับ หรือใกล้เคียงกันนั้นเองครับ
ทีนี้ Elliott Wave  มีอะไรที่อธิบายตลาดขาขึ้นขาลงออกข้างนี้บ้าง มาดูกันเลย ในตลาดขาขึ้นนี้ โดยทั่วไปเชื่อกันว่าจะมี 5 คลื่น ตามรูป คลื่น 1 3 5 เรียกว่า impulse wave เป็นเวฟ ที่วิ่งตามเทรนด์ของตลาด ถ้าลักษณะ ตลาดเป็นขาขึ้น 1 3 5 ก็คือเวฟที่วิ่งขึ้นตามตลาด ส่วน 2 4 เป็นเวฟ ที่คลื่นที่ตรงกันข้ามกับ 1 3 5 เราเรียกว่า corrective waves มัน corrective อะไรก็ คือ มันเป็นตัวยืนยัน เวฟ 1 3 5 นั้นแหละครับ

หลังจาก จบคลื่น 1 2 3 4 5 นี้แล้ว มักจะมีคลื่น corrective waves ใหญ่อีกชุด เป็นการชี้ว่าจบเวฟชุดนี้แล้วครับ ก็คือคลื่น A B C จากในรูปข้างบนนี่แหละครับ

ทีนี้ในเวฟ หลัก อาจจะมีเวฟย่อยอยู่ ตามรูป ข้างล่างนี้นะครับเราจะเห็นเว่าเวฟ 1 ใหญ่ จะมี 1 2 3 4 5 a b c แทรกซ่อนอยู่อีกชั้น ในเวฟ 3และ 5 ใหญ่ก็เช่นกัน รูปแบบหลักๆ ของ Elliott Wave จะเป็นแบบนี้


กฏพื้นฐานของ Elliott Wave นั้นจะเป็นดังนี้นะครับ

  1. เมื่อจบเวฟ 1 เวฟ 2 มักจะลง เป็นขนาด 32.8% 50% หรือ 61.8% ของขนาดของเวฟ 1 ขนาดหากันยังไง ก็ให้เอาราคาที่จบเวฟ 1 ลบด้วยราคาที่เริ่มต้นเวฟ นั้นแหละครับ อันนี้ไม่ต้องจำ เดี๋ยวพอถึง ห้วข้อการใช้เครื่องมือ Fibonacci Retracement ในการวัดขนาดเวฟ ก็จะง่ายๆเอง 
  2. เวฟ 3 มักจะมีขนาด 61.8% หรือ 161.8% ของขนาดเวฟ 1 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ว่าตลาดขึ้นแรงแค่ไหน โดยเอาเป้าราคาเวฟ 3 ที่ได้เริ่มนับตรงจุดที่เวฟ 2
  3. เวฟ 4 มักจะย่อลงมาไม่เกินยอดของเวฟ 1 ยกเว้นใน future มักจะให้ลงเยอะกว่าได้ครับ
  4. เวฟ 5 มักมีขนาด 323.6% ของเวฟ 1โดยให้เริ่มนับที่จุดสิ้นสุดเวฟ 1 หรือจุดเริ่มต้นของเวฟ 1 ก็ได้แล้วแต่สภาพความร้อนแรกงของตลาด
  5. เวฟ c มักสิ้นสุดแถวๆเวฟ 4 เวฟ a หลายๆครั้งมักใช้เวฟ 3 เป็นแนวรับ(กรณี เกิดเวฟ 5 ที่แรงน้อย double top เป็นต้น) เวฟ b อาจจะมีขนาดเท่ากับ wave a หรือ น้อยกว่าก็ได้
  6. เวฟ a b c อาจจะมีลักษณะเป็น Flats หรือ zig-zag ก็ได้ ความแตกต่างของสองตัวนี้หลักๆคือ flat มีเวฟ c ขนาดเท่าๆกับเวฟ b ส่วน zig-zag เวฟ c ยาวกว่า รายละเอียดลึกกว่านี้เดี๋ยวว่ากันโอกาสหน้าครับ

เราพูด ถึงรูปแบบ Elliott Wave ในอุดมคติ กันมาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ จริง Elliott Wave สามารถ แบ่งแยก เป็นรูปแบบต่างๆได้อีกมากมายนะครับ รวมถึงขนาดของแต่ละเวฟ มันก็ต้องปรับกันไปตามสถานการณ์ ขนาดของเวฟ 3 เวฟ 5 ไม่สามารถใช้ ตัวคูณข้างบนนั้นได้เสมอไป เราใช้วิธีการหาค่าที่มีนัยสำคัญเป็นหลักนะครับ และใช้ร่วมกับ Trend Lines และ เส้น EMA ทั้งหมดที่เขียนมาข้างต้นเพื่อให้พอจะเข้าใจคอนเซปคร่าวๆของ Elliott Wave นั้นเอง

และรอบหน้าเราจะมาพูดถึงการใช้เทคนิค  Fibonacci Retracement ในการนับเวฟ หาราคาเป้าหมาย ในตัวอย่างจริงแบบในรูปข้างล่างนี้กันครับ